xs
xsm
sm
md
lg

“เอพี” ขยายฐานเจาะบ้านหรู 35-60 ล้าน พร้อมส่ง ASPIRE เจาะตลาดแมส 65,000 บาทต่อ ตร.ม.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วิทการ จันทวิมล
AP มั่นใจยอดขาย-โอนปี 64 ทำนิวไฮ เปิดแผนครึ่งปีหลังผุด 26 โครงการ มูลค่า 33,440 ล้านบาท ลุยขยายฐานลูกค้าบ้านหรูกลางเมือง ปลุกแบรนด์ ‘บ้านกลางกรุง’ ชูจุดต่างบ้านเดี่ยวใจกลางกรุง นำร่องด้วย บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์-พระราม 3 เริ่ม 35-60 ล้านบาท พร้อมจัดทัพคอนโดส่ง ASPIRE ลุยตลาดแมส 55,000-65,000 บาทต่อ ตร.ม. เจาะ Young Gen แจงครึ่งปีแรกยอดโอนสูงกว่า 20,000 ล้านบาท อุ่นใจยอดขายรอโอนในมือกว่า 40,552 ล้านบาท มั่นใจปิดไซต์ก่อสร้างไม่กระทบเป้ารายได้

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) (AP) กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังนี้ AP เตรียมรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มบ้านเดี่ยว 35-60 ล้านบาท ซึ่งเป็นเซกเมนต์ Super Luxury โดยมีแผนจะนำแบรนด์ ‘บ้านกลางกรุง’ กลับมาพัฒนาอีกครั้ง ด้วยจุดเด่นเรื่องทำเลการพัฒนาโครงการที่จะอยู่ใจกลางกรุง ซึ่งมีบ้านกลางกรุง ทองหล่อเป็นต้นแบบ โดยจะนำร่องโครงการแรกกับบ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์-พระราม 3 บ้านเดี่ยวหรูเพียง 13 ครอบครัว ราคาเริ่ม 35-60 ล้านบาท โดนจะเริ่ม Pre-Sale ในเดือน ก.ย.นี้

นอกจากนี้ ในสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียม AP จะขยายโปรดักต์ไปยังตลาดแมสมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับโฉมแบรนด์ แอสปาย (ASPIRE) ภายใต้คอนเซ็ปต์ LIVE AS ‘YOU’ ASPIRE โดยมุ่งพัฒนารูปแบบโครงการภายใต้ 4 จุดขาย 1.CITY-ZONE LOCATION เจาะทำเลในเมือง จำนวนยูนิตน้อย เดินทางสะดวกด้วยระบบคมนาคมวันนี้และอนาคต 2.MODULAR LAYOUT DESIGN สเปซดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานได้ตามใจ 3.UNCOMPROMISED FACILITIES พื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม และ 4.UNEXPECTED PRICE PACKAGE แพกเกจราคาขายที่สอดรับกับกลุ่มเป้าหมาย เริ่มต้น 55,000-65,000 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งจะเปิดตัว 2 ทำเล คือ แอสปาย รัตนาธิเบศร์-เวสต์ตัน เปิดตัว ก.ย.ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท และแอสปาย ปิ่นเกล้า-อรุณอมรินทร์ เปิดตัวไตรมาส 4
 
นายวิทการ
กล่าวว่า สำหรับแผนครึ่งปีหลัง AP จะเปิดตัวโครงการใหม่ 26 โครงการ มูลค่า 33,440 ล้านบาท โดยแบ่งการพัฒนาเป็นโครงการแนวราบ 22 โครงการ มูลค่า 20,440 ล้านบาท และคอนโด 4 โครงการ มูลค่า 13,000 ล้านบาท และมีแผนการโอนกรรมสิทธิ์ 2 คอนโดใหม่ LIFE ลาดพร้าว แวลลีย์ และ LIFE อโศก ไฮป์ มูลค่ารวม 12,300 ล้านบาท ซึ่ง ณ วันที่ 30 มิ.ย.บริษัทฯ มียอดขายรอโอน เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวในอีก 3 ปี มากถึง 40,552 ล้านบาท โดยในปีนี้ AP มีแผนพัฒนาโครงการใหม่ 31 โครงการมูลค่า 37,500 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 27 โครงการ มูลค่า 24,500 ล้านบาท และคอนโด 4 โครงการ มูลค่า 13,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกได้เปิดตัวไปแล้ว 5 โครงการ

 LIFE อโศก ไฮป์
นายวิทการ กล่าวว่า ในครึ่งปีแรกบริษัทฯ สามารถทำนิวไฮยอดขายและยอดโอน โดยมียอดขาย 17,817 ล้านบาท เติบโต 18% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 63 โดยยอดขายหลักมาจากกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ส่งผลให้สินค้าแนวราบในครึ่งปีแรกเติบโต 28% โดยเฉพาะในไตรมาส 2 AP มียอดขายจากกลุ่มสินค้าแนวราบสูงถึง 9,100 ล้านบาท ขณะที่ในด้านการเปิดขายโครงการใหม่ช่วงครึ่งแรกของปีมีทั้งสิ้น 5 โครงการ มูลค่ารวม 4,060 ล้านบาท

สำหรับยอดโอนในครึ่งแรกของปี 64 นี้ AP คาดว่าจะมียอดโอนสูงกว่า 20,000 ล้านบาท แม้จะมีปัจจัยลบจากมาตรการปิดแคมป์คนงานก่อสร้างเพื่อควบคุมปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามากระทบ แต่ยังอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากการปิดแคมป์นั้นกระทบด้านก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ไม่กระทบต่อการขายและการทำตลาด ขณะส่วนผลกระทบต่อการโอนกรรมสิทธิ์นั้นมีน้อยมากเพราะบริษัทมีสต๊อกบ้านพร้อมอยู่รองรับดีมานด์ได้ 1-3 เดือน 

ส่วนมาตรการล็อกดาวน์ 14 วันนั้น ยอมรับว่ากระทบบ้าง แต่ก่อนหน้านี้บริษัทอสังหาฯ ทุกบริษัทได้รับผลกระทบจากการปิดไซต์งานก่อสร้างมาแล้วกว่า 1 เดือน ทำให้ทุกรายมีการปรับตัวรับกับสถานการณ์ได้แล้ว โดยในส่วนของ AP นั้นมีการปรับการขายแบบออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเยี่ยมชมโครงการแบบออนไลน์ และการยัดหมายลูกค้าล่วงหน้าเพื่อชมโครงการ ดังนั้น การล็อกดาวน์จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบหนักเหมือนช่วงแรกๆ

“ความท้าทายของภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยจากนี้ไปมี 3 ข้อที่ต้องจับตามอง เรื่องแรกการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภคในประเทศ ซึ่งวัคซีนถือเป็นตัวแปรสำคัญ 2.มาตรการต่างๆ จากทางภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อหลังจากความเชื่อมั่นเริ่มกลับมา และสุดท้ายแผนการเปิดประเทศ ที่นำมาซึ่งกำลังซื้อที่เป็น sentiment ที่ดีให้แก่ตลาดคอนโด ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้คงต้องใช้เวลานานพอสมควร ถ้าถามว่าจุดต่ำสุดที่เราเจอกันในวันนี้จะจบสิ้นลงเมื่อไหร่ ไม่มีใครตอบได้ ภาคธุรกิจและเราทุกคนยังคงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเผชิญกับระลอกคลื่นที่จะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้งนับไม่ถ้วนอย่างที่เราเจอกันอยู่ในทุกวันนี้” นายวิทการ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...