xs
sm
md
lg

กอล์ฟไม่รุ่ง...แต่ไม่ตาย “ไนกี้” เลือกเดินได้ถูกทาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 - เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวที่น่าตกใจว่า ไนกี้ แบรนด์กีฬาสัญชาติอเมริกันระดับแถวหน้าของโลก ประกาศยกเลิกสายงานการผลิตอุปกรณ์กีฬาเกี่ยวกับกอล์ฟทั้งหมด

แน่นอนทุกคนประหลาดใจไม่น้อย เพราะ ไนกี้ มีพรีเซนเตอร์ระดับแถวหน้าของวงการกอล์ฟที่เชิดหน้าชูตาอยู่ในสังกัดทั้ง ไทเกอร์ วูดส์ อดีตมือ 1 ของโลก, รอรีย์ แม็คอิลรอย หนุ่มจากไอร์แลนด์เหนือ รวมถึง มิเชล วี สาวสวยชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี

ไนกี้ อยู่ในวงการมา 17 ปี หลังเปิดตัวลูกกอล์ฟครั้งแรกเมื่อปี 1999 พร้อมทุ่มเงิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) จ่ายให้แม่เหล็กชั้นดีอย่าง ไทเกอร์ วูดส์ ที่แจ้งเกิดขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่

แต่ระยะหลังในประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวนคนเล่นกอล์ฟลดลง 30 ล้านคน จากปี 2005 เหลือ 24 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์อย่าง ไนกี้ และ อาดิดาส จึงหาทางออกจากธุรกิจนี้ แม้มีการเติบโตทว่าก็แค่บางแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออก ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยากลำบากของทางฝั่งอเมริกา

เหนืออื่นใดเหตุที่ ไนกี้ เลิกสายการผลิตอุปกรณ์กอล์ฟ ไม่ว่าจะเป็น ไม้, ลูก และ ถุง ไม่ได้สร้างความกระทบกระเทือนให้ภาพรวมของบริษัทใหญ่เลยแม้แต่น้อย ทว่าเป็นการดีเสียอีก เพราะที่ผ่านมารู้ดีว่าไม่ได้มีความชำนาญด้านแม็คคานิค จึงหันมาทุ่มให้กับ เสื้อ, กางเกง ตลอดจนถึงรองเท้าแทน

ทั้งนี้ ผลสำรวจเปิดเผยว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อุปกรณ์กีฬากอล์ฟของ ไนกี้ มียอดขายหล่นลงจากเดิมราว 8.2 เปอร์เซ็นต์ โดยมองว่าไม่คุ้ม เทรเวอร์ เอ็ดเวิร์ดส ประธานของ ไนกี้ แถลงการณ์ถึงความมุ่งมั่นว่า “จากนี้ไป เรามีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในด้านรองเท้ากีฬากอล์ฟ รวมถึงเสื้อผ้าต่าง ๆ เราจะจัดการด้านนี้ด้วยการลงทุนที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด และสร้างนวัตกรรมที่ดีสำหรับนักกีฬาด้วย ไนกี้ กอล์ฟ”

ส่วนในเรื่องของสัญญาที่พวกเขาสนับสนุนให้กับสองโปรดังอย่าง แม็คอิลรอย กับ ไทเกอร์ วูดส์ อยู่นั้น ดาริช แอชฟอร์ด ประธานฝ่ายการผลิต ไนกี้ กอล์ฟ บอกว่าจะให้การหนุนหลังอุปกรณ์ต่อไป “นักกีฬาอย่าง ไทเกอร์, รอรีย์ รวมถึง มิเชล วี มีพลังขับเคลื่อนในการแข่งขันและสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าทั่วโลก อุปกรณ์ของเรามีความเชื่อมโยงกับนักกีฬาเป็นอย่างดี และเราพร้อมที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับนักกีฬาของเราต่อไป”

ซึ่งล่าสุด เจสัน เดย์ นักกอล์ฟหนุ่มจากออสเตรเลียดีกรีมือ 1 ของโลกคนปัจจุบันที่ยึดมาถึง 29 สัปดาห์ โดยเมื่อปี 2015 ปลดล็อกได้แชมป์เมเจอร์แรก “พีจีเอ แชมเปียนชิป” ส่วนปีนี้คว้ามาแล้ว 3 แชมป์ กำลังจะทิ้ง อาดิดาส มาซบ ไนกี้

สปอนเซอร์ของ เดย์ คือ เทย์เลอร์เมด - อาดิดาส กำลังจะหมดสัญญาเมื่อสิ้นสุดปีนี้ ซึ่ง อีเอสพีเอ็น เผยว่า จะต่อสัญญากับ เทย์เลอร์เมด ในการใช้อุปกรณ์ แต่เสื้อผ้านั้นจะหันมาสวมของ ไนกี้ ซึ่งก็เหมือนเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี โดยแหล่งข่าวกระซิบว่าจะฟันเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 350 ล้านบาท)

ทางด้าน อาดิดาส นั้น ก็กำลังมองถึงการแยกกับ เทย์เลอร์เมด ที่ถือเป็นเบอร์ 1 ด้านอุปกรณ์มาโดยตลอด แต่ระยะหลังยอดขายนั้นก็ตกลงถึง 26 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต่างจาก ไนกี้ ที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน

ไนกี้ นั้นโชคดีไม่ได้น้อยที่กำลังจะได้ เดย์ เข้าสังกัดเป็นหนึ่งในพรีเซนเตอร์ และน่าจะฟันกำไรเพิ่มขึ้นพอสมควร ขณะที่ อาดิดาส นั้นถือเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มีซูเปอร์สตาร์ของวงการมากมาย อาทิ ดัสติน จอห์นสัน (สหรัฐอเมริกา) และ เซร์คิโอ การ์เซีย (สเปน) แต่กลับไม่ได้รับการสนใจและจับตามองมากพอในตลาด

ขณะที่แบรนด์อื่นนั้นกำลังได้รับความสนใจขึ้นเรื่อย ๆ อาทิ อันเดอร์ อาร์มอร์ ที่มี จอร์แดน สปีธ อดีตมือ 1 ของโลกชาวอเมริกันดีกรี 2 แชมป์ระดับเมเจอร์ ส่วน ไนกี้ ก็ยังมี ไทเกอร์ วูดส์ ที่กำลังจะหายเจ็บคืนวงการอีกครั้งในฤดูกาล 2017 รวมถึง แม็คอิลรอย ที่น่าจะติดลมบนในวงการไปอีกนาน

ส่วน จอห์นสัน กับ การ์เซีย ก็ไม่แน่ว่าจะใช้ อาดิดาส ต่อไปอีกนานแค่ไหน เพราะ เทย์เลอร์เมด - อาดิดาส จะไม่เปิดเผยเรื่องรายละเอียดสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้น

แน่นอนทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าธุรกิจกอล์ฟนั้นไม่ราบรื่น แต่ก็ยังไม่ตาย เพราะในทุก ๆ กีฬาจะมีดาวรุ่งขึ้นมาประดับวงการในทุกยุคทุกสมัย อาทิ เดย์ ที่ตามรอย แม็คอิลรอย, สปีธ และ ริคกี ฟาวเลอร์ ซึ่งก็ถือเป็นความหวังที่จะปลุกให้วงการเฟื่องฟูต่อไปในทุก ๆ ด้าน ขณะที่ ไนกี้ นั้นก็ยังมีชื่อติดตรึงใจแฟน ๆ ต่อไป

เรื่อง สรเดช เพชรแสงใสกุล
มิเชล วี เรียกได้ว่า ไนกี้ หัวจรดเท้า
ไทเกอร์ วูดส์ กำลังจะกลับมา
* * *คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “MGR SPORT” รับข่าวสารแวดวงกีฬาชนิดเกาะติดขอบสนามคลิกที่นี่เลย!!* * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...