ปตท.ครวญแบกภาระค่าน้ำมันหลังแอ่น เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ปชช. และพยุงภาวะ ศก. ยอมรับ 3 สัปดาห์ ขาดทุนค่าการตลาดไปเกือบ 300 ล้านบาท ห่วงกระทบตัวเลขรายได้ “พลังงาน” เผยนโยบายขอความร่วมมือดูแลราคาน้ำมัน เป็นไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลก
นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลาน้ำมันผันผวนในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาดีเซลตลาดสิงคโปร์ได้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ ปตท. ต้องแบกรับภาระเรื่องการขาดทุนค่าการตลาดไปแล้ว 294 ล้านบาท โดยค่าการตลาดดีเซลล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 70-90 สตางค์ต่อลิตร และกลุ่มเบนซินอยู่ประมาณ 1.30 บาทต่อลิตร
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน ยืนยันว่า ทางกลุ่ม ปตท.ยังไม่มีแผนการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ แต่ก็คงจะต้องร่วมรับภาระกับประชาชนไปก่อน ซึ่งต้องยอมรับว่า หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปอีก อาจมีผลกระทบต่อรายได้แน่นอน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์ปิดตลาดวานนี้ขยับขึ้นทุกผลิตภัณฑ์ โดยดีเซลมาอยู่ที่ 133.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มสูงถึง 1.17 ดอลลาร์ เบนซินปิด 123.15 ดอลลาร์เพิ่มขึ้น 0.51 และน้ำมันดิบดูไบ เพิ่มขึ้น 1.57 ดอลลาร์ ปิดที่ 111.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นก็เนื่องจากมีการคาดหวังว่า สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน จะมีการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ
ด้านนายณอคุณ สิทธิพงษ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การที่กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือผู้ค่าน้ำมันช่วยเหลือประชาชนด้วยการรับภาระร่วมกันจากค่าการตลาด ในขณะที่กระทรวงฯ ได้มีการปรับบริหารเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เข้าร่วมรับภาระน้ำมันนั้น ก็เป็นแนวทางที่หลายประเทศทั่วโลกใช้รูปแบบเช่นนี้
ล่าสุดนั้น ที่ประเทศฝรั่งเศสก็มีก็มีการดำเนินการเช่นนี้ และใช้วงเงินมาอุดหนุนราคาน้ำมันประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีการอุดหนุนดีเซล 60 สตางค์ต่อลิตร และภาระเงินกองทุนฯ ติดลบ ประมาณ 15,000 ล้านบาท