xs
xsm
sm
md
lg

WHA มั่นใจผลงานปี 64 ดีกว่าปีนี้ พร้อมทุ่มงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 9 พันล้านบาท

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA
WHA มั่นใจผลการดำเนินงานปีหน้าดีกว่าปีนี้ หลัง ศก.กลับมาขยายตัว พร้อมเร่งลงทุนธุรกิจไฟฟ้า-น้ำ ในเวียดนาม วางงบลงทุนทั้งกลุ่มปี 64 มากกว่า 9 พันล้านบาท ด้านโบรกเกอร์มองภาพรวมกำไรสุทธิ 4Q20F คาดทำจุดสูงสุดในรอบปี 2020 ขณะที่ยังได้ยอดจองในเวียดนามหนุน ทดแทนยอดขายในประเทศที่ลดลง แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 3.6-3.7 บาท

น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปีหน้าจะเติบโตได้ดีกว่าปีนี้ หลังประเมินเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ดี และมีความคืบหน้าวัคซีนต้านโควิด-19 ทั้งนี้ บริษัทจะเปิดเผยแผนธุรกิจอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค.64

ตั้งงบลงทุนปีหน้า 9 พันล้านบาท มั่นใจยอดขายในอนาคตเพิ่มอีก

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้วางงบลงทุนปี 64 มากกว่าปีนี้ที่ตั้งไว้ 9,000 ล้านบาท แต่ใช้ไปเพียง 5,000 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายที่ดินไม่เป็นไปตามเป้าหมายวางไว้ 900 ไร่ ขณะนี้ทำยอดขายได้เพียง 600-700 ไร่ แบ่งเป็นไทย 300 ไร่ และเวียดนาม 300 ไร่ ขณะเดียวกันยังมีสัญญาที่รอการเซ็นและรอส่งมอบให้แก่ลูกค้า (LOI) ในมืออยู่ที่อีกว่า 307 ไร่

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ายอดขายที่ดินปีนี้ไม่ได้ตามเป้า เนื่องจากลูกค้าเดินทางเข้าประเทศไม่ได้ ทำให้งบลงทุนที่เตรียมไว้ซื้อที่ดิน หรือค่าใช้จ่ายการโอนจึงใช้ได้ไม่ครบที่ตั้งไว้ และคาดว่าเลื่อนไปเป็นปีหน้าแทน ส่งผลให้ปีนี้กำไรต่ำกว่าปีก่อน แต่หาก 2 เดือนที่เหลือปีนี้เปิดเมืองได้ กำไรปีนี้ก็ทรงตัวจากปีก่อน

"แม้ว่ายอดขายจะปรับตัวลดลงกว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน แต่มองว่า ด้วยกระแสการเคลื่อนย้ายฐานทุนของชาวต่างชาติยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง สะท้อนต่อความต้องการที่ดินยังคงมีอยู่ ดังนั้น ยอดขายที่ชะลอตัวแค่ระยะสั้น แต่ในอนาคตยังมีโอกาสขายที่ดินได้อีกมาก" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA กล่าว

เล็งลงทุนเพิ่มในเวียดนาม ทั้งโรงไฟฟ้า-น้ำ

ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์ปีหน้ายังเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาให้เช่าพื้นที่คลังสินค้าเพิ่มเติม จากปีนี้คาดยอดปล่อยเช่าคลังสินค้าตามเป้าที่ 200,000 ตารางเมตร ช่วง 9 เดือนแรก เซ็นสัญญาเช่าไปได้แล้วกว่า 120,000 ตารางเมตร โดยมี 3 กลุ่มธุรกิจที่กลับมาเติบโตได้ดี ประกอบด้วย กลุ่มออโต้ คอนซูมเมอร์ และอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนธุรกิจสาธารณูปโภค บริษัทสนใจ และมองหาโอกาสการลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2-3 ดีล ขนาดกำลังผลิตรวมว่า 250 เมกะวัตต์ คาดว่า หากรัฐบาลเปิดประเทศให้เดินทางระหว่างประเทศได้ จะเร่งเดินหน้าเจรจาให้แล้วเสร็จทันที

ขณะที่ธุรกิจน้ำมองว่า ประเทศเวียดนามยังมีความน่าสนใจเช่นกัน เพราะเป็นประเทศที่กำลังมีการเติบโต ความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น คาดปี 64 จะได้ข้อสรุป

โบรกเกอร์เชียร์ซื้อ ให้ราคาเหมาะสม 3.6-3.70 บาท

บทวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล.ทิสโก้ ระบุว่า บริษัทมีการปรับเป้ายอดจองในไทยลงจาก 600 ไร่ เหลือ 300 ไร่ แต่เพิ่มเป้าของที่เวียดนามขึ้นจาก 200 ไร่ เป็น 300 ไร่ โดยที่มีอัตราการโอน 90% สำหรับช่วง 9M20 บริษัทมียอดจองในไทย 124 ไร่ในไทย และ 39 ไร่ในเวียดนาม และมี LOI ในไทย 125 ไร่ และ 182 ไร่ในเวียดนาม โดยเราคาดว่าอุปสงค์ในเวียดนามจะอยู่ในระดับสูง ในขณะที่การขายสินทรัพย์ในไทยจะจำกัดในช่วง 2 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ คาดยอดจองในไทย 548 ไร่ของเรามีโอกาสที่จะต่ำกว่าคาด ในขณะที่ยอดจองในเวียดนามหนุนยอดจองโดยรวม ด้านเป้ายอดจอง 300 ไร่ที่เวียดนามในปีหน้า (เราคาดปีนี้ 150 ไร่) และเฟสใหม่ที่เริ่มใน 4Q21F เป็นปัจจัยหนุน ด้านยอดของในไทยโดนกดดันจากการห้ามเดินทาง

นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะมีการขายสินทรัพย์ 1.3 แสนตารางเมตร เข้ากอง WHART ในปีนี้ พร้อมทั้งขายเข้า HERTI อีก 4% หรือ 5 หมื่นตารางเมตร รวมเป็น 1.8 แสนตารางเมตร สูงกว่าปีก่อนที่ 1.55 แสนตารางเมตร ในขณะที่ภาคของ Logistic ได้ประโยชน์จากการย้ายธุรกิจแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 3.70 บาท (SOTP)

ด้านบทวิเคราะห์จาก บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า มีมุมมอง Neutral ต่อการเข้าร่วมประชุม Analyst Meeting เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2020 เพราะข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ได้ต่างจากที่เราคาดไว้ก่อนหน้า โดย i) WHA ปรับเป้ายอดขายที่ดิน 2020F ลงอยู่ที่ 600 ไร่ แบ่งเป็นไทย 300 ไร่ และเวียดนาม 300 ไร่ ซึ่งยังสูงกว่าที่เราคาดที่ 250 ไร่ โดยรวมในปี 2020F

เรามองว่าการขายที่ดินมีความท้าทายค่อนข้างเยอะ เพราะได้รับแรงกดดันหลักจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 กระทบต่อการเข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่ของนักลงทุน ii) WHA มองว่าความต้องการ RBF และ BTS ยังมีมาต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจราจากับลูกค้าที่เป็น high potential รวม 190,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเรียบร้อยทั้งหมดภายในปี 2021F

ภาพรวมกำไรสุทธิ 4Q20F คาดทำจุดสูงสุดในรอบปี 2020 โดยเติบโต y-y จากคาดรับรู้รายได้จากการขายทรัพย์ HREIT สำหรับการเติบโต q-q จาก seasonal effect เพราะมีการรับรู้รายได้จากการขายทรัพย์เข้ากองที่ถูกบันทึกในไตรมาสสุดท้ายของปี

นอกจากนั้น เราคาดว่่าธุรกิจโลจิสติกส์ยังเติบโตได้ดี เพราะความต้องการพื้นที่คลังให้เช่าสินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ดังนั้น เราคงคำแนะนำ BUY และคง TP21F ที่ 3.6 โดยเรายังคงเลือก WHA เป็น Top Pick ของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม


กำลังโหลดความคิดเห็น