นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Surapol Opasatien ว่า ขอนำเสนอข้อมูลต่อเนื่องเกี่ยวกับสถานะอันอ่อนแอของภาระหนี้สินที่ผู้คนกำลังแบกเป็นภาระในการเดินทางไปสู่อนาคตที่ยังไม่มีความแน่นอนในปี 2568 เพิ่มเติมสำหรับเดือนมกราคม 2568 ในข้อมูลที่สำคัญ 3 ส่วนนะครับ
1.หนี้เสียหรือหนี้ NPLs จำนวน 1.22 ล้านล้านบาท มีลักษณะการค่อยๆ เพิ่มมาต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี2565 อันเป็นช่วงเวลาสิ้นสุดการระบาด Covid-19 แแบ่งเป็น 2.7 แสนล้านบาทคือสินเชื่อรถยนต์ 2.8แสนล้านบาทคือสินเชื่อส่วนบุคคล 2.4แสนล้านบาทคือสินเชื่อบ้าน ลักษณะ MoM เติบโตเพียง 0.6% เราอาจเทียบกับปี 2567 ไม่ได้ เพราะใครๆ ก็ทราบว่า 2 ไตรมาสแรกปีที่แล้วมันเต็มไปด้วยปัญหามากมาย มีเรื่องงบประมาณมาประกอบด้วย
2.หนี้กำลังจะเสียหรือ SM มาหยุดอยู่ที่ 5.9 แสนล้านบาท เติบโต MoM 3.1% ทิศทางดีขึ้น เพราะการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันหรือ DR. ทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ตามกติกาการให้กู้อย่างรับผิดชอบ
3.ตารางที่ผมอยากให้ทุกท่านให้ความสนใจมากๆ ถึงมากที่สุดคือ หนี้เสียที่เกิดจาก covid-19 หรือ NPLs รหัส 21 ลูกหนี้กลุ่มนี้เมื่อปี 2562 ก่อนโรคระบาด จ่ายหนี้ได้ทุกบัญชีเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือนติดต่อกันครับ ระดับเกรด A. แต่ประสบปัญหาหมดแรง หมดลม หมดเงินครับ กลุ่มนี้มีอยู่ 2.2 ล้านลูกหนี้ 2.9 ล้านบัญชี ยอดหนี้คงค้าง 2 แสนล้านบาท กลุ่มนี้ในความเห็นของคนตัวเล็ก เสียงไม่ดัง ไม่มีอำนาจสั่งการใดๆ เห็นว่าควรต้องช่วยเขาเป็นลำดับต้นๆ ครับ เขาสู้เต็มที่แล้ว เขาทำดีมาตลอด ช่วยตรงนี้สำหรับคนที่มียอดภาระหนี้ไม่เกิน 1 แสน 3 แสนจะดีหรือไม่ครับ
เราลองคิดตามนะครับ เป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าในตลาดในเมืองท่องเที่ยว โควิดมาตลาดปิด นักท่องเที่ยวไม่มาเลย สู้ด้วยการขายออนไลน์ เอาเงินเก็บมาสู้ แต่สุดท้ายไม่ไหว หากหลวงท่านจะได้ยื่นมือมาช่วยตรงนี้ ปรับโครงสร้างหนี้แบบมีส่วนลดจะทำได้หรือไม่ครับ น่าคิดนะครับว่า เราจะได้ถือโอกาสนี้สะสางคนที่เป็น Long covid ด้านการเงินเลยดีมั้ย
ตัวเลขตามตารางที่แนบนะครับ
กราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจมาในการทำงานแก่ผมและทีมงานข้อมูลของเครดิตบูโรครับ