xs
xsm
sm
md
lg

“ออฟฟิศเช่า-คอนโดฯ” คุมเข้ม Covid-19 “ฟาซิลิตี-จุดสัมผัสร่วม” เยอะเสี่ยงแพร่เชื้อสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

!!!...ความวิตกกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ในประเทศไทยที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ภายหลังการตรวจพบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จากกลุ่มคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกรณีการปกปิดข้อมูลของการเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศกลุ่มเสี่ยงของผู้ติดเชื้อ จนเป็นเหตุให้มีการแพร่ระบาดจากภายในครอบครัว และลุกลามไปในสถานศึกษา ส่งผลให้มีการกักตัวนักเรียนที่สุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อ ร้อนถึงกระทรวงศึกษาธิการ ต้องหามาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างทันท่วงที โดยประกาศให้มีการหยุดเรียน เพื่อป้องกันการเข้าสู่เฟส 3 คือ ระบาดของเชื้อจากคนไทยสู่คนไทยด้วยกันในประเทศไทย


ขณะที่รัฐบาลพยายามออกมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้โรค Covid-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากประชาชน เอกชน และภาคธุรกิจต่างๆ ให้ยกเลิกเดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง รวมถึงยกเลิกหรือเลื่อนการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม หรือรวมตัวกันของประชาชนจำนวนมาก เพื่อลดโอกาสของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ซึ่งจะช่วยในการยืดระยะเวลาของการเข้าสู่การระบาดเฟส 3 ในประเทศไทยให้นานที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเฝ้าระวังกลุ่มผู้เดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง หรือมีการออกมาตรการเฝ้าระวัง และขอความร่วมมือให้งดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมากจากภาคประชาชน เอกชน และภาคธุรกิจต่างๆ จนทำให้ในช่วงนี้มีการยกเลิกการจัดกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดการรวมกลุ่มของคนจำนวนมากได้ เช่น มหกรรมบ้านและคอนโดที่ประกาศยกเลิกการจัดงานไปแล้ว

แต่ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ก็ยังอยู่ในสถานกาณณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะความกังวลที่จะเกิดการระบาดของเชื้อในกลุ่มที่อยู่อาศัย ประเภทคอนโดมิเนียม และออฟฟิศเช่าในย่านใจกลางเมือง รวมไปถึงศูนย์การค้าต่างๆ เนื่องจากมีการอยู่อาศัยในพื้นที่เดียวกัน และใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกัน มีจุดสัมผัสร่วมในที่อยู่อาศัยเดียวกัน ส่งผลให้เกิดความกังวลสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ที่ต้องทำงานในอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ มีบริษัทจำนวนมากเช่าพื้นที่เปิดบริการและทำงานในอาคารเดียวกัน รวมไปถึงการอยู่อาศัยในโครงการคอนโดฯ ซึ่งต้องยอมรับว่ากลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงมาก หากมีผู้ติดเชื้อหลุดรอดจากการตรวจเข้าไปทำงานในพื้นที่เดียวกัน หรือเข้าพักอาศัยในโครงการเดียวกัน เพราะออฟฟิศเช่าและคอนโดฯ ถือเป็นพื้นที่มีกิจกรรมร่วม และเป็นพื้นที่ที่มีการอยู่อาศัยที่มีการใช้ฟาซิลิตีร่วมกัน และมีจุดสัมผัสร่วมมากที่สุด

จรัญ เกษร
นายจรัญ เกษร หนึ่งในผู้บริหารโครงการห้องชุดและพื้นที่พักอาศัยหลังการขาย บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการในการแก้ปัญหาและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่ทีมงานให้ความสำคัญมากที่สุดเป็นอันดับแรกคือ การสื่อสารหรือให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ ขณะที่งานด้านสาธารณสุขพื้นฐานก็มีความจำเป็น เช่น การทำความสะอาดพื้นที่ พื้นผิวสัมผัสในจุดที่มีการสัมผัสร่วมของผู้อยู่อาศัยร่วมในโครงการห้องชุด โดยเฉพาะ ลิฟต์ ซึ่งผู้ใช้ทุกคนมีจุดสัมผัสเดียวกัน ประตูทางเข้าออก ซึ่งทุกคนต้องสัมผัส ในช่วงที่มีการเข้าและออกในพื้นที่

นอกจากนี้ การเฝ้าระวัง และดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในพื้นที่ส่วนรวม หรือสิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่ส่วนกลางที่มีการใช้งานร่วมกัน เช่น อุปกรณ์ภายในฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ ห้องเด็กเล่น ห้องสมุด รวมถึง Cold working Space ในกรณีที่ในบางโครงการจัดสรรพื้นที่บริการดังกล่าวให้แก่ลูกค้า ผู้พักอาศัยในโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ทำงาน หรือจัดการประชุมขนาดเล็กเฉพาะกลุ่ม

โดยงานสาธารณสุขพื้นฐานดังกล่าวนี้ บริษัทได้มีการนำมาใช้มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงก่อนหน้าจะมีผู้ติดเชื้อในประเทศ แต่ในช่วงนี้ที่มีการระบาดของเชื้อ Covid- 19 เข้ามาในประเทศไทย จนสร้างความกังวลให้แก่ผู้อยู่อาศัยอย่างมาก บริษัทได้มีการเพิ่มจุดทำความสะอาด และเพิ่มความถี่ในแต่ละช่วงเวลาในการทำความสะอาดจุดที่มีการสัมผัสร่วมของผู้อยู่อาศัยให้ถี่มากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการจัดทีมแม่บ้านที่ดูแลเรื่องการทำความสะอาดจุดสัมผัส และพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยครั้งของผู้อยู่อาศัยร่วมในโครงการอยู่ตลอดเวลา จากเดิมที่ในแต่ละวันมีการทำความสะอาด 2-3 ครั้งต่อวัน ก็มีการเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ก็มีการตั้งจุดบริการเจลล้างมือ เพื่อฆ่าเชื้อไวรัสให้แก่ลูกค้าในโครงการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่หรือบริเวณที่มีการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกันของผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ และพื้นที่ส่วนกลางทางเข้าออกโครงการ และประตูเข้าออกในแต่ละพื้นที่ภายในโครงการ

นอกจากนี้ สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดอีกเรื่อง คือ การสื่อสารข้อมูล แนะนำและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับลูกค้า หรือผู้เช่าห้องพักในโครงการ ซึ่งมีทั้งผู้เช่าที่เป็นคนไทย และผู้เช่าต่างชาติ โดยเฉพาะฟกลุ่มผู้เช่าต่างชาติที่มีการเดินทางไปในประเทศกลุ่มความเสี่ยง เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน อิตาลี ซึ่งต้องยอมรับว่า ในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการร่วมของบริษัทนั้นมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

ดังนั้น การสื่อสารและการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้อยู่อาศัยในโครงการกับบริษัทจึงมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ทราบถึงความเสี่ยงของผู้อยู่อาศัย ในกรณีที่หากลูกค้าหรือผู้พักอาศัยมีความผิดปกติหรือมีอาการที่ต้องสงสัยว่า จะติดเชื้อไวรัส Covid-19 แจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ดูแลเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างถูกต้อง และทันท่วงที

นฤมล อาภรณ์ธนกุล
น.ส.นฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ให้บริการการขาย และบริหารจัดการพื้นที่โครงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ในฐานะที่ดูแลโครงการที่อยู่อาศัยและบริหารทรัพยากรอาคารกว่า 200 โครงการในปัจจุบัน พลัสฯ ตระหนักถึงการระบาดของไวรัสโควิด-19 และติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะโรคระบาดที่ติดต่อจากคนสู่คนมีความเกี่ยวข้องโดยตรง ดังนั้น ทีม PLUS Living Management จึงได้เพิ่มมาตรการดูแลโครงการที่อยู่อาศัยเข้มข้นเป็นพิเศษ ด้วยมาตรการดังนี้

1.การเตรียมความพร้อมด้านพนักงาน พลัสฯ ได้จัดอบรมความรู้ให้แก่พนักงานโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข จากโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับโครงการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของโครงการมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติงาน โดยผู้ที่เข้ารับการอบรมจะต้องสามารถถ่ายทอดความรู้สู่เจ้าหน้าที่ทุกระดับของโครงการ ทั้งแม่บ้าน รปภ. รวมถึงออกมาตรการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ส่วนพนักงานที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงนั้นได้มีนโยบายให้กักบริเวณอยู่ที่บ้านเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 14 วัน

2.เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดทุกชั่วโมง ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้ 99.9% ในจุดที่เป็นผิวสัมผัสต่างๆ รวมถึงอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคบริเวณส่วนกลาง 3.เตรียมเจลฆ่าเชื้อชนิดเข้มข้นแอลกอฮอล์ 70% และหน้ากากอนามัย แจกจ่ายให้แก่ลูกบ้านไว้ตามจุดต่างๆ ของอาคาร รวมถึงมีคำแนะนำวิธีล้างมือและวิธีสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องถึง 3 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ติดประกาศในทุกโครงการ และประชาสัมพันธ์ผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกบ้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องการเชื้อไวรัส 4.แจ้งข่าวสารให้ลูกบ้านได้รับทราบความเคลื่อนไหวของมาตรการต่างๆตลอดเวลา ทั้งมาตรการการดูแลที่อยู่อาศัย รวมถึงมาตรการการดูแลจากทางภาครัฐ


5.เตรียมพร้อมหมายเลขติดต่อประสานงานกับสถานพยาบาลที่ใกล้โครงการ กรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือลูกบ้านต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดการส่งต่ออย่างรวดเร็ว รวมถึงเจรจาเพื่อเป็นพันธมิตรในการดูแลรักษาสุขภาพกับโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้โครงการ เช่น การทำบัตรส่วนลดในการเข้าใช้บริการโรงพยาบาลที่เป็นพันธมิตรให้แก่ลูกบ้าน

“การดูแลที่อยู่อาศัยของพลัสฯ ทำงานบนมาตรฐานเดียวกันทุกโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ผู้อยู่อาศัยจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ได้มาตรฐาน สามารถสร้างความอุ่นใจในการอยู่อาศัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานด้านการดูแลที่อยู่อาศัยมากว่า 20 ปี พลัสฯ จึงมั่นใจในการรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งปัจจุบันพลัสฯ ยังได้จัดทำข้อมูลในรูปแบบของอินโฟกราฟิก เพื่อแชร์ให้แก่บุคคลภายนอกในการเผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรูปแบบ 3 ภาษาอีกด้วย”

สมศรี เตชะไกรศรี
นางสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า การอยู่อาศัยในคอนโดฯ ออฟฟิศ หรือสำนักงานเช่า และห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการอยู่อาศัยร่วมกันของคนจำนวนมาก มีการใช้สิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) ซึ่งมีจุดที่มีการสัมผัสร่วมกัน ทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ง่าย ดังนั้น การออกมาตรการสาธารณสุขพื้นฐานจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายให้มากที่สุด

สำหรับมาตรการที่ใช้ในการป้องกันที่ดีที่สุด คือ มาตรการที่ออกโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากมีข้อปฏิบัติที่ชัดเจนและถูกต้อง มีมาตรฐาน มากกว่ามาตรการที่เอกชนนำมาใช้เอง เพราะขาดข้อมูล และข้อปฏิบัติที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ดังนั้น มาตรการที่บริษัทนำมาใช้ จึงเป็นมาตรการที่ออกโดยกรมควบคุมโรคโดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้มีการติดต่อประสานงานร่วมกับกรมควบคุมโรคอยู่ตลอด เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง แนะนำมาสื่อสารกับผู้อยู่อาศัยหรือผู้พักอาศัยในโครงการคอนโดฯ สำนักงานเช่า รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท

"ข้อมูลและแนวทางในการปฏิบัติ การป้องกันและดูแล สาธารณสุขพื้นฐานในพื้นที่บริการของบริษัทจึงเป็นการนำข้อมูล คำแนะนำ ของกรมควบคุมโรค เป็นหลัก โดยในการสื่อสารถึงลูกค้านั้น บริษัทจะดำเนินการสื่อสารในทุกมิติ ทั้งป้าย คำแนะนำ วิธีการและแนวทางในการป้องกัน รวมถึง ข้อมูลเกี่ยวกับอาการ และความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัส Covid-19"นางสมศรีกล่าว

ข้อได้เปรียบหรือข้อแตกต่างของบริษัท บริหารจัดการพื้นที่ คือ การทำงานด้วยระบบ มีความพร้อมด้านทีมงาน ทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และทันท่วงที โดยในส่วนของบริษัทนั้นมีทีมแม่บ้านวิสาหกิจเพื่อสังคม เมื่อมีปัญหา เกิดขึ้นทำให้สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ในทันที ขณะเดียวกัน การจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ด้านการดูแลความสะอาดก็สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากบริษัทมีทีมจัดซื้อ ซึ่งดำเนินการในการจัดซื้ออุปกรณ์ และเครื่องมือ เช่น การจัดซื้อเจลหรือแอลกอฮอล์ที่ใช้ในการทำความสะอาด และล้างมือ หน้ากากอนามัย รวมถึงอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ


สำหรับมาตรการด้านสาธารณสุขพื้นฐานที่บริษัทนำมาใช้ คือ การดูแลทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน คือ1.ในพื้นที่ชุมชนที่มีการอยู่อาศัยร่วมกันจำนวนมาก จะมีการจับตาดูผู้เข้าออกภายในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้เช่าหรือผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติ ซึ่งมีการเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงการติดเชื้อ พร้อมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติ ซึ่งออกโดยกรมควบคุมโรค โดยขอความร่วมมือให้กลุ่มผู้เช่าชาวต่างชาติ มีการใส่หน้ากากอนามัย และรับการตรวจวัดอุณหภูมิขณะเดียวกัน ก็มีข้อแนะนำในการตรวจเช็กตนเองของชาวต่างชาติ ซึ่งหากมีการตรวจวัดอุณหภูมิแล้วพบว่า มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 37 องศาก็จะทำการติดต่อ กรมควบคุมโรคในทันที

2.มาตรการลดจุดเข้าออก อาคาร หรือเข้าออกในพื้นที่ที่มีการอยู่อาศัยร่วม เช่น การลดช่องทางเข้าออกในพื้นที่ จากเดิมที่มีอยู่ 4 จุด ก็จะลดลงเหลือช่องทางเข้าออกเพียง 2 จุด เพื่อเป็นการลดจุดสัมผัสร่วมของผู้อยู่อาศัย และสะดวกในการทำความสะอาดซึ่งมีการเพิ่มจำนวนความถี่ในการทำความสะอาดมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ได้ขอให้มีความร่วมมือในการสวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือ โดยใช้เจลหรือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อในจุดบริการที่มีการจัดตั้งไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยและผู้เช่าภายในอาคาร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ที่บริษัทมีการบริหารจัดการอยู่ เป็นพื้นที่การอยู่อาศัยร่วมของเจ้าของร่วม การดำเนินการดังกล่าวจึงจำเป็นต้องมีการขอความร่วมมือจากผู้อยู่อาศัย ซึ่งต้องยอมรับว่าในบางพื้นที่มีการให้ความร่วมมือที่แตกต่างกันไป บางพื้นที่มีการให้ความร่วมมือดี แต่บางพื้นที่มีการให้ความร่วมมือที่น้อย ซึ่งในเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องมีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ความเข้าใจ และให้ข้อมูลผู้อยู่อาศัย เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และรับผิดชอบต่อสังคม

3.การเปิดใช้พื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกเป็นเวลา หรืองดใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการแพร่กระจายของเชื้อได้มากขึ้น 4.ขอความร่วมมือผู้พักอาศัยหรือผู้เช่าพื้นที่ให้งดเดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เช่า หรือผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้มีการติดต่อ กับผู้ปล่อยเช่าห้องชุดภายในโครงการ รวมถึงบริษัทผู้เช่าพื้นที่ออฟฟิศในอาคารสำนักงานเช่า เพื่อขอความร่วมมือให้มีการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง ซึ่งบริษัทจะให้ข้อมูลและหลักในการปฏิบัติในการป้องกันเมื่อต้องเดินทาง รวมถึงหลักปฏิบัติ และการแจ้งข้อมูลเมื่อเดินทางกลับมา โหลดข้อมูลต่างๆ บริษัทจัดส่ง หรือให้ข้อมูลในทุกมิติทุกช่องทางที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น การให้ข้อมูลผ่าน facebook, Line รวมถึงการแจ้งข้อมูลไปใน Email ของลูกค้า

สำหรับแนวทางในการดำเนินมาตรการ ดูแลและเฝ้าระวังป้องกันในศูนย์การค้าที่อยู่ในการดูแลบริหารงานของบริษัท มีแนวทางเดียวกับการเฝ้าระวังพื้นที่สำนักงานเช่าและคอนโดมิเนียม แต่มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย คือ การเฝ้าระวังดูแลพื้นที่ศูนย์การค้าทำได้สะดวกและง่ายกว่า เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากเจ้าของ ซึ่งเป็นเจ้าของเดียว ทำให้สามารถดำเนินการได้รวดเร็วและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่การดำเนินการในโครงการคอนโดมิเนียม ค่อนข้างซับซ้อนเนื่องจากผู้อยู่อาศัยในโครงการต่างเป็นเจ้าของร่วม ทำให้การขอความร่วมมือจากผู้อยู่อาศัยเพื่อดำเนินการไปในแนวทางเดียวกันค่อนข้างยุ่งยาก

"ปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 เป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งทุกคนต้องให้ความร่วมมือเพื่อลดระยะเวลาของการเข้าสู่เฟส 3 ในประเทศไทยลง ดังนั้น ทุกคนควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ กรมควบคุมโรค พร้อมกันนั้นควรให้ความร่วมมือ และคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม และคนส่วนร่วมในประเทศ" นางสมศรี กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น