xs
xsm
sm
md
lg

“เอกยุทธ” ย้ำช่วงเลือกตั้งมีปั่นหุ้น ก.ล.ต.ลั่นพร้อมลงโทษไม่เว้นนักการเมือง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ประธาน ก.ล.ต.ชี้ มูลค่าเปรียบเทียบปรับปีนี้พุ่งต่อเนื่อง โดยจากไตรมาส 1 ปรับแล้วกว่า 100 ล้านบาท มากกว่าทั้งปีก่อน เหตุ วอลุ่มการซื้อขาย-กำไรสูง ลั่นพร้อมลงโทษทันทีหากนักการเมืองเข้ามาฉวยโอกาสในตลาดหุ้น ด้าน “เอกยุทธ” ยันมีแก๊งค์ปั่นหุ้นช่วงเลือกตั้งจริง เย้ยไม่สามารถจับมือใครดมได้ ล่าสุด วานนี้หุ้นไทยร่วง 14 จุด ตามตลาดอื่นทั่วโลก

นายวิจิตร สุพินิจ ประธานกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงการที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มีการเสนอให้มีการเพิ่มการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดในตลาดทุนเพิ่มขึ้น และมีการดำเนินการลงโทษให้รวดเร็วมากขึ้น ว่า ปัจจุบันทาง ก.ล.ต.ได้มีการการดำเนินการลงโทษกับผู้กระทำในตลาดทุนอย่างเข็มงวด ซึ่งเห็นได้จากมูลค่การเปรียบเทียบปรับที่ในไตรมาส 1/54 มูลค่าการปรับ103.17 ล้านบาท โดยสูงกว่าปีก่อนทั้งปีที่มีมูลค่าการปรับ 16.07 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่า มูลค่าการเปรียบเทียบปรับในปีนี้จะสูงกว่าไตรมาส 1/54 เนื่องจากมูลค่าการซื้อขาย และกำไรสูงขึ้น โดยหาก ก.ล.ต.มีการพบว่ามีผู้กระทำความผิดก็จะมีการดำเนินการตรวจสอบและเชิญบุคคลนั้นเข้ามาให้ข้อมูล หากพบว่ากระทำผิดจริงก็จะมีการให้ยอมรับผิดและชำระค่าปรับ แต่หากไม่ยอมถูกปรับก็จะมีการดำเนินการกล่าวโทษและฟ้องศาลต่อไป ซึ่งจะใช้เวลานาน

นอกจานนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการผลัดดันเรื่องกฎหมายฟ้องทางแพ่ง ซึ่งร่างกฎหายดังกล่าวเสร็จแล้วอยู่ระหว่างที่จะเสนอให้ทาง คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยปีนี้คาดว่าจะไม่ทัน อาจมีผลบังคับใช้ปีหน้า ซึ่งกฎหมายดังกล่าวก็จะมีความเข้มงวดและมีบทลงโทษที่แรงและจะสามารถดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว

**จับตาเข้มการเมืองปั่นหุ้น
นายวิจิตร กล่าวถึงกรณีที่ในช่วงการเลือกตั้งจะมีนักการเมืองเข้ามาหาผลประโยชน์ในตลาดหุ้นโดยการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ว่า ทาง ก.ล.ต.ได้มีการเตรียมความพร้อมและติดตามตรวจสอบการซื้อขายหุ้นในตลาดอยู่แล้ว ซึ่งหากมีผู้เข้ามาใช้ประโยชน์ทางตลาดหุ้นในทางที่ผิดนั้นก็จะมีการดำเนินทันที ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯก็มีระบบติดตามตรวจสอบเรือ่งดังกล่าวได้ ถึงแม้ปัจจุบันวิธีการสร้างราคาหุ้นจะมีความซับซ้อนมากขึ้น

ทั้งนี้ ทาง ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯสามารถที่จะติดตามได้ และแม้จะมีการใช้ชื่อบุคคลอื่น ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นใคร ก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเป็นการปราบ และให้มีการหยุดกระทำความผิดทันที

ด้าน นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการ ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์จะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้ามากระทำความผิดในตลาดทุนไม่ว่าใครก็ตาม ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการดำเนินคดีและยึดทรัพย์นักการเมืองแล้ว โดยตลาดหลักทรัพย์ฯระบบการติดตามและกำกับการซื้อขายหุ้นที่ดีจากที่มีระบบไอทีเทียบเท่ากับสากล ซึ่งจะสามารถการซื้อขายแบบไหนผิดปกติ ที่จะต้องมีการตรวจสอบ โดยตลาดหลักทรัพย์จะมีการดำเนินการกำกับการซื้อขายให้สะดวกและเป็นธรรมกับนักลงทุนทีกคน

**“เอกยุทธ” ยันมีปั่นหุ้นช่วงเลือกตั้งจริง
นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานกรรมการบริหาร เครือโอเรียลเต็ล มาร์ท กรุ๊ป กล่าวถึงกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาหนุนให้สำนักลงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดการกลุ่มนักการเมืองที่ปั่นหุ้นในช่วงเลือกตั้ง โดยยอมรับว่า การปั่นหุ้นเพื่อหวังผลการเลือกตั้ง มีมานานแล้วตั้งแต่ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

โดยการสร้างราคาในตลาดหุ้นไทย เป็นขบวนการทางการเมืองเข้ามาปล่อยข่าว และนำผลประโยชน์จากตลาดหุ้นไปใช้ในการเมือง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้หากพบข้อมูล แต่ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบจริงหรือไม่ และสอบลึกเพียงใด

“แม้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงาน ก.ล.ต. จะมีอำนาจโดยตรงในการเข้ามาตรวจสอบ แต่เชื่อว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากผู้มีอำนาจทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง”

นายเอกยุทธ กล่าวอีกว่า ตนมีความมั่นใจว่าหุ้นของกลุ่มนักลงทุนที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาล จะมีการเคลื่อนไหวในทิศทางค่อนข้างดี ตั้งแต่ช่วงนี้ไปถึงการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งหากพบว่าราคาหุ้นตัวใดมีทิศทางดีขึ้นผิดสังเกต แนะนำนักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุน

**หุ้นไทยปิดร่วง 14 จุด ตามทั่วโลก
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (12 พ.ค.) ปิดที่ระดับ 1,086.27 จุด ลดลง 14.21 จุด หรือ -1.29% มูลค่าการซื้อขาย 34,470.34 ล้านบาท โดย นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า เป็นการปรับตัวลงตามตลาดทั่วโลก โดยตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียต่างปรับตัวลงทั่วหน้า และตลาดหุ้นในแถบยุโรปในช่วงบ่ายนี้ก็ย่อตัวลงเช่นกัน
 

ทั้งนี้ เป็นผลจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น โดยขณะนี้ Dollar Index ได้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนจะวิ่งออกจากสินค้าโภคภัณฑ์(Commodity) รวมถึงราคาน้ำมันด้วยที่มีการแกว่งตัวแรง ทำให้แนวโน้มการลงทุนในวันนี้(13 พ.ค.) คงต้องรอดูทิศทางสินค้าโภคภัณฑ์ก่อน พร้อมให้แนวรับ 1,085 จุด แนวต้าน 1,095-1,100 จุด
กำลังโหลดความคิดเห็น...