xs
xsm
sm
md
lg

ส่วนบุญ “กรีนชู” หุ้น TIDLOR / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพถ่ายคอนเซ็ป สัมภเวสี โดย วุฒิ คำกุล
การจัดสรรหุ้นบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ให้ประชาชนทั่วไปจบลงแล้ว หลังนำหุ้นส่วนเกิน หรือกรีนชูจำนวน 28.5 ล้านหุ้น มาจัดสรรเพิ่มเติม

ประชาชนที่ได้รับการจัดสรรหุ้น TIDLOR จะมีจำนวนทั้งสิ้น 75,000 ราย โดยได้รับการจัดสรรคนละ 1,000 หุ้น ในราคาจองหุ้นละ 36.50 บาท และหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ซึ่งต้องรอดูว่าราคาหุ้นจะร้อนแรงเหมือนหุ้นบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR หรือไม่

TIDLOR นำหุ้นเสนอขายประชาชนเป็นครั้งแรกจำนวน 907.42 ล้านหุ้น และมีหุ้นส่วนเกิน หรือกรีนชูสมทบอีก 136.11 ล้านหุ้น โดยแบ่งจัดสรรให้ประชาชนที่สนใจจองซื้อจำนวน 46.5 ล้านหุ้น จองซื้อขึ้นต่ำคนละ 1,000 หุ้น และหาต้องการจองซื้อเพิ่มจะจัดสรรทวีคูณครั้งละ 100 หุ้น

การเสนอขายหุ้น TIDLOR ลอกแบบมาจากการเสนอขายหุ้น OR จึงกระตุ้นให้นักลงทุนสนใจจองซื้อ เพราะคิดว่าจะเป็นหุ้นใหม่ที่สร้างผลตอบแทนสูงเหมือนหุ้น OR ทั้งที่เป็นหุ้นคนละกลุ่มธุรกิจ และราคาเสนอขายถือว่าแพงเมื่อเทียบกับหุ้นที่ดำเนินธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถด้วยกัน

และการนำหุ้นมาเสนอขายก็แตกต่างกัน เพราะ OR มีเจตนารมณ์ชัดเจนในการกระจายหุ้นสู่ประชาชนในวงกว้างมากที่สุด โดยนำหุ้น จำนวน 595.70 ล้านหุ้นมาจัดสรร เมื่อปริมาณความต้องการล้นได้นำหุ้นกรีนชูทั้งหมดมาจัดสรรอีก 390 ล้านหุ้น

และยังนำหุ้นที่เรียกคืนจาก 4 กองทุนต่างประเทศมาจัดสรรอีก 41.52 ล้านหุ้น รวมเป็นหุ้นที่จัดสรรให้ประชาชนทั่วไปทั้งหมด 1,036.94 ล้านหุ้น

มีประชาชนที่ได้รับแบ่งปันความมั่งคั่งจากหุ้น OR รวมทั้งสิ้นกว่า 5 แสนราย

แต่ TIDLOR ดูเหมือนว่าจะใช้รูปแบบการจัดสรรหุ้นให้ประชาชนเพื่อสร้างกระแสความสนใจในตัวหุ้น มากกว่าเจตนารมณ์การกระจายหุ้นไปสู่ประชาชนในวงกว้าง

กรีนชูหุ้น TIDLOR มีจำนวนทั้งสิ้น 136.11 ล้านหุ้น ซึ่งหากต้องการกระจายความมั่งคั่งไปสู่ประชาชนจริงควรนำหุ้นกรีนชูทั้งหมดมาจัดสรรรให้ประชาชน

แต่ บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน TIDLOR กลับพยายามบ่ายเบี่ยง โดยอ้างว่า กองทุนเสนอความต้องการของซื้อล้นเหมือนกัน และยังต้องคำนึงถึงเสถียรภาพหุ้นเมื่อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในการจัดกรีนชู

ถ้ากระแสสังคมไม่กดดันการจัดสรรหุ้นกรีนชูให้ประชาชน หุ้น TIDLOR อาจกระจายสู่ประชาชนเพียง 46.5 ล้านหุ้นเท่านั้น จากหุ้นทั้งหมดที่นำมาเสนอขายรวมส่วนกรีนชู 1,043.81 ล้านหุ้น

แต่เพราะเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังกระหึ่มในโลกโซเชียล TIDLOR จึงจำใจแบ่งส่วนบุญหุ้นกรีนชูเพื่อดับกระแสการโจมตีอีก 28.5 ล้านหุ้น รวมเป็นหุ้นที่จัดสรรให้นักลงทุน 75 ล้านหุ้น

ความวุ่นวายในการจัดสรรหุ้น TIDLOR ให้ประชาชนเกิดขึ้นจาก 2 ประเด็นคือ การโหนกระแสหุ้น OR

เพราะถ้า TIDLOR จัดสรรหุ้นตามขั้นตอนทั่วไป โดยนำหุ้นเสนอขายนักลงทุนผ่านบริษัทผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ไม่ต้องจัดสรรโควตาให้ประชาชนทั่วไปเพื่อสร้างภาพ ปัญหาคงไม่เกิด

และถ้าไม่มีหุ้นกรีนชู โดย TIDLOR ต้องการเสนอขายหุ้นจำนวนเท่าใด จัดสรรตามจำนวนที่มีก็คงไม่มีเรื่องวุ่นวายจนทำให้ประชาชนเสียความรู้สึก

TIDLOR ถ้ามั่นใจว่าบริษัทเป็นกิจการที่ดี แนวโน้มผลประกอบการเติบโตสดใส และจะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้นักลงทุน ก็ไม่จำเป็นต้องทำกรีนชู เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน

เพราะกรีนชูไม่ได้มีประโยชน์อันใดกับนักลงทุน แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพของหุ้นใหม่ เป็นกลไกที่ใช้ “แหกตา” ประชาชน ซึ่งหลงเข้าใจผิดคิดว่าหุ้นที่มีกรีนชู ราคาหุ้นเมื่อเข้าซื้อขายจะไม่ต่ำกว่าจอง หรือถ้าต่ำกว่า กรีนชูจะเข้ามาซื้อหุ้นเพื่อพยุงราคาทันที

แต่ข้อเท็จจริง หุ้นที่มีกรีนชู หลายตัวแล้วที่ราคารูดลงต่ำกว่าราคาจอง และกลไกกรีนชูกลับไม่ยอมทำงาน เพราะไม่มีข้อกำหนดว่า กรีนชูจะเข้ามาซื้อหุ้นเมื่อราคาหุ้นต่ำกว่าจองภายในเวลา 30 วันนับจากเข้าซื้อขาย

เมื่อราคาหุ้นต่ำกว่าจอง กรีนชูจะซื้อก็ได้ ถ้าไม่ซื้อก็ไม่มีใครบังคับได้ จะซื้อราคาไหนก็ได้ เช่น ราคาจอง 30 บาท อาจรอให้ราคาหุ้นที่ซื้อขายบนกระดานทรุดลงมาที่ 25 บาท จึงเข้าซื้อ ซึ่งไม่ผิดกติกา

เงินส่วนต่าง 5 บาทจากราคาหุ้นที่เสนอขายประชาชน 30 บาท แต่ซื้อคืนกลับในราคา 25 บาท กำไรก้อนนี้ถูกนำไปแบ่งกันในส่วนไหนบ้าง สังคมไม่เคยรู้

รูปแบบการเสนอขายหุ้น TIDLOR ลอกเลียนมาจาก OR แต่ TIDLOR ไม่เหมือน OR เพราะไม่ได้มุ่งมั่นกระจายความมั่งคั่งเผื่อแผ่ประชาชนในวงกว้างเหมือน OR

และหุ้น TIDLOR ไม่น่าจะสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนอย่างจุใจเท่า OR ซึ่งจะพิสูจน์ได้ในวันที่หุ้นประเดิมซื้อขาย 10 พ.ค.นี้








กำลังโหลดความคิดเห็น...