xs
xsm
sm
md
lg

รองนายกฯ “สมคิด” ลั่นปี 59 เครื่องยนต์ ศก.ทุกตัวต้องเดินหน้าเต็มสูบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
รองนายกฯ “สมคิด” ลั่นปี 59 เครื่องยนต์ ศก.ทุกตัวต้องเดินหน้าเต็มสูบ ทั้งส่งออก ท่องเที่ยว ลงทุนภาครัฐ เตรียมเดินหน้าฟื้น ศก.ระดับชาวบ้าน สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมดึงแบงก์รัฐช่วยเหลือรายย่อย ระบุในปีที่ผ่านมา โมเมนตัม ศก.อยู่ในระดับน่าพอใจ เพราะสามารถหยุดยั้งการทรุดตัวของ ศก.ไทยได้

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แสดงปาฐกถาพิเศษ “แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2559” ในงานสัมมนาใหญ่ “เศรษฐกิจไทยปี 59 มองไปข้างหน้า โอกาสและความท้าทาย” โดยระบุว่า ในปีที่ผ่านมา โมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เพราะสามารถหยุดยั้งการทรุดตัวของเศรษฐกิจได้ และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปี 58 จะขยายตัวได้ 2.9-3% และสำหรับภารกิจในปีนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจทุกตัว ทั้งด้านการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนภาครัฐ เป็นต้น

ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่าเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มดีขึ้นจนต้องขยับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยยังกังวลว่าจะรับมือกับเงินทุนไหลเข้าสหรัฐได้หรือไม่ และกระทบกับประเทศอื่นที่มีปัญหาเงินทุนไหลอย่างไรบ้าง ท่ามกลางเศรษฐกิจจีนมีปัญหาชะลอตัว ยุโรปยังไม่ดีขึ้น ประเทศเกิดใหม่ยังอ่อนแอ ไอเอ็มเอฟจึงคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 3.6 ในปี 2559

สำหรับเศรษฐกิจไทย ยอมรับว่ายังมีปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำจากปัญหาราคาน้ำมันปรับลดลง รัฐบาลจึงต้องมุ่งให้การช่วยเหลือเกษตรกร แม้หลายคนมองว่าเศรษฐกิจปีนี้อาจไม่สดใส แต่รัฐบาลมองว่าเป็นความท้าทาย เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์จีดีพีขยายตัวร้อยละ 3.5 ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าจีดีพีขยายตัวร้อยละ 3-4 ส่วนไอเอ็มเอฟมองว่าขยายตัวร้อยละ 2.5 รัฐบาลจึงต้องผลักดันเครื่องยนต์ทุกตัวให้ทำงานเพื่อหวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากการส่งออกยังมีสัดส่วนร้อยละ 70 ของเศรษฐกิจประเทศ กระตุ้นการบริโภคของประชาชน การลงทุนภาครัฐจะต้องเร่งเดินหน้าทุกส่วนเพื่อเป็นตัวนำในการลงทุนของเอกชน และเดินหน้าออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มสูบ

นายสมคิด กล่าวว่า จึงได้ประกาศแผนดำเนินงานปี 2559 ได้แก่ 1.การช่วยเหลือเกษตรกร เพราะจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกของเกษตรกรที่ใช้น้ำน้อย เพื่อปลูกพืชให้หลากหลายมากขึ้น เพราะปัจจุบันสินค้าเกษตรของไทยส่งออกไปต่างประเทศจำนวนมาก ในวันที่ 8 มกราคมนี้ เตรียมเดินทางไปหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน เพื่อให้ช่วยหามาตรการส่งเสริมและยกระดับเกษตรกรในการปลูกพืชเศรษฐกิจ เพื่อสร้างมูค่าเพิ่มสินค้าและการหาตลาดรองรับ เพื่อยกระดับให้เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแบบเกษตรกร โดยจะให้บีโอไอส่งเสริมการลงทุนระดับเกษตรกรเอสเอ็มอี ขณะที่ภาคเอกชนขอให้สร้างฟาร์มต้นแบบในการปลูกพืชที่หลากหลาย เพื่อให้เกษตรกรเห็นตัวอย่าง เมื่อมั่นใจแล้วจึงนำไปปลูกเพิ่ม

รวมทั้งต้องการส่งเสริมให้กองทุนหมู่บ้านช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น เช่น การสร้างลานตากข้าว ฝายชะลอน้ำ โรงอบผลไม้ โดยวันที่ 20 มกราคมนี้กองทุนจะเริ่มส่งแผนพัฒนามาให้พิจารณา ตลอดจนการเดินหน้าวางเครือข่าย Internet Broad Band เพื่อขายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมหลายจังหวัด 10,000 จุด อบรมคนในชุมชนต้นแบบในการเล่นอินเทอร์เน็ต การค้าขายแแบบอี-คอมเมิร์ซไปยังชุมชน เพราะอนาคตต้องค้าขายผ่านออนไลน์มากขึ้น เพื่อต้องการเน้นช่วยเหลือเศรษฐกิจระดับแนวนอนจากพื้นที่ เพราะการพัฒนาระดับแนวดิ่งจากส่วนราชการจากกระทรวงได้มีแผนงานกำหนดไว้แล้ว

2.การส่งเสริมผู้ประการใหม่ Start Up ตั้งกิจการใหม่ เพราะคนรุ่นใหม่ต้องการสร้างกิจการแต่ไม่มีทุนดำเนินการ จึงมอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารออมสิน มหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมฝึกอบรมและนำเงินจากกองทุนวายุภักษ์มาใช้ประโยชน์ในการลงทุนกับกิจการขนาดเล็กที่มีศักยภาพ 3.การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น 4.การเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟฟ้าเส้นทางต่าง ๆ โดยปีนี้จะผลักดันการสร้างรถไฟฟ้าไทย-จีนให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

และ 5.การขับเคลื่อนผ่านนโยบายการคลังโดยต้องเดินหน้าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อเก็บรายได้จากทรัพย์สินมาพัฒนาประเทศ การปรับโครงสร้างภาษีเพื่อให้จัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผลักดัน Holding Company ในการถือหุ้นรัฐวิสหากิจให้เกิดขึ้น การเดินหน้าโครงการบ้านประชารัฐ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญมากต่อการหาที่อยู่อาศัยให้คนระดับปานกลางและรายย่อยให้มีบ้านอยู่

นายสมคิด ยอมรับว่า ไม่เป็นห่วงปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวขณะนี้ แต่เป็นห่วงคนในประเทศที่ยังมีความขัดแย้ง จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหา จากนั้นจึงส่งต่อให้รัฐบาลชุดต่อไปในช่วงหนึ่งปีครึ่งข้างหน้า จึงมอบหมายให้สำนักงบประมาณเตรียมจัดสรรงบที่มีอยู่จำนวนหนึ่งนำออกมาพัฒนาส่วนที่จำเป็น เพราะรัฐบาลคงไม่เน้นการช่วยเหลือผ่านการให้เงินชดเชยสินค้าเกษตรด้านต่าง ๆ เพราะเป็นการช่วยเหลือระยะสั้น จะสร้างภาระงบประมาณเพิ่มภายหลัง จึงต้องการสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรระยะยาว
กำลังโหลดความคิดเห็น...