xs
xsm
sm
md
lg

RML แย้มทำโครงการมิกซ์ยูส เจรจาอีก 2 แปลงพัฒนาอสังหาฯ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ไรมอนแลนด์ฯ” ขยับการลงทุนต่อ เผยเจรจา 2 แปลงทำโครงการเพิ่มในปีวอก แย้มอาจไปเป็นไปได้ทั้งแนวราบ และแนวสูง พร้อมแปลงพัฒนาแบบเช่าซื้อเพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส เปิดรับทุนนอกจากจีน และญี่ปุ่นร่วมพัฒนารายโปรเจกต์

นายคิพศาล เบ็ค ผู้อำนวยการฝ่ายการสร้างผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี2559 ว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ยังทรงตัว ทำให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่พยายามขยายไลน์ไปยังธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งในส่วนของบริษัทฯ เองก็มีแผนที่จะแตกไลน์ไปยังธุรกิจอื่นเช่นกัน เช่น ธุรกิจรีเทลและร้านอาหาร ซึ่งจะพยายามอำนวยสะดวกให้แก่ลูกค้าในทุกๆ โครงการของบริษัทฯ

ส่วนกระแสที่อีกหลายๆ บริษัทฯ มีการร่วมทุนกับพันธมิตรทั้งใน และต่างประเทศ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งในส่วนของบริษัทฯ ได้มีนักลงทุนจากประเทศจีน และญี่ปุ่นให้ความสนใจ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งหากจะมีการร่วมทุนคงเป็นการพัฒนาเป็นรายโครงการ และจะต้องเป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เท่านั้น โดยสาเหตุที่บริษัทฯ สนใจผู้ร่วมทุนเป็นชาวเอเชียด้วยกันนั้นมองว่า มีความเข้าใจตลาดที่ดีกว่านักลงทุนจากประเทศแถบทวีปอื่น อีกทั้งต้องเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีการก่อสร้าง และมีฐานลูกค้าที่มาก โดยไม่ได้สนใจเรื่องเม็ดเงินลงทุนแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทฯ มีความพร้อมในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะซื้อที่ดินย่านใจกลางเมืองอีก 2 แปลง เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะเป็นโครงการแนวราบ หรือแนวสูง ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูล และปีนี้อาจจะเป็นปีแรกที่บริษัทฯ เช่าซื้อที่ดินแบบที่มีสิทธิการเช่า (Leasehold) เพื่อพัฒนาโครงการในรูปแบบของคอมเมอร์เชียล และฮอสพิทอลลิตี (Hospitality) ส่วนรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

ในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้และดำเนินการโอนมาจาก 3 โครงการ คือ ยูนิกซ์ เซาท์ พัทยา ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 70% โครงการเดอะลอฟท์ เอกมัย มียอดขายแล้ว 95% (ช่วงปลายปี) และโครงการมิวซ์ เย็นอากาศ บ้านแฝด (ปลายปี) มียอดขายแล้ว 2 ยูนิต และโอนยูนิตที่เหลือของโครงการซายร์ วงศ์อมาตย์

“มูลค่ารวมของโครงการ เดอะ ลอฟท์ อโศก และมิวส์ เย็นอากาศ อยู่ที่ 2,957 ล้านบาท ซึ่งมูลค่า Backlog จาก 2 โครงการนี้รวมเป็นจำนวน 2,118 ล้านบาท หรือ 72% โดยจะเริ่มทำการโอนสัญญาซื้อขายภายในปีนี้ และมูลค่ารวมของยูนิตที่ยังไม่ได้ถูกขายเป็น จำนวน 838 ล้านบาท หรือ 28% จากสัดส่วนทั้งหมด โดยส่วนมากของมูลค่าดังกล่าวมาจากโครงการ มิวส์ เย็นอากาศ ที่เพิ่งเปิดโครงการไปเมื่อไม่นานมานี้ และจำนวนยูนิตของ เดอะ ลอฟท์ อโศก มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 3,100 ล้านบาท มูลค่า Backlog อยู่ที่จำนวน 25% และหากรวมยอดจองด้วยจะอยู่ที่ 45%”

ทั้งนี้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้จากการขายคอนโดฯ 4,077 ล้านบาท ผลกำไร 700 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงเดียวกันของปี 2557 มีรายได้ที่ 5,615.4 ล้านบาท และผลกำไร 1,156 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น