xs
xsm
sm
md
lg

“สมหมาย” ลั่นการเว้นภาษีมรดกร้อยล้าน สังคมเป็นผู้พิจารณา “สนช.” เตรียมเคาะ 21 พ.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รมว.คลัง ชี้การยกเว้นภาษีมรดกไม่เกิน 100 ล้านบาท สังคมจะเป็นผู้พิจารณา โดยกระทรวงการคลัง เสนอที่ 50 ล้านบาท เพื่อให้ผู้มีทรัพย์สินได้นำเงินมาช่วยพัฒนาประเทศ ขณะที่ สนช. เตรียมเคาะ 21 พ.ค.นี้

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการรับมรดกและร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร) จึงนำเสนอที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 นี้ เพื่อพิจารณาเป็นรายมาตรา และลงมติ โดย พ.ร.บ.ฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้หลังจาก 90 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำหรับเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่านการเห็นชอบของ กมธ.กำหนดให้ผู้ได้รับมรดกจากเจ้าของมรดกแต่ละรายทั้งรับมาครั้งเดียว หรือหลายครั้ง มูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้น จึงต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท จากเดิมกระทรวงการคลัง เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาไม่เกิน 50 ล้านบาท และยังบัญญัติให้เสียภาษีอัตราร้อยละ 10 ของมูลค่าในส่วนที่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าผู้ได้รับมรดกเป็นบุพกการี หรือผู้สืบสันดานให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5

“เนื้อหาที่แก้ไขดังกล่าวสังคมจะเป็นผู้พิจารณา เพราะการที่กระทรวงการคลังเสนอยกเว้นให้แก่มรดกไม่เกิน 50 ล้านบาท เพื่อต้องการให้นำเงินจากผู้มีทรัพย์สินจำนวนมากมาช่วยบริหารประเทศ แต่การแก้ไขครั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ สนช.” นายสมหมาย กล่าว

สำหรับสาระสำคัญ กมธ.กำหนดประเภทของมรดกที่ต้องเสียภาษีเอาไว้ 5 ประเภท ได้แก่ 1.อสังหาริมทรัพย์ 2.หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 3.เงินฝากหรือเงินอื่นใดที่มีลักษณะอย่างเดียวกันที่เจ้ามรดกมีสิทธิเรียกถอนคืน หรือสิทธิเรียกร้องจากสถาบันการเงิน หรือบุคคลที่ได้รับเงินนั้นไว้ 4.ยานพาหนะที่มีหลักฐานทางทะเบียน และ 5.ทรัพย์ทางการเงินที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา

ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ด้วยการให้พิจารณาทบทวนมูลค่ามรดกทุก 5 ปี โดยนำอัตราการเปลี่ยนแปลงดัชนีราคาผู้บริโภคที่กระทรวงพาณิชย์คำนวณ เพื่อใช้ในราชการในรอบระยะเวลานั้นมาประกอบการพิจารณาด้วย และยังกำหนดบทลงโทษเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มในกรณีบุคคลไม่ยอมเสียภาษี โดยไม่ยื่นแบบแสดงรายการภายในกำหนดเวลาให้เสียเบี้ยปรับอีก 1 เท่าของเงินภาษีที่ต้องชำระจากเดิมที่กำหนดไว้ 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องชำระ

และถ้าเป็นกรณีที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ครบถ้วน หรือไม่ตรงต่อความเป็นจริงอันเป็นเหตุให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียขาดไปให้เสียเบี้ยปรับอีก 0.5 เท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียเพิ่ม จากเดิมกำหนดให้เสียเบี้ยปรับ 1 เท่าของเงินภาษีที่ต้องเสีย
กำลังโหลดความคิดเห็น