xs
xsm
sm
md
lg

เอเชียกรีนฯ เดินเกมรุก ครึ่งปีหลังบุกตลาดถ่านหินทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“AGE” เดินเกมรุก ครึ่งปีหลังบุกตลาดถ่านหินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งซิกตุนกำไรสะสมกว่า 700 ล้าน ชี้สภาพคล่องแข็งแกร่งทางธุรกิจ

บมจ.เอเชียกรีน เอนเนอจี (AGE) เดินเกมรุกธุรกิจถ่านหิน และโลจิสติกส์ขนส่งครึ่งปีหลังต่อเนื่อง เล็งเพิ่มศักยภาพทีมบุคลากรเจาะตลาดถ่านหินเวียดนาม ส่วนธุรกิจด้านขนส่งทางน้ำ-ทางบก ส่งสัญญาณเชิงบวก หลังปีนี้เรือลำเลียงครบ 36 ลำ รถบรรทุกครบ 51 คัน และเตรียมขยายท่าเรือที่ 4 เพิ่ม สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการให้บริการที่ครอบคลุมเชิงรุกที่ครบวงจร ด้าน CEO “พนม ควรสถาพร” ย้ำ ปัจจุบันมีกำไรสะสมในมือกว่า 700 ล้านบาท สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งทางธุรกิจ ส่วนผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีมีรายได้รวม 3,388.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบ YOY ขณะที่กำไรสุทธิ 51.3 ล้านบาท

นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชียกรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ผู้จัดหาและจัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีหลังว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายแผนการลงทุนทั้งธุรกิจถ่านหิน และธุรกิจโลจิสติกส์ด้านการขนส่งอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นทำการตลาดเชิงรุกเพื่อเจาะตลาดในประเทศ และต่างประเทศ อาทิ เวียดนาม ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการเพิ่มศักยภาพทีมบุคลากรบุกตลาดเชิงรุกมากขึ้น หลังจากที่มีการลงทุนก่อสร้างคลังถ่านหินและโรงงานคัดแยกที่มีระบบบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในประเทศเวียดนาม

ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการใช้ถ่านหินที่เพิ่มในเวียดนาม นอกจากนี้ ยังวางกลยุทธ์บุกตลาดกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง และเร่งขยายตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทฯ มียอดคำสั่งซื้อบิ๊กล็อต (Big Lot) จำนวน 1.2 ล้านตันเข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทยอยส่งมอบในครึ่งปีหลังของปีนี้ถึงต้นปี 2564

“บริษัทฯ วางกลยุทธ์ในการเจาะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ที่เรามีความพร้อมของคลังสินค้าในประเทศดังกล่าวอยู่แล้ว และขยายตลาดกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น เนื่องจากมองว่ากลุ่มประเทศดังกล่าวยังคงมีความต้องการใช้ถ่านหินอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากยอดนำเข้าถ่านหินของประเทศเวียดนามในช่วงครึ่งปี 2563 ที่อยู่ที่ 31 ล้านตัน ซึ่งจากปัจจัยนี้ ทำให้ AGE จึงเร่งเดินหน้าขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น”

ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเชียกรีน เอนเนอจี ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการขยายการลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ด้านการขนส่งว่า ปัจจุบันธุรกิจโลจิสติกส์โดยเฉพาะด้านขนส่งทางน้ำ-ทางบก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทฯ ได้มีการทำสัญญาเพื่อขนส่งสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ปริมาณรวม 2 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 340 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการเพิ่มจำนวนเรือลำเลียงในปี 2563 ครบ 36 ลำ และมีรถบรรทุกครบทั้งหมด 51 คัน พร้อมทั้งเตรียมขยายท่าเรือที่ 4 ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของบริษัทที่ครอบคลุมการให้บริการที่ครบวงจร

ส่วนการลงทุนของบริษัทร่วมทุนภายใต้ บริษัท แอท เอนเนอจี โซลูชั่น จำกัด นั้นมองว่า ครึ่งปีหลังคาดว่าการซื้อกิจการโรงไฟฟ้าโซลาร์ ขนาด 5 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงปลายปี สำหรับธุรกิจจำหน่ายไอน้ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการและติดตั้ง Boiler ขนาด 6 ตัน เพื่อผลิตไอน้ำในกระบวนการผลิต คาดว่าจะแล้วเสร็จและรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีนี้เช่นเดียวกัน

ในปีนี้บริษัทฯ มั่นใจว่ายอดขายถ่านหินจะสามารถทำได้ตามเป้าที่ระดับ 3.5 ล้านตัน ตามที่คาดการณ์ไว้ ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 10% ของรายได้รวม พร้อมกันนี้ หากพิจารณาด้านฐานะทางการเงินของบริษัทฯ นายพนมกล่าวว่า บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องทางการเงินอย่างมาก โดยจะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีกำไรสะสมในมือสูงถึงกว่า 700 ล้านบาท ขณะที่อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) 1.87 เท่า ซึ่งบริษัทฯ พยายามรักษาระดับไม่เกิน 2 เท่า สาเหตุที่บริษัทฯ มีสภาพคล่องที่ดี เป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนและบริหารความเสี่ยงที่ดีในช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างทำแผนศึกษาขยายการลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจในอนาคตเพิ่มเติม

สำหรับผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2563 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 นั้น บริษัทฯ มีรายได้ 1,342.7 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 10.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 85.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 71.2 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวดครึ่งแรกปี 2563 ของบริษัทมีรายได้รวม 3,388.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,365.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 51.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 66.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 151.8 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...