xs
xsm
sm
md
lg

พีรพัฒน์ เทคโนโลยีเสริมฐานแกร่ง เล็งเข้าตลาดหุ้นใน ต.ค.นี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายสืบพงศ์ เกตุนุติ รองประธานกรรมการบริษัท ในฐานะผู้ก่อตั้ง บมจ.พีรพัฒน์ เทคโนโลยี (PRAPAT) วางเป้าเข้าเป็นน้องใหม่ในตลาดหุ้นใน ต.ค.นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านฐานทุนและด้านการปฏิบัติการให้แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการบุกขยายตลาดจาก CLMV ยกระดับสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ดันสัดส่วนยอดขายต่างประเทศพุ่งเป็น 30% ภายใน 5 ปี พร้อมขยายบริการลูกค้ากลุ่ม Food Industry และ Food Service มองโอกาสเติบโตสูงในยุค New Normal มั่นใจจะช่วยผลักดันผลงานปีหน้าฟื้นโตพุ่งหลังโควิด-19ทำสะดุดไปในปีนี้

"วันนี้เราเป็นผู้นำด้าน Cleaning และ Hygiene อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ชัดเท่าไหร่ เมื่อเราเข้าตลาดหุ้นนำเงินมามาปรับฐานทุน ระบบซอฟต์แวร์ คลังสินค้า โลจิสติกส์ เราก็จะพร้อมมากขึ้น เพราะช่องทางการจัดจำหน่ายเราสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่จะทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เพราะระยะหลังแข่งขันที่ระบบโลจิสติกส์ ฉะนั้นตรงนี้ทำให้ฐานดีขึ้น ต้นทุนเราลดลง คนก็จะลดลงด้วย เราก็พร้อมก้าวต่อไป เราไม่ได้มองแค่ประเทศไทย แต่มองการขยายใน CLMV ที่เป็นผู้นำอยู่ และจะก้าวต่อไปเป็นผู้นำในระดับ AEC ภายใน 5 ปี ต้องไปถึง" นายสืบพงศ์ กล่าว

นายสืบพงศ์ เปิดเผยว่า บริษัทส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในตลาด CLMV แบบค่อยเป็นค่อยไปมาแล้วกว่า 20 ปี จนถึงวันนี้มีระบบตัวแทนจำหน่ายที่เข้มแข็ง จากนี้ไปก็จะมีการเปลี่ยนระบบจัดจำหน่ายให้มั่นคงมากขึ้น อาจจะเปลี่ยนจากตัวแทนจำหน่ายเป็นการตั้งสาขาหรือร่วมทุนตั้งบริษัทจัดจำหน่าย ซึ่งตัวแทนที่มีอยู่ก็ยินดี เพราะจะทำให้บริษัทสามารถส่งพนักงานไปร่วมบริหาร ไปทำเทรนนิ่งต่างๆ เนื่องจากบริษัทจะมีการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด CLMV ที่ยังมีโอกาสอีกมาก

"เขาไม่รู้ธุรกิจนี้มาก่อน นี่คือหัวใจ เราไป เราไปสอน ไป educate ไปทำ Training เพราะ growth ของเขามากกว่าเรา อย่างเวียดนาม การลงทุนโตมาก อีก 5 ปีด้านอุตสาหกรรมคงแซงประเทศไทย แม้ว่าท่องเที่ยวจะยังตามเราอยู่ การขยายงานจึงเป็นโอกาสที่ดี" นายสืบพงศ์ กล่าว

PRAPAT เตรียมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 100 ล้านหุ้น และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปลงทุนในระบบบัญชีและระบบควบคุมการผลิต 50 ล้านบาท สร้างคลังสินค้า 72 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัทและบริษัทย่อยประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำยาซักรีด น้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรม นำเข้าเพื่อจำหน่ายและให้เช่าเครื่องล้างภาชนะอัตโนมัติ นำเข้าและจำหน่ายสระว่ายน้ำสำเร็จรูป และอุปกรณ์ที่ใช้ในสระว่ายน้ำ รวมทั้งให้บริการแบบครบวงจรเกี่ยวกับน้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Hygiene Cleaning Solution) ปัจจุบัน บริษัทมีโรงงานผลิตน้ำยา ตั้งอยู่ที่ตำบลทับคาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี


นายสืบพงศ์ กล่าวว่า แผนงานขยายตลาด AEC นั้น เป้าหมายหลักคือ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งบริษัทได้มีการเจรจาและทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับตัวแทนในอินโดนีเซียตั้งแต่ปีที่แล้ว และเตรียมเซ็นสัญญาก่อนเริ่มส่งสินค้าไปจำหน่ายในเดือน ก.พ.63 แต่มาเจอกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เสียก่อน ดังนั้นเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงแล้วก็จะกลับมาเดินหน้าในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยมองว่าอินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่จำนวนประชากรมาก แต่จำนวนห้องของโรงแรมยังน้อยกกว่าไทย การท่องเที่ยวยังตามหลังเราอยู่

ปัจจุบันยอดขายจากต่างประเทศยังมีสัดส่วนเพียง 10% แต่จากนี้จะเติบโตได้ดีขึ้น หลังจากบริษัทมีฐานทุนที่ดีขึ้น ก็จะสามารถรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้นด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้านรอบประเทศไทยอ่อนค่าลงปีละ 10% ขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากขยายการส่งออกมากก็อาจมีผลกระทบกับตัวเลขในบัญชี แต่เมื่อฐานทุนเข้มแข็งขึ้น เราก็พร้อมจะโหมทำตลาดให้หนักขึ้น โดยวางเป้าหมายจะขึ้นเป็นผู้นำในตลาด AEC และสัดส่วนยอดขายจะเพิ่มเป็น 30% ภายในไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า

"ด้วยลักษณะของตลาด สัดส่วนยอดขายจากการส่งออกคงไม่เกิน 30% ภายในไม่เกิน 5 ปี ถ้าเราโหมจริงๆ โกดัง ออฟฟิศ ตัวแทนที่มีลักษณะ 2 คูหายังไม่พร้อม เพราะต้นทุนโลจิสติกส์จะสูง เราอาจจะต้องไปร่วมทำโกดังใหญ่ขึ้นและกระจายทั่วประเทศ อย่าง เวียดนาม จากฮานอยถึงโฮจิมินห์ยาวมาก ต้องใช้โลจิสติกส์มโหฬาร เราต้องไปจัดการอะไรประเภทนี้ เราเห็นภาพสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ" นายสืบพงศ์ กล่าว

ส่วนตลาดในประเทศ ขณะนี้เป็นการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นหลัก โดยมีตัวแทนอยู่ราว 30 ราย ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศอยู่แล้ว แต่อาจจะเพิ่มตัวแทนขายสินค้าเฉพาะทาง (Specialized) เพื่อรองรับแผนงานที่บริษัทจะขยายสินค้าพ่วงบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่เป็น Food Service และ Hospitality Industry ซึ่งจะเน้นนำเสนอบริการที่ใช้เครื่องจักรทดแทนแรงงานคนที่ขาดแคลน

"สินค้าเราเป็น dynamic ตัว Cleaning ทั้งตัวน้ำยา เครื่องจักร วิธีการทำงาน ทุกปีต้องมีอะไรใหม่ เราอยู่ใน scope ของ tourist อยู่ใน scope ของ food industry แต่ในนั้นเปลี่ยนตลอด เราต้องควานหาอะไรใหม่ๆ อย่างเช่นเครื่องจักรทำความสะอาด จากแต่ก่อนใช้คน แต่ตอนนี้รุ่นใหม่กวาดถูตัวเดียวกัน แต่มันก็ยังไม่ทัน คนหนึ่งได้ทำได้วันละ 100 ตร.ม. แต่ตอนนี้เครื่องได้ชั่วโมงละ 3-4 พัน ตร.ม. แทนคนได้ 10 คน แรงงานคนเดิมจะไปทำอะไรเราต้องช่วยเขาคิด ส่วนเครื่องก็ต้องใช้คนดูแลมืออาชีพ เราก็ต้องเข้าไปช่วย" นายสืบพงศ์ กล่าว

สินค้านวัตกรรมจะเข้ามาอีกมาก โดยเฉพาะที่เป็นระบบหุ่นยนต์ที่สามารถใช้ในโรงงาน ร้านอาหาร โรงพยาบาล ซึ่งในยุค New Normal สิ่งที่จะคงอยู่คือความรู้สึกในด้านจิตสำนึกที่จะให้ความสำคัญกับสุขอนามัยเพิ่มเติม เช่น ล้างจานต้องสะอาดขึ้น ขณะนี้โรงเรียน สถานศึกษานี้ติดตั้งเครื่องล้างจานเพิ่มขึ้นมาก และบริษัทยังเตรียมนำสินค้าใหม่ๆ เข้ามาขายเพิ่มเติม ได้แก่ หุ่นยนต์ที่สามารถสแกนหน้าคนเพื่อวัดอุณหภูมิในรัศมี 10 เมตร และตรวจสอบว่าใครใส่หน้ากากหรือไม่ สุดท้ายจะฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อให้แก่แต่ละคน

"เซอร์วิสที่เราจะก้าวต่อไปต้องใช้เงินจำนวนมากแต่กำไรดี ต้องลงทุนเครื่องจักร เพราะลูกค้าไม่มั่นใจว่าซื้อแล้วจะใช้เป็นหรือไม่ จะซ่อมเป็นหรือไม่ มีโมเดลใหม่จะเปลี่ยนรุ่นอย่างไร ซึ่งเป็นโอกาสงานบริการของเรา" นายสืบพงศ์ กล่าว

รองประธานกรรมการ PRAPAT กล่าวอีกว่า แผนงานดังกล่าวของบริษัทจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อลูกค้าหลักในกลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว แต่เมื่อบริษัทหันมาเน้นลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่แทบไม่ได้รับผลกระทบ ทำให้ยอดขายตกลงไม่มากนัก จากที่ยอดขายตกลงมากไปในเดือน เม.ย. แต่พอเดือน พ.ค.-ก.ค.ฟื้นกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เดือน ส.ค. กลับมาที่ 80% ของช่วงก่อนโควิด-19 แล้ว และคาดว่าเดือน ก.ย.จะเพิ่มมาที่ 90%

"ตอนนี้เรากระจายความเสี่ยงมาที่ Food Industry เกือบ 50% แล้ว ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และยังมีตัวใหม่คือ Food Service เป็นอีกแขนงหนึ่ง ตลาดตรงนี้โตเร็วมาก ฟาสต์ฟูด ร้านอาหารต่างๆ ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรีโตเกือบเท่า Food Industry แล้ว เป็น segment ไปได้เร็วมาก โดยเฉพาะเครื่องล้างจาน

ในภาพรวมกระทบแต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด ปีนี้คงตกไปบ้าง แต่ปีหน้าเราหวังอย่างยิ่งกว่าจะแซงปี 62 ขึ้นอยู่กับว่าวัคซีนจะมาไตรมาสไหน ถ้ามาไตรมาส 1 แฮปปี้เลย แต่ถ้ามาไตรมาส 2 หายไปครึ่งปี ตัวนี้ยังตอบไม่ได้ แต่เราก็ drive ทุกตัวเต็มที่" นายสืบพงศ์ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...