xs
xsm
sm
md
lg

หวั่นการเมืองกดจีดีพีดิ่ง โบรกฯ แนะ 9 หุ้นรับอานิสงส์รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โบรกเกอร์ประเมิน ธปท.มีโอกาสหั่นเป้าจีดีพีปีนี้-ปีหน้าลงได้อีก หากการเมืองส่อแววยืดเยื้อ ไร้สมดุล แนะรัฐบาลต้องออกนโยบายการคลังให้ตรงกลุ่ม พร้อมประเมิน 9 หุ้นเด่นรับอานิสงส์จากความช่วยเหลือภาครัฐ-วัคซีนคืบหน้า

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์รายวันว่า หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (จีดีพี) ใหม่ เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยปรับเพิ่มปีนี้เป็น -7.8% จากเดิม -8.1% ส่วนปี 64 ปรับลงเหลือโต 3.6% จากเดิมเติบโต 5.0% เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัว โดยคาดว่าต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี กว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับไปเท่าช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด

อย่างไรก็ดี หยวนต้า ประเมินว่าการฝากความหวังไว้กับนโยบายการคลังถือเป็นแนวทางเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก เพราะนโยบายการเงินดำเนินมาจนสุดทางแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยที่การเมืองอยู่ในช่วงร้อนระอุ กลับมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากนี้จะทำได้ไม่เต็มที่ โดยอีกด้านหนึ่งจะถูกตรวจสอบจากนอกสภาฯ เป็นระยะ และยังต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญตามขอเสนอของผู้ชุมนุม

เชื่อแบงก์ชาติยังมีโอกาสหั่นจีดีพีลง หากการเมืองยังขัดแย้ง

อีกทั้งการพิจารณามาตรการต่างๆ ต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้ง ศบศ. ครม. และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ประมาณการจีดีพีของแบงก์ชาติจึงยังมี Downside จนกว่าฝ่ายการเมืองจะสร้างจุดสมดุลเพื่อลดความขัดแย้งทั้งจากในและนอกสภาฯ ได้

โดยปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังจากนี้ คือ นโยบายการคลัง ที่ต้องกระตุ้นให้ตรงกลุ่ม เพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจผ่านการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งถ้าอิงการเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์ฯ

แนะนำ 9 หุ้นเด่นรับมาตรการรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ กลุ่มที่ภาครัฐควรให้ความช่วยเหลือเป็นลำดับแรก คือ กลุ่มที่ Index Performance YTD ยังแย่กว่า SET INDEX ซึ่งได้แก่ ท่องเที่ยว ขนส่ง รับเหมา อสังหาริมทรัพย์ และการแพทย์ เมื่อผนวกกับความคืบหน้าของวัคซีนที่มีพัฒนาการเชิงบวกต่อเนื่อง เรายังชอบ MINT - CENTEL - AOT - PTG - STI - NOBLE - AP - BDMS - EKH

ส่วนกลุ่มแบงก์ แม้ Valuation จะถูกมาก โดย -43% YTD และ PBV เฉลี่ยต่ำเพียง 0.48 เท่า แย่กว่าช่วงซับไพรม์ที่ 0.78 เท่า แต่คาดว่าจะฟื้นตัวช้าที่สุดเพราะต้องช่วยต่อลมหายใจให้กลุ่มอื่น โดยกุญแจสำคัญที่จะทำให้ราคาหุ้นเร่งตัวขึ้น คือ การใช้วัคซีนอย่างแพร่หลาย ที่จะทำให้เชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวในทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง


กำลังโหลดความคิดเห็น...