xs
xsm
sm
md
lg

"รัฐบาล" เปิดด่านทั่วประเทศเว้นภาษีนำเข้าเวชภัณฑ์ 66 รายการ ลดขั้นตอนพิธีศุลกากรช่วยระบบสาธารณสุขป้องกันภัยโควิด-19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“คลัง” เตรียมออกประกาศกระทรวงฯ ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 66 รายการ มอบด่านศุลกากรทั้งทางบก น้ำ อากาศ ทั่วประเทศเพิ่มความคล่องตัวในขั้นตอนการทำงาน มีผลบังคับใช้แล้ว เร่งช่วยเหลือระบบสาธารณสุขของไทยในการรักษาและป้องกันโควิด-19

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมออกประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้รักษาวินิจฉัย หรือป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตามมติคณะรัฐมนตรี ในการนำเข้าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งสิ้น 66 รายการ เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการรักษาผู้ป่วยในสถานพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศให้เพียงพอ โดยมอบหมายให้กรมศุลกากรออกประกาศกระทรวงการคลังลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตร 12 ในพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นไป จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563

ทั้งนี้ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีในการนำเข้าสินค้า ประกอบด้วย กลุ่มยาสำเร็จรูป จำนวน 18 รายการ เช่น ยาฟาวิพิราเวีย ยาฉีดปราศจากเชื้อชนิดต่างๆ กลุ่มเภสัชเคมีภัณฑ์ จำนวน 8 รายการ เช่น ยาpremix สูตรผสม (Lopinavir+ritonavir) กลุ่มเครื่องมือแพทย์ จำนวน 36 รายการ เช่น น้ำยาตรวจวินิจฉัยโควิด-19 หน้ากากชนิด N 95 หรือสูงกว่า และเสื้อกาวน์ผ่าตัด แว่นตานิรภัย ชุดเครื่องช่วยหายใจชนิดต่างๆ PAPR หน้ากากที่ทำให้อากาศสะอาดชนิดที่มีพลังงานและช่วยเป่าอากาศเข้าในหน้ากาก และกลุ่มรายการวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค จำนวน 4 รายการ เช่น Sodium Hypochlorite ไม่ต่ำกว่า 0.5% และ Hydrogen peroxide ไม่ต่ำกว่า 0.5%

อย่างไรก็ตาม ยังได้มอบหมายให้กรมศุลกากร เร่งดำเนินการเป็นให้ไปตามระเบียบของประกาศดังกล่าวในการยกเว้นอากรนำเข้าสินค้าสำหรับประเภทสินค้าที่ประกาศทั้งหมด เพื่อให้การปฏิบัติงานในด่านศุลกากรทั่วประเทศที่มีอยู่ทั้งทางเรือ ทางบก และทางอากาศ สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการนำเข้าสินค้าเวชภัณฑ์เพื่อนำมาใช้ในการป้องกันและการรักษาการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของภาคประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
กำลังโหลดความคิดเห็น