xs
xsm
sm
md
lg

ทองคำน่าเก็บมั้ย? ... บล.โกลเบล็ก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

          สัญญา หาญพัฒนกิจพาณิช            ผู้อำนวยการทีมพัฒนาธุรกิจตลาดอนุพันธ์ บล.โกลเบล็ก
​คุณวอร์เรน บัฟเฟต อภิมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกด้านการลงทุนให้มุมมองเกี่ยวกับการลงทุนในทองคำงว่า ทองคำไม่ใช่สินทรัพย์ที่เขาจะเลือกลงทุน เพราะทองคำไม่สามารถสร้างคุณค่า หรือประโยชน์ทางการเงินได้ เขาจึงเลือกลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ หลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น หุ้น พันธบัตร ตราสารการเงินอื่นๆ ธุรกิจ อสังหาฯ ฯลฯ แต่ไม่ใช่ทอง เพราะทองคำถือไว้ก็ไม่ได้ดอกเบี้ย ไม่มีผลตอบแทนด้านการเงินใดๆ

แล้วคุณล่ะคิดยังไงต่อการซื้อทองคำ??

​ก่อนทองคำจะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสมัยก่อน มนุษย์ เราเคยใช้แม้กระทั่งเปลือกหอยในการเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ต่อมา ก็เป็นโลหะมีค่าอย่างทองคำ และโลหะเงิน และค่อยเปลี่ยนมาเป็นธนบัตรสกุลเงินต่างๆ ในที่สุด ซึ่งหลังจากเกิดสกุลเงินต่างๆ ทั่วโลก มันคงจะวุ่นวายแน่หากทุกประเทศสามารถพิมพ์ธนบัตรออกมาเท่าไหร่ก็ได้ตามใจชอบ จึงมีการใช้ทองคำเป็นทุนสำรองแทนธนบัตรที่ถูกพิมพ์ออกมาในสกุลเงินนั้นๆ นอกจากทองคำแล้ว เราก็ยังใช้ดอลลาร์สหรัฐมาเป็นทุนสำรองด้วยอีกชนิดหนึ่ง แต่หลังจากเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนต่อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้นน้อยลง ประกอบกับมาตรการพิมพ์ธนบัตรอัดฉีดสภาพคล่องเข้าไปในระบบ หรือที่เรารู้จักกันว่า QE ของสหรัฐฯ นั้นยิ่งตอกย้ำว่า การถือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอาจจะเหมือนการถือเศษกระดาษในอนาคตก็เป็นได้ ในช่วงปี ค.ศ.2009-2012 จึงมีนักลงทุนจำนวนมาก รวมถึงธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศหันมาซื้อทองคำแทนการถือ หรือลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อป้องการด้อยค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ส่วนนักลงทุน หรือนักเก็งกำไรอีกกลุ่มหนึ่งก็มีการซื้อทองคำด้วยเหตุผลการเก็งว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะพุ่งขึ้นหลังเฟดเลือกที่จะอัดฉีดเงินซึ่งทองคำจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อดอลลาร์สหรัฐด้อยค่าลง ซึ่งทั้ง 2 เหตุผลหลังของคนที่ลงทุนในทองคำนี้ก็ไม่ผิดแถมสร้างกำไรให้มากพอสมควรหากมองย้อนไปว่าราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นมาจากต่ำกว่า $1,000 จนขึ้นไปแตะ $1,920 เหรียญในช่วงปี 2009-2011

​ความคิดของคุณวอร์เรน บัฟเฟต ที่ทองคำไม่น่าลงทุนนั้นผิด???

คำตอบของผมคือ ไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูก เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการลงทุนของคุณวอร์เรน บัฟเฟตและคนที่ได้กำไรในทองคำจากช่วงปี 2009-2012 นั้นมันแตกต่างกัน

​คุณวอร์เรน บัฟเฟต เลือกที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้น่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี และต่อเนื่อง จนเรียกว่าอาจเป็นการสร้าง Passive Income รายได้มั่นคงต่อเนื่องได้เลย หรือสินทรัพย์ที่น่าจะโดดเด่นในอนาคตมากๆ ซึ่งทองคำมันไม่ได้ตอบโจทย์นี้แน่นอน

​ส่วนคนที่เลือกลงทุนในทองคำ อาจจะมีเหตุผลคือ เก็งกำไรราคา จุดประสงค์หลักคือกำไร หากกลุ่มคนเหล่านี้หาจังหวะซื้อขายในตลาดได้เหมาะสม ก็สามารถสร้างกำไรได้เหมือนกัน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่ลงทุนในทองคำอาจเพราะต้องการกระจายความเสี่ยงจากหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นจากทั้งเรื่องเงินเฟ้อ เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมืองระดับโลก หรือแม้แต่ปัญหาค่าเงิน จุดเด่นของทองคำคือ ความเชื่อที่ว่า ทองคำเป็นเสมือนสกุลเงินชนิดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ยอมรับอยู่ลึกๆ เห็นได้จากธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลกมักจะยังใช้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรอง จึงทำให้​ความคิดของใครมันไม่มีผิดมีถูก 100 เปอร์เซ็นต์ มันอยู่ที่ว่าคุณเข้าใจเหตุผลในการลงทุน และจุดประสงค์ของมันหรือไม่ มันเหมาะต่อคุณหรือเปล่า คุณวอร์เรน บัฟเฟต เป็นเศรษฐีได้โดยลงทุนในหุ้นแต่ไม่ได้ลงทุนในทองคำ แต่ก็มีคนระดับด็อกเตอร์ หรือคนดังหลายคนที่ขาดทุนเพราะหุ้นแต่ได้กำไรในตลาดทองคำเหมือนกัน เพราะฉะนั้น มันอยู่ที่ใครถนัดอะไร รู้จริงรู้ลึกกับสินทรัพย์ไหน และจุดประสงค์ในการซื้อขายของคุณคืออะไร สุดท้ายถ้าทำแล้วได้กำไร มันก็น่าจะพอแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...