"ดร.เชน" ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นำคณะเข้าพบ "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย รับฟังปัญหา การบริหารงาน และอุปสรรคของวงการกีฬาไทย รับได้ข้อมูลที่ดีเยอะมาก พร้อมย้ำแนวทางพรรคให้ความสำคัญด้านกีฬาไม่แพ้ด้านอื่น ยืนยันสานต่อนโยบาย 1 สมาคม 1 รัฐวิสาหกิจ แตกยอด 1 อำเภอ 1 อะคาเดมี่ สร้างฮีโร่กีฬาเพิ่มขึ้น ด้านโอลิมปิคฯชี้แนะแก้ปัญหาระบบการใช้เงินกองทุนฯ โครงสร้างพัฒนากีฬา การจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยง และ เงินรางวัล ฯลฯ พร้อมเปิดกว้างทุกพรรคเข้ามารับฟังปัญหากีฬาไทย
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นำทีมผู้สมัครฯ เข้าพบ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ คณะกรรมการบริหารฯ ที่ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เพื่อขอรับทราบปัญหา อุปสรรคการบริหารจัดการของวงการกีฬาไทย
ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ต้องออกตัวก่อนว่าคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯไม่ได้อิงการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เนื่องจากพรรคเพื่อไทยส่งจดหมายมาเป็นพรรคแรกที่ขอเข้าพบเพื่ออยากรับทราบปัญหา อุปสรรค การบริหารจัดการของวงการกีฬาไทยเป็นพรรคแรก หลังจากนี้ก็ขอเชิญทุกพรรคการเมืองเข้ามาหารือเกี่ยวกับวงการกีฬาได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดีมากตนก็อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้ความสนใจวงการกีฬาไทย และนำเรื่องของกีฬาบรรจุอยู่ในนโยบายบริหารงานเพื่อพัฒนา ยกระดับวงการกีฬาไทยทั้งระบบให้ไปสู่ระดับสากลและมีความสำเร็จในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น
"สำหรับในมุมของคณะกรรมการโอลิมปิคไทย ตั้งแต่ผมเข้ามาบริหารงานในฐานะประธานฯ อยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขระเบียบการใช้เงินงบประมาณของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่มีงบค่อนข้างสูง แต่ถูกนำไปแบ่งใช้จัดกิจกรรมกีฬาที่ไม่ได้พัฒนากีฬาอย่างแท้จริง เช่น กีฬาวิ่ง ที่สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ ไม่ได้เป็นผู้จัด แต่กลับมีการจ้างบริษัทเอกชนในการจัด ทำให้เงินงบประมาณในการส่งมาให้นักกีฬากลับได้ไม่เต็มที่ อย่างกรณีซีเกมส์ที่เพิ่งจบไป กองทุนฯขาดสภาพคล่องในการจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้นักกีฬาจึงเกิดความล่าช้าและมีการทวงถามกันมาตลอด รวมถึงเงินรางวัลอัดฉีดสำหรับนักกีฬาทีมชาติ ที่ยอดเงินไม่มีการเพิ่มให้นักกีฬามานานแล้ว โดยเฉพาะซีเกมส์ ซึ่งคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ได้พยายามผลักดันมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วก็ยังไม่ได้ เรื่องนี้ผมก็อยากจะฝากรัฐบาลชุดใหม่ให้ช่วยสานต่อและมองเห็นความสำคัญของนักกีฬาและวงการกีฬาไทยที่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้เช่นกัน"
ผศ.พิมล กล่าวอีกว่า วันนี้ตนก็ได้เล่าให้ฟังไปทั้งหมดจากที่ไปประสบพบเจอมา อาทิ เรื่องเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ซึ่งเป็นปัญหาของโครงสร้างขั้นตอน จากนั้นทางพรรคจะนำไปพัฒนาปรับปรุงออกมาเป็นนโยบายพรรคอย่างไรก็สุดแล้วแต่ทางพรรคเลย ส่วนคณะกรรมการโอลิมปิคฯพร้อมต้อนรับทุกพรรคการเมืองที่จะเข้ามารับฟังปัญหาของวงการกีฬาไทย
ขณะที่ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมที่มีคุณค่ามากสำหรับพรรคเพื่อไทยมาก เราเปิดรับฟังหลายเรื่อง บางเรื่องเรามีนโยบายเพิ่มเติมอยู่แล้ว 1 รัฐวิสาหกิจ 1 สมาคมกีฬา ซึ่งตรงนี้จำเป็นต้องดันไปคู่กัน ตรงนี้ต้องสานต่อแน่นอน และเป็นนโยบายที่ดีมาก รวมไปถึงการผลักดันกีฬาภูมิภาคสร้างนักกีฬา 1 อำเภอ 1 อะคาเดมี่ ซึ่งมีข้อเสนอแนะว่าถ้ามี 1 อะคาเดมี่แล้ว ก็นั้นจะเชื่อมโยงกับสมาคมกีฬานั้นๆด้วย เพื่อต่อยอดสร้างฮีโร่ เพราะหาก 1 ชนิดกีฬามีฮีโร่ขึ้นมาก็จะทำให้กีฬานั้นๆสามารถที่จะเติบโตได้
"นอกจากนี้ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการเรื่องงบประมาณใหก้ถูกสัดส่วน มีความจำเป็นที่จะต้องทำ เน้นย่ำว่าประเทศไทยจะไปข้างหน้าได้ เศรษฐกิจจะไปข้างหน้าได้ กีฬาคือ หนึ่งสิ่งที่มีความจำเป็นในการสนับสนุนวันนี้เราพร้อม นโยบายพร้อมที่จะเดินไปสู้การเลือกตั้งถ้าได้รับโอกาสก็สามารถที่จะผลักดันไปข้างหน้าได้ทันที เรามี นายสรวงศ์ เทียนทอง ซึ่งเคยทำเรื่องพวกนี้อยู่ เราจึงอยากจะสานต่อ และพร้อมสานต่อทันทีที่ได้จัดตั้งรัฐบาล" ศ.ดร.ยศนัน กล่าว
ทั้งนี้วันที่ 13 มกราคม 2569 พรรคไทยก้าวใหม่ โดยนายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรคฯ ได้ทำหนังสือขอเข้าพบประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เพื่อรับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนานโยบายด้านกีฬาของประเทศไทย ในเวลา 16.00 น.ที่คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ


