xs
xsm
sm
md
lg

ฟันธงหุ้นไทยปีฉลูขาขึ้น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โบรกเกอร์ประสานเสียงแนวโน้มทิศทางตลาดหุ้นไทยปี 64 หรือ “ปีฉลู” ดัชนีฯ มีโอกาสพลิกกลับมาเป็น “ขาขึ้น” รอบใหม่ หลังรับกระแสข่าวดีจากการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 และฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่คาดว่าจะไหลกลับมายังตลาดประเทศเกิดใหม่ ประเมิน SET Index 1,500-1,580 จุด กลุ่มที่โดดเด่นในปีหน้า คือ กลุ่มได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการบริโภคในสหรัฐฯ และการค้าโลกที่เติบโต เช่น ปิโตรเคมี รวมถึงร้านอาหาร ค้าปลีก การเงิน และพัสดุหีบห่อ เชน CRC, CPN, CPALL, SCGP และกลุ่มได้ประโยชน์จากวัคซีน เช่น ท่องเที่ยว เดินทางอากาศ

บล.ทิสโก้ คาดตลาดขาขึ้น รับเงินนอกไหลเข้า-วัคซีน

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 64 ประเมินเป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) พื้นฐานที่ระดับ 1,500 จุด ส่วนด้านเทคนิเคิลอาจขยับขึ้นไปถึงบริเวณ 1,520-1,540 จุดได้ เนื่องจากมีแรงหนุนหลักๆ มาจากกระแสฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่คาดว่าจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย หลังจากแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) น่าจะกลับมาเติบโตกว่า 35% จากปีนี้ที่ติดลบ 38%

ประกอบกับความคืบหน้าวัคซีนต้านโควิด-19 ซึ่งจะทำให้ปัจจัยหลายอย่างดีขึ้น โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจที่น่าจะฟื้นตัว รวมถึงนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ ที่น่าจะเป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) ส่วนด้านปัจจัยเสี่ยงในปีหน้าคือเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งหากเงินเฟ้อเร่งตัวมากกว่าที่คาดอาจทำให้ที่ประชุมคณะกำกับนโยบายการเงิน (กนง.) มีการปรับดอกเบี้ยขึ้นเร็วกว่าที่คาดได้ และปัจจัยเรื่องการกระจายของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่คาดว่าของภูมิภาคเอเชียน่าจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก

ส่วนธีมการลงทุนที่น่าจะชนะตลาด ได้แก่ หุ้นวัฏจักรที่จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี ธนาคารพาณิชย์-ธุรกิจการเงิน และกลุ่มค้าปลีก โดยแนะเลือกเล่นหุ้นรายตัว ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะได้ผลบวกจากการกระจายวัคซีน ได้แก่ JWD, III และ WICE

บล.ทรีนีตี้ ชี้เป้า 1,550 จุด แนะกระจายความเสี่ยง

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ประเมินเป้าหมายดัชนีฯ ปีหน้าไว้ที่ระดับ 1,550 จุด เนื่องจากได้อานิสงส์จากนโยบายของธนาคารกลางแต่ละประเทศที่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบมากขึ้นและทำให้สภาพคล่องทั่วโลกยังสูง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีแนวโน้มอ่อนค่าซึ่งจะหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าในตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม มองว่าด้วยปัจจัยพื้นฐานภายในยังไม่พร้อมที่จะผลักดัน SET ปรับตัวขึ้นแบบจริงจังและอาจยังไม่แข็งแกร่งนักเมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาค เนื่องจากการเติบโตมาจากฐานที่ต่ำในปีนี้ แต่การฟื้นตัวยังไม่สามารถไปถึงระดับก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 ทั้งในส่วนของภาวะเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงล่าสุดยังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศ

ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุน โดยแนะนำลงทุนหุ้นไทยเพียงสัดส่วน 10% หุ้นต่างประเทศ 30% ตราสารหนี้ 30% ทองคำ 10% และถือเงินสด 20%

บล.กสิกรฯ มีมุงมองเป็นบวกกับตลาด ลุ้นดัชนีฯ 1,520 จุด

ด้าน บล.กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าสำหรับกลยุทธ์การลงทุนในปี 64 มีมุมมองเป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นโดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่จะได้ประโยชน์จากสภาวะเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง รวมถึงพัฒนาการด้านวัคซีนต้านโควิด-19 และสภาพการค้าโลกที่ดีขึ้น ขณะที่ทองคำจะยังเผชิญกับแรงกดดันจากโอกาสที่เส้นโค้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield curve) อาจชันตัวขึ้นและอุปสงค์การลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัยที่น้อยลง

นอกจากนี้ พบว่าดัชนีความผันผวน เช่น VIX ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากที่ไบเดน ชนะเลือกตั้ง และการทดลองวัคซีนด้านโควิด-19 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งมองว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น ตลาดเกิดใหม่ และคาดว่ากลุ่ม Value play จะเป็นกลุ่มขับเคลื่อนดัชนีในรอบนี้ ประเมินเป้าหมายที่ 1,520 จุด

บล.บัวหลวง คาด SET แตะ 1,550 จุด เชื่อเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้น

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์บุคคล บล.บัวหลวง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยปีหน้ามีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 1,550 จุด คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ที่ 18 เท่า และกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 86 บาท/หุ้น จากสิ้นปีนี้ที่ดัชนี 1,430 จุด และ EPS ที่ 76 บาท/หุ้น โดยมีปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าการนำวัคซีนโควิด-19 มาใช้จริง ประกอบกับภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกกลับมาฟื้นตัวขึ้นและการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบของธนาคารกลางทั่วโลก ส่งผลให้สภาพคล่องในปัจจุบันอยู่ในระดับสูง

ส่วนกลุ่มที่โดดเด่นในปีหน้า คือ กลุ่มได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการบริโภคในสหรัฐฯ และการค้าโลกที่เติบโต เช่น ปิโตรเคมีและเรือคอนเทนเนอร์ เช่่น IVL, PTTGC, IRPC กลุ่มธุรกิจสนับสนุนการบริโภคในประเทศ เช่น ร้านอาหาร ค้าปลีก การเงิน และพัสดุหีบห่อ เช่น CRC, CPN, CPALL, SCGP และกลุ่มได้ประโยชน์จากวัคซีน เช่น ท่องเที่ยว เดินทางอากาศ และธุรกิจบริการ เช่น MINT

FETCO คาดปีหน้า SET ทะลุ 1,580 จุด รับเศรษฐกิจฟื้น

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่าสำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 64 คาดว่ามีโอกาสกลับมายืนเหนือระดับก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่บริเวณ 1,580 จุดได้ เนื่องจากได้รับแรงหนุนสำคัญจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและกระแสฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่คาดว่าจะไหลกลับเข้ามา ภายหลังจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มมองหาการลงทุนที่ยังมีอัปไซด์และเชื่อว่าประเทศไทยน่าจะได้รับประโยชน์เต็มๆ จากระบบเศรษฐกิจที่อิงวัฏจักรเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้นและฐานที่ต่ำในปีนี้ ประกอบกับคาดว่าอัตรากำไรต่อหุ้น (EPS) ปีหน้าจะเติบโตกว่า 40% เพราะหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในตลาดที่ฟื้นตัวได้เร็วกว่าเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามว่าสถานการณ์ดัชนีหุ้นไทยปีหน้าจะสามารถปรับตัวได้ตามเป้าหมายที่กูรูแต่ละสำนักให้ไว้ได้หรือไม่ หลังหลายคนฟันธงกันว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะผ่านพ้นช่วงต่ำสุดไปแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...