ก.ล.ต.ดูแลตัวกลางในตลาดทุนให้มีการบริหารจัดการ และระบบงานที่คำนึงถึงผลประโยชน์ลูกค้า และความมั่นคงของระบบโดยรวมเป็นสำคัญ มีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงรัดกุม สอดคล้องต่อรูปแบบการทำธุรกิจ และระดับความเสี่ยงของแต่ละบริษัท
นางปะราลี สุคนธมาน ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต.กำกับดูแลบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจมีการบริหารจัดการ และระบบงานที่คำนึงถึงประโยชน์ลูกค้า และความน่าเชื่อถือของตลาดทุนโดยรวม บุคลากรมีคุณภาพ และปฏิบัติงานแบบมืออาชีพ ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงรัดกุม และฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยระบบงานหนึ่งที่สำคัญ คือ ระบบการรับลูกค้า ซึ่งต้องรู้จักตัวตน และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ตลอดจนดูแล และจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้าให้ปลอดภัย การสอบเช็กข้อมูลลูกค้าเมื่อมีการทำธุรกรรมจะทำให้มั่นใจว่า การให้บริการมีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของลูกค้า ในขณะที่ป้องกันความเสี่ยงไม่ให้ บล.ถูกใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์ด้วย
โดย ก.ล.ต.กำกับดูแล บล.โดยเน้นที่โครงสร้างการบริหาร บุคลากร และระบบงาน โดยในกรณีระบบงาน เนื่องจากแต่ละบริษัทมีรูปแบบการทำธุรกิจ และระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน ประกอบกับสภาพแวดล้อม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เกณฑ์ที่ใช้กำกับดูแลจึงเป็นไปในลักษณะของการกำหนดหลักการ และวัตถุประสงค์ และเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำ โดยบริษัทและผู้บริหารมีหน้าที่รับผิดชอบวางนโยบาย และจัดให้มีระบบติดตามดูแลการปฏิบัติงาน การบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมต่อรูปแบบธุรกิจ และระดับความเสี่ยงของตน รวมทั้งเพื่อให้แน่ใจว่า มีการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งบริษัทสามารถวางระบบให้เข้มกว่าที่กฎเกณฑ์กำหนดได้
นอกจากนี้ ยังต้องมีระบบจัดการเรื่องร้องเรียนที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บล.ยังถือเป็นด่านแรกในการรับผิดชอบติดตามดูแลการปฏิบัติงานในแต่ละวัน โดย ก.ล.ต. จะกำกับดูและสุ่มตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัทอีกชั้นหนึ่งโดยพิจารณาจากระดับความเสี่ยง และผลกระทบของแต่ละบริษัทที่มีต่อระบบโดยรวม (risk-based approach) ในการตรวจสอบจะมีหลายรูปแบบ ทั้งการตรวจสอบแบบประจำตามรอบระยะเวลาที่กำหนด หรือเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงที่ทำให้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความรัดกุมในการปฏิบัติงานของบริษัท
สำหรับในเรื่องการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่มีใบอนุญาตนั้น จากสถิติเรื่องร้องเรียนที่ผ่านมา พบว่า เรื่องนี้มีจำนวนลดลงเรื่อยๆ และประมาณ 75% เป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เช่น การชักชวนให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ สินค้าเกษตร และทองคำ (gold spot) เป็นต้น ซึ่งหลายกรณีมีลักษณะเป็นการหลอกลวง และแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเมื่อ ก.ล.ต.ได้รับเรื่องก็จะส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากผู้ลงทุนได้รับการชักชวนควรตรวจสอบรายชื่อบริษัทว่าได้รับใบอนุญาต หรือขึ้นทะเบียนต่อ ก.ล.ต.หรือไม่ จากเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. www.sec.or.th ภายใต้หัวข้อ License Check และ Investor Alert และหากพบว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือทำธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้แจ้งเบาะแสมาที่ ก.ล.ต. โทร.1207 เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป”
นางปะราลี สุคนธมาน ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต.กำกับดูแลบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจมีการบริหารจัดการ และระบบงานที่คำนึงถึงประโยชน์ลูกค้า และความน่าเชื่อถือของตลาดทุนโดยรวม บุคลากรมีคุณภาพ และปฏิบัติงานแบบมืออาชีพ ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงรัดกุม และฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยระบบงานหนึ่งที่สำคัญ คือ ระบบการรับลูกค้า ซึ่งต้องรู้จักตัวตน และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ตลอดจนดูแล และจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้าให้ปลอดภัย การสอบเช็กข้อมูลลูกค้าเมื่อมีการทำธุรกรรมจะทำให้มั่นใจว่า การให้บริการมีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของลูกค้า ในขณะที่ป้องกันความเสี่ยงไม่ให้ บล.ถูกใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์ด้วย
โดย ก.ล.ต.กำกับดูแล บล.โดยเน้นที่โครงสร้างการบริหาร บุคลากร และระบบงาน โดยในกรณีระบบงาน เนื่องจากแต่ละบริษัทมีรูปแบบการทำธุรกิจ และระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน ประกอบกับสภาพแวดล้อม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เกณฑ์ที่ใช้กำกับดูแลจึงเป็นไปในลักษณะของการกำหนดหลักการ และวัตถุประสงค์ และเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำ โดยบริษัทและผู้บริหารมีหน้าที่รับผิดชอบวางนโยบาย และจัดให้มีระบบติดตามดูแลการปฏิบัติงาน การบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมต่อรูปแบบธุรกิจ และระดับความเสี่ยงของตน รวมทั้งเพื่อให้แน่ใจว่า มีการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งบริษัทสามารถวางระบบให้เข้มกว่าที่กฎเกณฑ์กำหนดได้
นอกจากนี้ ยังต้องมีระบบจัดการเรื่องร้องเรียนที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บล.ยังถือเป็นด่านแรกในการรับผิดชอบติดตามดูแลการปฏิบัติงานในแต่ละวัน โดย ก.ล.ต. จะกำกับดูและสุ่มตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัทอีกชั้นหนึ่งโดยพิจารณาจากระดับความเสี่ยง และผลกระทบของแต่ละบริษัทที่มีต่อระบบโดยรวม (risk-based approach) ในการตรวจสอบจะมีหลายรูปแบบ ทั้งการตรวจสอบแบบประจำตามรอบระยะเวลาที่กำหนด หรือเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงที่ทำให้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความรัดกุมในการปฏิบัติงานของบริษัท
สำหรับในเรื่องการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่มีใบอนุญาตนั้น จากสถิติเรื่องร้องเรียนที่ผ่านมา พบว่า เรื่องนี้มีจำนวนลดลงเรื่อยๆ และประมาณ 75% เป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เช่น การชักชวนให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ สินค้าเกษตร และทองคำ (gold spot) เป็นต้น ซึ่งหลายกรณีมีลักษณะเป็นการหลอกลวง และแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเมื่อ ก.ล.ต.ได้รับเรื่องก็จะส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากผู้ลงทุนได้รับการชักชวนควรตรวจสอบรายชื่อบริษัทว่าได้รับใบอนุญาต หรือขึ้นทะเบียนต่อ ก.ล.ต.หรือไม่ จากเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. www.sec.or.th ภายใต้หัวข้อ License Check และ Investor Alert และหากพบว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือทำธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้แจ้งเบาะแสมาที่ ก.ล.ต. โทร.1207 เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป”