xs
xsm
sm
md
lg

กรุงไทย แจงสินเชื่อ Q1 หดหลังสหกรณ์รีไฟแนนซ์-NPL ถ่วง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กรุงไทย แจงไตรมาสแรกสินเชื่อลดจากสินเชื่อกลุ่มสหกรณ์ ที่มีการรีไฟแนนซ์ออกไป แต่ยังคงเป้าหมายเดิมที่เติบโต 4-6% รอภาพรวมเศรษฐกิจ-ลงทุน ขณะที่เอ็นพีแอลยังเป็นปัญหาจากหนี้กลุ่มเก่าที่ค้างมานาน

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา จากผลประกอบการจะพบว่า สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังเป็นจุดที่มีปัญหามาจากเอ็นพีแอลรายเก่าอย่างกลุ่มโรงสีข้าว และกลุ่มที่เคยมีปัญหามาก่อนหน้านี้แล้ว โดยธนาคารแบ่งการดูแลเป็น 3 ขั้นตอนทั้งเขียว เหลือง และแดง มีระดับการดูแลที่ต่างกัน ซึ่งสีแดงเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และมีโอกาสเป็นเอ็นพีแอลย้อนกลับ อาทิ กลุ่มสินค้าเกษตรบางตัว เช่น มันสำปะหลัง เป็นต้น รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่มีความอ่อนแอต้องปรับโครงสร้างหนี้อยู่ตลอด เมื่อหยุดก็จะมีปัญหาหยุดปรับก็มีปัญหา ซึ่งพอร์ตของกลุ่มนี้มีเป็นจำนวนมาก และมีระยะเวลาค้างชำระมานาน

“ในส่วนที่จัดเป็นสีแดงธนาคารก็เฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เป็นกลุ่มที่ประคองลำบาก หยุดก็ไหลเป็นเอ็นพีแอล แล้วก็เป็นหนี้ที่ค้างชำระมีปัญหามายาวนาน อย่างสินค้าเกษตรบางตัว กลุ่มโรงสี ตรงนี้เป็นจุดที่ธนาคารเร่งแก้ไขอยู่ ส่วนไตรมาส 2 จะดีขึ้นหรือไม่ ตอบไม่ได้ เพราะพื้นที่สีแดง ไม่รู้จะหยุดได้เมื่อไหร่ ส่วนที่ต้องปรับโครงสร้างหนี้ก็ต้องทำต่อไป เพราะเราขายพอร์ตไม่ได้”

สำหรับสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาสแรกที่ลดลงนั้น เป็นผลมาจากการลดลงของเงินกู้จากสหกรณ์จากเดิมที่มี 120,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 80,000 ล้านบาท หลังจากที่ลูกค้าได้รีไฟแนนซ์ไป ประกอบกับธนาคารเองได้มีการปรับสัดส่วนสินเชื่อรวมเป็นการกระจายความเสี่ยงด้วย เนื่องจากสินเชื่อบางส่วนมีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนไม่คุ้ม จึงต้องมีการปรับสัดส่วน ซึ่งยอมรับว่ายังทำได้ช้าอยู่ จึงต้องเร่งจัดการต่อไป

นายผยง กล่าวอีกว่า สิ่งที่ยากเป็นการดึงสินเชื่อใหม่เข้ามา เพราะสินเชื่อที่ดีก็มีการแข่งขันสูง เช่น สินเชื่อบ้าน โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0-1% ในปีแรก ก็จะส่งผลกระทบต่อ NIM แต่การปรับพอร์ตกระจายความเสี่ยงก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ ตรงนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่กระทบต่อผลประกอบการของธนาคารในไตรมาสแรก

ส่วนภาพรวมสินเชื่อธนาคารยอมรับว่ากระทบจากปัจจัยดังกล่าว แต่ก็ยังไม่มีการปรับเป้าหมายสินเชื่อรวมที่ตั้งไว้ 4-6% คงต้องรอดูภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีประกอบด้วย ขณะที่การตั้งสำรองธนาคารยังตั้งเป้าไม่ให้ต่ำกว่า 110% จากปัจจุบันอยู่ที่ 120% โดยธนาคารยังดำรงเงินกองทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบต่อผลการดำเนินงาน


กำลังโหลดความคิดเห็น