xs
xsm
sm
md
lg

คาด SET Index รอบนี้จะได้แรงส่งจากเม็ดเงินไหลเข้า KTBST ให้เป้า 1,468 จุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


บล.เคทีบี มองแนวโน้ม SET Index รอบนี้อยู่ในกรอบ 1,410-1,468 จุด โดยเชื่อว่าจะได้รับแรงส่งจากเงินทุนไหลเข้า ซึ่งพบว่าสัญญาณจากวันศุกร์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อทั้งหุ้น และพันธบัตร 7.5 พันล้าน และน่าจะไปในทางเดียวกับตลาด Emerging Market แห่งอื่น

นายมงคล ม่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดหุ้นยังดูเป็นบวกโดยเงินทุนไหลเข้า (Fund Flow) ที่กลับเข้ามาในตลาดหลังผ่านการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) และการประชุมกลุ่มโอเปกไปแล้ว ซึ่งผลการประชุมออกไปในทางบวกต่อตลาดหุ้น

ดังนั้น ตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่การประชุมดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อตลาดในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ดังนั้น จึงมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบกำลังเล่นในกรอบใหญ่ที่ระดับ 1,410-1,468 จุด

ทั้งนี้ แม้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.มีน้อยมาก แต่ตลาดอาจต้องรอฟังสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะมีในวันจันทร์ ในงานของ World Affairs Council of Philadelphia บวกกับตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาไม่ดีนัก ขณะเดียวกัน เนื่องจากสัปดาห์นี้ตัวเลข หรือกิจกรรมสำคัญๆ มีน้อย ความผันผวนจากตัวเลขเศรษฐกิจจึงมีน้อยไม่เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดังนั้น สิ่งที่ต้องตามดูคงเป็นตัวเลขส่งออกของจีน และตัวเลขเงินเฟ้อของจีน (ถ้าเงินเฟ้อไม่ลดมากก็ไม่น่ากังวล) แต่อย่างไรก็ตาม ตัวจำกัดกรอบของดัชนีฯ สัปดาห์นี้จะไปอยู่ที่การประชุม FOMC สัปดาห์หน้า (14-15 มิ.ย.) และคาดว่า MSCI จะสามารถประกาศชื่อหุ้นจีน (A-share) ที่จะถูกนำเข้าไปคำนวณดัชนี MSCI Index ในวันที่ 14 มิ.ย. จึงทำให้เงินลงทุนของรายใหญ่ที่จะเข้ามาในตลาดหุ้นยังรอดูผลของ 2 เรื่องนี้ก่อน

สำหรับปัจจัยปัจจัยในประเทศคงเป็นเรื่องเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทย สัญญาณจากวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 มิ.ย.) นักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อทั้งหุ้น และพันธบัตร 7.5 พันล้านบาท น่าจะไปในทางเดียวกับตลาด Emerging Market แห่งอื่นๆ และการคาดการณ์งบไตรมาส 2 ที่เริ่มมีการทำนำเสนอกันบ้างแล้ว ซึ่งคงไม่ต่างจากที่เราเคยคาด คือ กำไรโดยรวมชะลอตัวจากไตรมาส 1 แต่มีผลประกอบการของหุ้นที่กำไรดีตามราคาน้ำมันเข้ามาช่วยไว้ และเรื่องของ AOT นัดจะเปิดซองประมูลงานจ้างที่ปรึกษาคุมงานสร้างสุวรรณภูมิ เฟส 2 วงเงิน 880 ล้านบาท ในวันอังคารนี้ (7 มิ.ย.)

“หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนยังคงเป็นกลุ่มที่ได้แรงส่งจากเงินทุนไหลเข้า คือ KBANK CPALL กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน และค่าการกลั่นน้ำมันที่สูงขึ้น คือ TOP ขณะที่หุ้นที่ผลการดำเนินงานยังมีการเติบโตจากการขยายงาน และขยายตลาด คือ BCH และ SWC และหุ้น Bottom เป็นหุ้นที่รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ และเศรษฐกิจโลก คือ SAT แต่เราเห็นว่า ราคาหุ้นนั้นก็ปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก และหากเศรษฐกิจโลกฟื้นในช่วงครึ่งปีหลัง อุตสาหกรรมรถยนต์มีแนวโน้มฟื้นตัวตามไปด้วย” นายมงคล กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...