xs
xsm
sm
md
lg

เก็งกำไรใน TFEX SET50 vs. DW SET50

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ถ้าเรามีเงินต้นอยู่ 400,000 บาท หวังผลตอบแทนเดือนละ 40,000 บาท หรือ 10% เอามาใช้จ่ายรายเดือน คำถามคือ เราจะเก็งกำไรในสินค้าอะไรดีระหว่าง TFEX SET50 Index Future กับ DW ที่อ้างอิงใน SET50 มาดู TFEX กันก่อน ..

การทำกำไร 40,000 บาท มาจากหลายวิธี เช่น เทรด 20 สัญญาให้กำไร 10 จุด หรือไม่ก็ 40 สัญญา กำไร 5 จุด

โจทย์ต่อมาคือ การ Select Time Frame ที่เหมาะสม โดยดูจากความผันผวนในไทม์เฟรมนั้นๆ จากนั้นมาหาจุด Stop ที่สมเหตุสมผล ถึงแม้จะโดนก็พอร์ตไม่พัง หลายคนจึงใช้กฎ 2% ที่ทำยังไงก็ได้ให้ขาดทุนไม่เกินนี้ โดย 2% ของ 400,000 ก็ตีเป็นเงิน 8,000 บาท เพราะฉะนั้นการเทรด 20 สัญญาทำให้ทนขาดทุนได้แค่ 2 จุด ในขณะที่การใส่ถึง 40 สัญญา จะทำให้ขาดทุนได้แค่จุดเดียว
ปุณยวีร์ จันทรขจร
เท่ากับการเอาเงิน จำนวน 400,000 ไปงัดเงินขนาด Position 40*200*880 = 7,000,000 บาท ถือว่า Make Sense หรือไม่อย่างไรก็ลองพิจารณาดู ถ้าหลักการไม่ลงตัวกับความเป็นจริง ก็จะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “Overtrade” อย่าคำนวณแต่ Reward เพราะการคุม Risk ต้องมาก่อนเสมอ

มาถึง DW ที่บางตัวใส่ Gearing ได้รุนแรงกว่าการเทรด S50 ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะค่าย 13 กับ 28 ที่เอา Leverage วางบน Leverage อีกที!! ส่วนสำคัญ อย่าลืมการ Stop Loss จากตารางราคาเป็นหลัก และคำนวณ Time Decay ในตัวที่เราเทรดด้วย การเล่นกับแรงกระชาก ถ้า Bet กับความผันผวนสูงๆ ด้วยการอัด Effective Gearing มากๆ การถือ Position ไว้ 3 วัน ถือว่าใช้เวลา “นานแล้ว” เพราะวันที่ 4-5 จะโดน Time Decay กินแน่นอนอย่างน้อย 1 ช่อง และความเสี่ยงไม่ได้หายไปไหน เรากำจัดมันทิ้ง 100% ไม่ได้ เลยต้องเปลี่ยนโจทย์ใหม่ว่า “จะอยู่กับมันได้อย่างไร”

การทำกำไรจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า การทำนู่นทำนี่ หรือต้องมี Position ทุกวัน แต่อยู่ที่การทำอะไร “บางอย่าง” ที่ถูกจังหวะเวลา “แค่ครั้งเดียวพอ” หรือ Less is More …

มีคำถามอีกว่ามีเงิน 100,000 บาท อยากเทรด TFEX ได้ไหม? ผมคิดว่าพอไหวแต่มันไม่ค่อยเห็นตัวเงินแบบชัดๆ เช่น ถ้าเทรดต่อให้กำไร 5% เท่ากับว่า คุณได้เงิน 5,000 บาทเอง กลับมาถามตัวเองนิดว่า ควรเอาเวลาไปทำมากินอย่างอื่น แทนที่จะเอาเวลามาจ้องจอเทรดหุ้นรึเปล่า

ต้นทุนคือ “เวลาทั้งวัน” นะครับ คิดดีๆ ถ้าเป้าหมาย คือ การทำเงินรายวัน ตลาด TFEX เป็นแค่เครื่องมือหนึ่งเท่านั้น แต่เอาเป็นว่า ถ้าอยากลองสนามนี้ก็ไม่ว่ากัน วาง MM กันดีๆ มีวินัยหน่อย

ลองเริ่มจาก 5 สัญญาที่ได้เสียจุดละ 1,000 บาท กฎ 2% ของเงินหนึ่งแสนเท่ากับ 2,000 เเล้วหาจังหวะเข้าในไทม์เฟรมที่มีจุด Stop Loss สมเหตุสมผลที่ 2 จุด เช่น ลองเข้าไปดูในไทม์เฟรม 1 นาที ส่วน Risk to Reward Ratio พยายามทำให้เป็น 1:2 หรือ จะให้ดีต้องเป็น 1:3 แปลว่า ถ้ารับขาดทุนได้ 2 จุด กำไรขั้นต่ำต้อง 4-6 จุด ไม่งั้นทอยเหรียญกินตังกับคนเเถวบ้านที่กว่า ถ้า Hit rate ดี เล่นยังไงก็ “รอด” ถ้า Hit rate ไม่ดี ยังไงก็ “จน” แต่ถ้า Hit rate ดี และ MM เป็นระบบยังไงก็ “รวย” ขอ

ให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุนครับ
ปุณยวีร์ จันทรขจร หัวหน้าโค้ชทีม Ninja Assassin
ติดตามรายละเอียดของโครงการได้ที่ www.supertrader.co.th
SuperTrader รายการเรียลิตีการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เข้มข้นด้วยความรู้จากโค้ชผู้มากประสบการณ์ ผ่านบททดสอบจากตลาดหุ้นจริง
 

กำลังโหลดความคิดเห็น...