xs
xsm
sm
md
lg

“คลัง” ปัดถังแตก ลั่นเงินคงคลังยังสูงถึง 2 แสนล้าน ยอมรับเก็บภาษีพลาดเป้า 1.6 แสนล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“คลัง” ปัดถังแตก แม้การจัดเก็บภาษีล่าสุดยังพลาดเป้ากว่า 1.6 แสนล้านบาท ลั่นเงินคงคลังยังปึ้กมากถึง 2 แสนล้านบาท ยอมรับห่วงระดับหนี้สาธารณชนเพดานเร็ว หากดันเศรษฐกิจโตไม่ถึงปีละ 5% ยอมรับตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะทำงบสมดุลได้เมื่อไร “สศค.” คาดส่งออกปี 58 ติดลบ 4% จากเศรษฐกิจโลกฟื้นช้า พร้อมมอง “ดอกเบี้ย-น้ำมัน” ทรงตัว เอื้อเศรษฐกิจฟื้นตัว

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2558 คาดว่าการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรม ประกอบด้วย กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร และกรมศุลกากร จะพลาดเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 160,000 ล้านบาท แต่จะมีรายได้อื่นมาชดเชย เช่น รายได้จากรัฐวิสาหกิจ รายได้จากเงินฝาก และกองทุนต่างๆ เป็นต้น

นายรังสรรค์ ยืนยันว่า ฐานะการคลังมีความมั่นคงเพราะยังมีเงินคงคลังมากถึง 200,000 ล้านบาท ดังนั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ ขณะเดียวกัน ยังพบว่ายังมีเงินค้างท่อที่หน่วยงานราชการต่างๆ ที่ไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ทัน 31 ก.ค.2558 อีกกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเรียกเงินกลับคืนมาให้หน่วยงานที่มีความสามารถนำไปใช้ต่อไป

ส่วนการประชุมประเมินสถานการณ์การเงินการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงบประมาณ พบว่า หากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยโตไม่ถึงปีละ 5% ระดับหนี้สาธารณะจะชนเพดานตามกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ 60% ในปี 2564 เนื่องจากรัฐบาลดำเนินนโยบายขาดดุลต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และวางรากฐานเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้การวางแผนทางการเงินการคลังมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นในอนาคต

“หลังจากนี้หากจีดีพีต่ำกว่า 5% จะทำให้รัฐบาลมีความเสี่ยงหนี้สาธารณชนเพดานเร็วขึ้น ดังนั้น ในระหว่างนี้รัฐบาลจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้มากขึ้น หรือลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง”

นายรังสรรค์ ยอมรับว่า การผลักดังจีดีพีให้เติบโตเกินเป้าหมายคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวจากการส่งออกได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก จึงจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ตามเป้าที่ 3% อย่างแน่นอน

นายรังสรรค์ ยอมรับว่า ตอนนี้คงยังไม่สามารถตอบได้ว่ารัฐบาลจะสามารถจัดทำงบสมดุลได้ในปีไหน จากเดิมวางแผนจะทำงบประมาณสมดุลในปี 2560 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจในอนาคต

ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การปรับลดประมาณการการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ มาอยู่ที่ 220,698 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นการหดตัว 3% นั้น สอดคล้องต่อมุมมองของ สศค. ที่เพิ่งมีการประกาศปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยลงเมื่อเดือน ก.ค.58 โดยทาง สศค. คาดว่า มูลค่าส่งออกในปี 58 จะหดตัว 4% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ

ซึ่งนอกจากไทยแล้ว ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักต่างได้รับผลกระทบในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ที่ไม่เพียงส่งผลลบในทางตรงต่อการส่งออกของไทยไปจีน แต่ยังส่งผลกระทบทางอ้อมผ่านการชะลอตัวของเศรษฐกิจอาเซียนซึ่งมีจีนเป็นตลาดส่งออกหลักเช่นเดียวกัน

พร้อมกันนี้ สศค. ยังมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 1.5% ต่อปี และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับต่ำยังคงเป็นปัจจัยที่เอื้อการบริโภคภาคเอกชน
กำลังโหลดความคิดเห็น