xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ลงทุนสถาบัน 5 กลุ่ม เสาหลักตลาดทุน ประกาศจุดยืนต่อต้านทุจริต แบนหุ้นไร้ธรรมาภิบาล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้ลงทุนสถาบัน 5 กลุ่ม เสาหลักตลาดทุน ประกาศจุดยืนต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมลงนามความร่วมมือ-กำหนดแนวทางการลงทุนที่ดี ซึ่งจะมีการกำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินงาน เพื่อให้ทุกกลุ่มถือปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการยกระดับตลาดทุนไทยรวมทั้งภาคธุรกิจของไทยให้มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เผยมีในสายตาแล้ว 80 บจ.ไวท์สิสต์ จากทั้งหมด 500 บริษัท

ผู้ลงทุนสถาบัน 5 กลุ่ม ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) สำนักงานประกันสังคม สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (บจ.) และสมาคมประกันชีวิตไทย ประกาศจับมือต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือในการกำหนดแนวทางการลงทุนที่ดี ในวันนี้ (11 มีนาคม 2556) ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ จะมีการกำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินงานและการลงทุนของผู้ลงทุนสถาบันในการสนับสนุนให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในบริษัทจดทะเบียน และธุรกิจในตลาดทุน โดยผู้ลงทุนสถาบันทุกกลุ่มถือปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการยกระดับตลาดทุนไทยรวมทั้งภาคธุรกิจของไทยให้มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า กบข. ให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาว และบริหารเงินลงทุนกว่า 580,000 ล้านบาท ในฐานะเจ้าของกิจการ จึงส่งเสริมกิจการที่มีบรรษัทภิบาล ด้วยเชื่อมั่นว่า จะเป็นภูมิคุ้มกันให้กิจการสร้างผลตอบแทนที่ดี และยั่งยืนต่อผู้ลงทุน การร่วมมือกันของนักลงทุนสถาบันครั้งนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมเป็นเครือข่ายกับภาครัฐ และเอกชนในการต่อต้านคอร์รัปชันที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด กล่าวว่า กลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน 5 องค์กร ได้ร่วมกันประกาศจุดยืนของกลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน ว่าจะไม่มีการลงทุนและทำธุรกรรมกับบริษัทที่ไม่มีธรรมาภิบาล ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม และเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นและยังพร้อมที่จะใช้มาตรการเดียวกันในการสนับสนุนให้เกิดบรรษัทมีธรรมาภิบาลที่ดี สร้างมาตรฐานการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ให้ขาวสะอาดเพื่อยกระดับ รวมทั้งภาคธุรกิจให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนให้มีการพิจารณาลงทุนในบริษัทที่ดี ซึ่งยอมรับว่าจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่มีความโปร่งใส หรือ white list ที่ทางบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง เห็นว่าเหมาะสมสำหรับการลงทุนมีอยู่ 80 บริษัท จากจำนวนกว่า 500 บริษัท ซึ่งได้คาดหวังว่าจำนวนบริษัทจดบัญชีในทะเบียน จะเพิ่ม white list ขึ้น ซึ่งในระหว่างนี้ ก็จะให้ทางบริษัทจดทะเบียน มีการปรับตัว

นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมซึ่งบริหารกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทนรวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินออมของผู้ประกันตน จำนวนกว่า 10 ล้านคน ที่ออมไว้กับกองทุนประกันสังคมในระหว่างทำงานเพื่อรอรับสิทธิประโยชน์บำเหน็จ หรือบำนาญหลังเกษียณ ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม สำนักงานประกันสังคมจึงได้ร่วมกับนักลงทุนสถาบันอื่นๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศจุดยืนในการสนับสนุนให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดี และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในกลุ่มบริษัทที่สำนักงานนำเงินไปลงทุน

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน กล่าวว่า ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล รวมกันทั้งสิ้น 5.7 ล้านบัญชี ด้วยขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 3.7 ล้านล้านบาท พวกเราตั้งใจจะเป็นนักลงทุนที่ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม เราเชื่อว่าธุรกิจที่จะเจริญก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืนนั้น นอกจากการทำกำไรที่ดีแล้ว ยังต้องรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวมด้วย และหวังใจว่าการร่วมมือกันของพวกเราจะมีส่วนในการโน้มนำให้เกิดกระแสแห่งการดำเนินธุรกิจด้วยความชอบธรรม และรับผิดชอบต่อสังคมในหมู่บริษัทต่างๆ ที่พวกเราได้เข้าลงทุน และส่งผลให้สังคม และประเทศชาติของเราก็เจริญวัฒนาไปด้วย ดังคำขวัญที่ว่า “ธุรกิจก็เติบใหญ่ ชาติไทยก็พัฒนา”

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยจะสนับสนุน และส่งเสริมให้บริษัทหลักทรัพย์ตระหนักถึงความสำคัญของการมีบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงมีมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นที่ปรึกษาการเงินในการระดมทุน และทำธุรกรรมในตลาดทุน และบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่จะต้องให้คำแนะนำการลงทุน จัดทำและเผยแพร่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ จะเน้นความสำคัญในการดำเนินการแนวทางดังกล่าวของบริษัทที่ไปให้คำปรึกษา และบริษัทที่บริษัทหลักทรัพย์จัดทำบทวิเคราะห์

นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ธุรกิจประกันชีวิตเป็นแหล่งระดมเงินออมระยะยาวที่สำคัญของประเทศ ในปี 2555 มีสินทรัพย์ลงทุนถึง 1.64 ล้านล้านบาท โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากเบี้ยประกันภัยที่ได้รับจากประชาชนผู้ทำประกันชีวิต ที่บริษัทประกันชีวิตนำไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในสัญญาประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทยจึงร่วมแสดงจุดยืนในวันนี้ และขอให้รับทราบว่า บริษัทประกันชีวิตให้ความสำคัญอย่างจริงจังในเรื่องบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในกิจการที่ลงทุน

ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศจะร่วมสนับสนุนให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และให้ความสำคัญของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งการประกาศจุดยืนนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานกำกับและพัฒนาตลาดทุนไทย มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมและยกระดับบรรษัทภิบาล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตลาดทุนไทยเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติมากยิ่งขึ้น โดยที่ผู้ลงทุนสถาบันนับเป็นนักลงทุนที่สำคัญในตลาดทุนที่จะช่วยส่งเสริม และสนับสนุนการยกระดับบรรษัทภิบาลในตลาดทุนได้เป็นอย่างมาก การประกาศจุดยืนของกลุ่มผู้ลงทุนสถาบันในวันนี้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และสมควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้เกิดขึ้นในสังคมว่า กลุ่มผู้ลงทุนสถาบันไม่อาจยอมรับการคอร์รัปชัน ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม สร้างแรงกระตุ้นและสนับสนุนให้กิจการในตลาดทุนพัฒนาคุณภาพให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และสังคมด้วยการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส แข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างศักยภาพให้แก่ธุรกิจ และประเทศชาติอย่างยั่งยืน

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดีที่ผู้ลงทุนสถาบันมีแนวทางส่งเสริมบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ขณะเดียวกัน เมื่อบริษัทจดทะเบียนได้ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงแนวทางดังกล่าว จะช่วยสร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่องค์กร ส่งผลให้องค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและความน่าสนใจในสายตาผู้ลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยออกหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน เพื่อเป็นแนวทางให้บริษัทปฏิบัติตั้งแต่ปี 2545 รวมถึงส่งเสริมให้สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม (CSRI) เป็นสถาบันหลักในการพัฒนาความรู้แก่บริษัทจดทะเบียนไทย ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมผลักดันสู่การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อสร้างคุณค่าแก่องค์กร ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดทำคู่มือ 2 ฉบับ ได้แก่ แนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และการจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืน ซึ่งเป็นคู่มือการจัดทำรายงานด้าน CSR และกรอบการรายงานของ Global Reporting Initiative หรือ GRI

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย ให้การสนับสนุนการสร้างความร่วมมือให้เกิดธรรมาภิบาลที่ดีในธุรกิจ รวมถึงการต่อต้านการคอร์รัปชันที่เป็นรูปธรรมนี้ กรอบแนวทางปฏิบัติที่เห็นชอบร่วมกันในกลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน จะสร้างมาตรฐานการประกอบธุรกิจในตลาดทุนที่ใสสะอาด มีการบริหารงานที่ดี มีความโปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนา และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ลงทุนสถาบันจากองค์กรต่างๆ รวม 5 สถาบัน ประกอบด้วย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมประกันชีวิตไทย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และสำนักงานประกันสังคม โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือของผู้ลงทุนสถาบันในการสนับสนุนให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และให้ความสำคัญของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในภาคปฏิบัติ เนื่องจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันได้บั่นทอนเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศจนไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป กลุ่มผู้ลงทุนสถาบันจึงได้วางกรอบแนวทางความร่วมมือกัน ดังนี้

ข้อ 1 วัตถุประสงค์ และเจตนารมณ์
 

1.1 เพื่อร่วมกันกำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินงาน และการลงทุนของผู้ลงทุนสถาบันที่จะสนับสนุนให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และให้เกิดการปฏิบัติเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในบริษัทจดทะเบียน และธุรกิจในตลาดทุนโดยผู้ลงทุนสถาบันจะถือปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน

1.2 เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันในการให้ความสำคัญที่จะพิจารณาความเหมาะสมในการทำธุรกรรมกับบริษัท และองค์กรที่ไม่ให้ความสำคัญกับบรรษัทภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม หรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน

1.3 เพื่อทำให้สาธารณชนตระหนักว่า ผู้ลงทุนสถาบันได้ให้ความสำคัญอย่างจริงจังในเรื่องบรรษัทภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในกิจการที่ผู้ลงทุนสถาบันลงทุน

ข้อ 2 กรอบแนวทางของความร่วมมือของสมาชิก

2.1 ผู้ลงทุนสถาบันจะเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี เช่นหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่มีผลการประเมินตามรายงานการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report) ที่จัดประเมินโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในระดับที่ดี และในระยะต่อไป จะพิจารณาปัจจัยเพิ่มเติมในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม การมีนโยบาย และมาตรการในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ประกอบด้วย

2.2 ผู้ลงทุนสถาบันจะใช้นโยบายออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น (Voting Policy) เป็นเครื่องมือสนับสนุนบรรษัทภิบาลที่ดี และป้องปรามการทุจริตคอร์รัปชัน โดยร่วมกันวางกรอบและแนวปฏิบัติที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน พร้อมทั้งเปิดเผยต่อสาธารณะถึงผลการออกเสียง และเหตุผลในวาระที่งดออกเสียง และวาระที่คัดค้าน

2.3 บริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการระดมทุน และการทำธุรกรรมในตลาดทุน โดยเน้นถึงความสำคัญของการมีบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีนโยบาย หรือมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

2.4 บริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จะให้คำแนะนำในการลงทุน จัดทำและเผยแพร่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยให้ความสำคัญกับการมีบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีนโยบาย หรือมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...