xs
xsm
sm
md
lg

เลิกบุหรี่..ดีต่อใจ / พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”

“ผมอดบุหรี่ได้แล้วนะครับ!” เจ้าเก่งประกาศก้องด้วยความภาคภูมิใจ...เรียกเสียงเฮด้วยความดีใจกันทั้งก๊วน

“เก่งมาก” เฮียชม “แล้วมึงทำไงถึงอดได้..ไม่น่าเชื่อ”

“ผมใช้ E-Cigarettes แทนคับ เค้ารับรองว่าใช้เลิกบุหรี่ได้แน่นอน ไม่อันตราย”

“อี..แรท..อะไรของมึง”

“บุหรี่ไฟฟ้าน่ะครับ”

“โธ่!...ไอ้เก่งมึงถูกเค้าหลอกแล้ว” พี่หมอกล่าวด้วยความสังเวชกับพฤติกรรมของไอ้เด็กอ้วน

เตือนอันตราย “บุหรี่ไฟฟ้า”

คนทั่วไปคิดว่า บุหรี่ไฟฟ้า มีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา คุณคิดว่าผิดหรือถูก ดร.มาร์ค โอลเฟิร์ท จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา พบว่า ผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดความผิดปกติในระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือด จากการทดลองพบว่า หนูทดลองที่ได้รับไอจากบุหรี่ไฟฟ้าวันละ 4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน ติดต่อกัน 8 เดือน โดยใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารสคาปูชิโน ที่มีสารนิโคติน 18 mg/ml ผลการทดลองพบว่า เกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดใหญ่ในอดสูงขึ้น 2 เท่าครึ่ง ภาวะหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดลง ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมองตีบในมนุษย์ได้

ทั้งนี้ การสูบบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติของหลอดเลือด ในควันบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วยสารที่สามารถส่งผลกับการทำงานของหัวใจ ได้แก่ สารนิโคติน ละอองฝอยขนาดเล็ก แอลดีไฮด์ และสารปรุงแต่งกลิ่นรสซึ่งสารเหล่านี้เป็นตัวเร่งการแข็งตัวของเส้นเลือด ที่นำไปสู่การเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ การเลิกสูบบุหรี่เด็ดขาดจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจอยู่แล้ว

ในประเทศไทยขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า โดยที่บุหรี่ไฟฟ้า หรือ E-Cigarettes ถูกคิดค้นขึ้นในประเทศจีน การทำงานของมันคือการลวงประสาทสัมผัสที่จะส่งผ่านนิโคตินไปยังผู้สูบคล้ายกับยาสูบจริง และทำให้เกิดควันจากไอน้ำสีขาวคล้ายควันบุหรี่ และแม้ว่ามันจะปราศจากส่วนผสมของใบยาสูบ ซึ่งจะสันดาปและก่อให้เกิดสารพิษต่างๆกว่า 4,000 ชนิดก็ตาม แต่ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ายังคงได้รับนิโคตินเต็มๆ ซึ่งทำให้เกิดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอด 29% หัวใจขาดเลือด 28% ถุงลมโป่งพอง 21% สมองขาดเลือด 4% และมะเร็งชนิดอื่นๆ 8%

ปิดท้ายด้วยคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. 61 ของปีนี้คือ

“บุหรี่ตัวร้าย...ทำลายหัวใจ” (Tobacco Break Heart)


กำลังโหลดความคิดเห็น...