xs
xsm
sm
md
lg

ยูไนเต็ด เพาเวอร์ฯ เผยปี63โตแกร่ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย ปักธงสร้างรายได้ปี 2563 เพิ่มจากปีก่อน ผู้บริหารมั่นใจผลประกอบการแนวโน้มเติบโตดีขึ้น หลังทยอยเก็บเกี่ยวรายได้จากโรงไฟฟ้าโครงการสหกรณ์และธุรกิจผลิตน้ำประปา รับเงินเข้ากระเป๋าต่อเนื่อง แย้มดีลร่วมทุน-ซื้อกิจการโรงไฟฟ้าโซลาร์ต่างประเทศ คาดได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 1/63


นายวิชญ์ สุวรรณศรี รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปี 2563 บริษัทฯจะเร่งสร้างผลประกอบการเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นหากเทียบกับปีก่อน เนื่องรับรู้รายได้จากการจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการสหกรณ์ฯ ทั้ง 3 โครงการ มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 7.95 เมกะวัตต์ และโครงการผลิตน้ำประปาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งได้ดำเนินการซื้อขายหุ้นเสร็จสิ้นในปีที่ผ่านมา




"ในปี 2562 บริษัทฯพอใจกับผลงาน ถือว่าประสบความสำเร็จ จากการทยอย COD โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ในโครงการสหกรณ์ฯ ทั้ง 3 โครงการ และบริษัทฯยังมีโครงการผลิตน้ำประปาในสปป.ลาว ซึ่งโครงการนี้บริษัทฯผลิตน้ำประปาในเชิงพาณิชย์แล้ว เมื่อเดือน มิ.ย.2562 เพื่อจำหน่ายให้กับ การประปานครหลวงของลาว โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี และเป็นโครงการที่บริษัทฯจะรับรู้รายได้ทันที ทำให้มีรายได้ประจำเกิดขึ้น อีกทั้งเป็นธุรกิจใหม่ของ UPA นอกเหนือธุรกิจด้านพลังงาน ซึ่งจะเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจได้ในอนาคต"




นายวิชญ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯได้มีการเจรา การเข้าซื้อ หรือร่วมลงทุน (M&A) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในต่างประเทศ 2-3 โครงการ โดยจะอยู่ในแถบประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV ซึ่งคาดว่าจะสามารถเห็นความชัดเจนได้ประมาณ 1 ในโครงการ ขนาดกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ ในไตรมาส1/2563 ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในเวียดนาม โดยอาจเป็นลักษณะการเข้าร่วมทุน ขณะที่โครงการในประเทศอยู่ระหว่างเจรจาอีก 1-2 โครงการ โดยจะเป็นการลงทุนลักษณะการเข้าซื้อกิจการ (เทคโอเวอร์) นอกจากนี้ บริษัทฯยังเดินหน้ามองหาโอกาสในการลงทุนด้านธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนใหม่ทั้งใน และต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง


ย้ำ “น้ำประปาหุงข้าว” ปลอดภัย คลอรีนต่ำกว่ามาตรฐาน อย่าไปเชื่อสารก่อมะเร็ง
ย้ำ “น้ำประปาหุงข้าว” ปลอดภัย คลอรีนต่ำกว่ามาตรฐาน อย่าไปเชื่อสารก่อมะเร็ง
วันนี้ (1 มิ.ย.) นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการการประปานครหลวง ระบุว่า จากกรณีที่ในโซเชียลมีเดียแชร์ข้อความอ้างตนว่าห้ามใช้น้ำประปาซาวข้าว และหุงข้าว เพราะมีสารไตรฮีโลมีเทน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ว่าสารไตรฮีโลมีเทน ถ้าจะก่อมะเร็งได้ก็ต้องเกินมาตรฐานที่กำหนด สารนี้เกิดจากสารอินทรีย์ที่ได้จากซากพืช ซากสัตว์ในน้ำดิบ ทำปฏิกิริยากับคลอรีน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรค ทำให้เกิดสารไตรฮีโลมีเทน แต่ถ้าอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มาตรฐาน USEPA จากสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ที่ 80 ไมโครกรัมต่อลิตร แต่น้ำประปาเฉลี่ยประมาณ 40 ไมโครกรัมต่อลิตร ซึ่งไม่เกินค่ามาตรฐาน และในคลอรีนที่นำน้ำประปามาหุงข้าว ออกมาแล้วค่าจะต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะตัวข้าวมีค่าไม่เกิน 2 ไมโครกรัมต่อลิตรเท่านั้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...