ตลาดหุ้นปี 2568 ปิดฉากลงอย่างเศร้าหมอง ดัชนี ฯ จบที่ระดับ 1259.67 จุด ทรุดลง 140.54 จุด หรือทรุดลง 10.03% และเป็นภาวะความซบเซาต่อเนื่องปีที่ 3 ภายใต้ความหวังว่า ปีใหม่หรือปี 2569 บรรยากาศการลงทุนจะกระเตื้องขึ้น
ปี 2566 ดัชนี ฯ ปิดที่ระดับ 1415.85 จุด ลดลง 15.15 % เมื่อเทียบกับจุดปิดปี 2565
ปี 2567 ดัชนี ฯ ปิดที่ 1400.21 จุด ลดลง 15.64 จุดหรือลดลง 1.11%
ตลาดหุ้นไทยครองตำแหน่ง ตลาดหุ้นที่แย่ที่สุดในโลกในรอบ 3 ปี โดยตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น และนับสิบตลาดที่สร้างจุดสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐ
สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยโงหัวไม่ขึ้น เกิดจากปัจจัยภายในโดยเฉพาะ ทั้งสถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ขาดเสน่ห์จูงใจ นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น และเทขายหุ้นออกอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนรายย่อยในประเทศ ซึ่งตัวเลขล่าสุดมีประมาณ 3.8 ล้านคน ขาดทุนกันถ้วนหน้า เพราะซื้อหุ้นเก็บมาตลอด 3 ปี และต้องแบกต้นทุนราคาหุ้นสูง โดยเฉพาะหุ้นเก็งกำไรขนาดเล็ก หุ้นปั่น รวมทั้งหุ้นบริษัทจดทะเบียนใหม่ที่เข้ามาซื้อขายแล้วราคาต่ำกว่าจอง
นักลงทุนในประเทศ ซื้อหุ้นสวนแรงขายของต่างชาติมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผลลัพธ์คือ นักลงทุนในประเทศที่ช้อนหุ้นเก็บ พ่ายแพ้ต่างชาติยับเยิบ ซื้อจนหมดตัว ติดหุ้นยอดดอย และไม่มีสัญญาณว่า หุ้นจะฟื้นคืนสู่ต้นทุนที่ซื้อมาอีกเมื่อไหร่
ปี 2566 ต่างชาติเทขายหุ้น 1.96 แสนล้านบาท ปี 2567 เทขายอีก 1.47 แสนล้านบาท และปี 2568 ขายอีก 1.07 แสนล้านบาท รวม 3 ปีต่างชาติถล่มขายหุ้นทิ้ง 4.5 แสนล้านบาท
ส่วนนักลงทุนในประเทศ ปี 2566 ซื้อหุ้นสุทธิ 1.2 แสนล้านบาท ปี 2567 ซื้ออีก 9.9 หมื่นล้าน ปี 2568 ซื้อหุ้น 1.58 แสนล้านบาท และเป็นผู้ซื้อเพียงกลุ่มเดียว รวม 3 ปีนักลงทุนในประเทศซื้อหุ้น 3.68 แสนล้านบาท จนต้องแบกหุ้นต้นทุนสูง ขาดทุนหนักกันแทบทั้งหมด
ปี 2569 นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โบรกเกอรส่วนใหญ่ ประเมินว่า สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นจะสดใสขึ้น โดยมีการตั้งเป้าหมายดัชนี ฯ ปลายปีที่ระดับ 1350-1450 จุด หรือเพิ่มขึ้นจากจุดปิดสิ้นปี 2568 อีกประมาณ 100-200 จุด
แต่เป้าหมายอันสวยหรู สร้างความหวังให้นักลงทุนในประเทศ จะเป็นจริงขนาดไหนเท่านั้น
ดัชนี ฯ ที่ปักหัวลงติดต่อกัน 3 ปีติด ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่า ราคาหุ้นน่าจะสะท้อนรับข่าวร้ายไปหมดแล้ว และไม่น่าจะปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพราะราคาหุ้นขนาดใหญ่ยืนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ และมีอัตราเงินปันผลที่ดี
แม้ไม่อาจคาดหวังได้ว่า นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อหุ้น แต่เชื่อกันว่า ต่างชาติคงไม่ถล่มขายหุ้นหนักเหมือน3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากต่างชาติชะลอการขาย หุ้นปีนี้ก็มีโอกาสกระเตื้องขึ้นได้ โดยปัจจัยชี้นำดัชนีฯช่วงต้นปีอยู่ที่ผลการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
นักลงทุนกำลังรอคอยว่า ใครจะมาเป็นรัฐบาล และจะคาดหวังผลงานการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ขนาดไหน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มีมุมมองที่ระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มหุ้นปีนี้เหมือนกัน โดยไม่ได้ตั้งความคาดหวังว่า ต่างชาติจะกลับมาซื้อ และกังวลผลกระทบภาวะเศรษฐกิจซบเซา ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไม่เติบโตมากนัก ทำให้หุ้นไทยขาดเสน่ห์ต่อไป
ย่างเข้าสู่ศักราชใหม่แล้ว ตลาดหุ้นปี 2569 จะฟื้นหรือยังฟุบต่อไปอีก1 ปี รอดูกันที่รัฐบาลชุดใหม่ว่า จะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับมาได้หรือไม่


