คอลัมน์ EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน ราชวังสัน
ยูโร 2016 หรือ ฟุตบอลชิงแช้มพ์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 15 (UEFA European Championship - EURO 2016) ที่ ประเทศฝรั่งเศส จะเริ่มเปิดสนามตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน และชิงชนะเลิศวันที่ 10 กรกฎาคม 2016 ดวลแข้งกันตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม โดยหนนี้จะเป็นครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันในรอบสุดท้ายถึง 24 ทีม
นอกจาก ฝรั่งเศส ที่ได้รับสิทธิ์ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันแล้ว อีก 23 ทีมจะต้องมาจากรอบคัดเลือกที่มี 53 ชาติสมาชิก ยูเอ๊ฟฟ่า เข้าร่วม อันนี้รวมทั้ง สเปน แช้มพ์เก่า ก็ต้องผ่านการคัดเลือก ไม่มียกเว้น และจะมีทีมชาติสมาชิกใหม่ล่าสุดอีกทีมหนึ่งคือ จิ๊บรอลทาร์ (Gibraltar) ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของ คาบสมุทรไอบีเรีย ที่มีพื้นที่เพียง 6.8 ตารางกิโลเมตร และประชากรแค่ 30,000 คนเท่านั้น
แม้ว่า ทีมชาติ จิ๊บรอลทาร์ ยังไม่ได้เป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่ได้สมัครเป็นสมาชิกของ ยูเอ๊ฟฟ่า และได้รับการรับรองเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2013 จึงมีสิทธิ์เข้าร่วม ยูโร 2016 ซึ่งถ้านับจำนวนประชากรก็ถือว่า จิ๊บรอลทาร์ เป็นชาติสมาชิกที่เล็กที่สุดของ ยูเอ๊ฟฟ่า
การแข่งขันรายการนี้ส่งผลต่อไปถึง รายการ ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรเชิ่นส์ คัพ 2017 (2017 FIFA Confederations Cup) การแข่งขันชิงแช้มพ์เหนือแช้มพ์ที่มีแช้มพ์จาก 6 ทวีป กับแช้มพ์โลก และทีมชาติเจ้าภาพ รวมเป็น 8 ทีม ที่ รัสเซีย จะเป็นเจ้าภาพในช่วงกลางปี 2017 ด้วย โดยทีมแช้มพ์ ยูโร 2016 จะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งทีมจากโซนยุโรป หรือ ยูเอ๊ฟฟ่า ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมอยู่แล้วคือ รัสเซีย ในฐานะเจ้าภาพ และ เจอรมานี ในฐานะแช้มพ์ฟุตบอลโลก ปี 2014 ดังนั้น หาก 2 ทีมนี้ ทีมใดได้แช้มพ์ ยูโร 2016 สิทธิ์นี้ก็จะเลื่อนไปให้รองแช้มพ์ทันที แต่ถ้าทั้ง 2 ทีมดันเข้าชิงชนะเลิศทั้งคู่ ก็จะใช้วิธีจับสลากชิงสิทธิ์กันระหว่างทีมแพ้ในรอบตัดเชือก
ในเมื่อ ยูโร 2016 รอบสุดท้าย มีถึง 24 ทีม มันก็ทำให้ทีมระดับกลาง ๆ ย่อมมีโอกาสเข้าร่วมมากขึ้น ซึ่งในรอบคัดเลือกนี้ เขาแบ่ง 53 ทีม อีกเป็น 9 กลุ่ม โดย 8 กลุ่ม มีกลุ่มละ 6 ทีม และอีก 1 กลุ่มมี 5 ทีม แข่งกันแบบพบกันเองในกลุ่ม เหย้า-เยือน เมื่อแข่งกันครบถ้วนแล้วก็ให้ทีมที่ได้ 2 อันดับแรกของแต่ละกลุ่ม รวม 18 ทีม บวกกับทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด รวมเป็น 19 ทีมได้ไป ยูโร 2016 รอบสุดท้าย ทันที ส่วนสิทธิ์อีก 4 ทีมที่เหลือนั้น ก็นำเอาทีมอันดับ 3 ที่เหลืออีก 8 ทีมมาจับคู่ดวลกัน เหย้า-เยือน ในรอบ เพลย์-อ๊อฟ โดยปัญหาเรื่องจำนวนทีมในทุกกลุ่มที่มีไม่เท่ากันนั้น ก็ใช้วิธีตัดผลการแข่งขันกับทีมที่ได้อันดับ 6 ของตารางทิ้งไปนั่นเอง
การแข่งขันรอบคัดเลือกเดินทางมา 6 นัด เกินครึ่งทางแล้ว ทีมชาติเล็ก ๆ ที่มักเป็นทีมแจกแต้มก็รั้งตำแหน่งบ๊วยของตาราง อย่างเช่น ลุกซ็องบูรก์ (Luxembourg) ในกลุ่ม C ซาน มารีโน (San Marino) ในกลุ่ม E และ มอลตา (Malta) ในกลุ่ม H แข่งมา 6 นัด ต่างก็ยันเสมอได้เพียงนัดเดียว ที่เหลือแพ้เรียบ ในขณะที่ อันดอรรา (Andorra) ในกลุ่ม B และ จิ๊บรอลทาร์ (Gibraltar) ในกลุ่ม D ที่ผ่านมาแพ้หมดทุกนัด ทีมเหล่านี้น่าจะไม่มีโอกาสผ่านเข้ารอบสุดท้าย
แต่ในขณะเดียวกัน ไอ๊ส์แลนด์ (Iceland) แม้จะถูกตราหน้าว่าแจกแต้มมานานปี ไม่เคยผ่านรอบคัดเลือกมาได้เลย แต่ยุคนี้มีพัฒนาการดีขึ้นมาก กำลังยืนอยู่จ่าฝูงในรอบคัดเลือก กลุ่ม A มีคะแนนเหนือ สาธารณรัฐ เช็ก เนเธอร์แลนด์ส และ ตุรกี เสียด้วยซ้ำ อีกทีมหนึ่งที่น่าสนใจและมักมีนักเตะดี ๆ คือ เวลส์ ที่ไม่เคยได้ผ่านรอบคัดเลือกมาเช่นกัน แต่ตอนนี้มีคะแนนนำโด่งเป็นจ่าฝูงในกลุ่ม B โอกาสที่ทั้ง 2 ทีมนี้จะได้มาโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายค่อนข้างแน่นอน
ส่วนทีมยักษ์ที่ร่วงไม่เป็นท่า ปัจจุบันรั้งอยู่อันดับสุดท้ายของตารางในกลุ่ม F คือ กรีซ (Greece) ซึ่งเคยครองแช้มพ์รายการนี้เมื่อปี 2004 แต่ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก บักโกรก ท่าทางจะหมดทุน ทำให้ทีมชาติขาดแคลนน้ำเลี้ยง ผมได้ยินแว่ว ๆ ว่า ทั้งประเทศเหลือเงินในธนาคารเพียง 500 ล้านยูโร เรื่องเศรษฐกิจมันยังผลให้จะไม่มีชื่อ กรีซ ใน ยูโร 2016 รอบสุดท้าย ครับ
* * *คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “MGR SPORT” รับข่าวสารแวดวงกีฬาชนิดเกาะติดขอบสนามคลิกที่นี่เลย!!* * *
ยูโร 2016 หรือ ฟุตบอลชิงแช้มพ์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 15 (UEFA European Championship - EURO 2016) ที่ ประเทศฝรั่งเศส จะเริ่มเปิดสนามตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน และชิงชนะเลิศวันที่ 10 กรกฎาคม 2016 ดวลแข้งกันตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม โดยหนนี้จะเป็นครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันในรอบสุดท้ายถึง 24 ทีม
นอกจาก ฝรั่งเศส ที่ได้รับสิทธิ์ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันแล้ว อีก 23 ทีมจะต้องมาจากรอบคัดเลือกที่มี 53 ชาติสมาชิก ยูเอ๊ฟฟ่า เข้าร่วม อันนี้รวมทั้ง สเปน แช้มพ์เก่า ก็ต้องผ่านการคัดเลือก ไม่มียกเว้น และจะมีทีมชาติสมาชิกใหม่ล่าสุดอีกทีมหนึ่งคือ จิ๊บรอลทาร์ (Gibraltar) ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของ คาบสมุทรไอบีเรีย ที่มีพื้นที่เพียง 6.8 ตารางกิโลเมตร และประชากรแค่ 30,000 คนเท่านั้น
แม้ว่า ทีมชาติ จิ๊บรอลทาร์ ยังไม่ได้เป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่ได้สมัครเป็นสมาชิกของ ยูเอ๊ฟฟ่า และได้รับการรับรองเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2013 จึงมีสิทธิ์เข้าร่วม ยูโร 2016 ซึ่งถ้านับจำนวนประชากรก็ถือว่า จิ๊บรอลทาร์ เป็นชาติสมาชิกที่เล็กที่สุดของ ยูเอ๊ฟฟ่า
การแข่งขันรายการนี้ส่งผลต่อไปถึง รายการ ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรเชิ่นส์ คัพ 2017 (2017 FIFA Confederations Cup) การแข่งขันชิงแช้มพ์เหนือแช้มพ์ที่มีแช้มพ์จาก 6 ทวีป กับแช้มพ์โลก และทีมชาติเจ้าภาพ รวมเป็น 8 ทีม ที่ รัสเซีย จะเป็นเจ้าภาพในช่วงกลางปี 2017 ด้วย โดยทีมแช้มพ์ ยูโร 2016 จะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งทีมจากโซนยุโรป หรือ ยูเอ๊ฟฟ่า ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมอยู่แล้วคือ รัสเซีย ในฐานะเจ้าภาพ และ เจอรมานี ในฐานะแช้มพ์ฟุตบอลโลก ปี 2014 ดังนั้น หาก 2 ทีมนี้ ทีมใดได้แช้มพ์ ยูโร 2016 สิทธิ์นี้ก็จะเลื่อนไปให้รองแช้มพ์ทันที แต่ถ้าทั้ง 2 ทีมดันเข้าชิงชนะเลิศทั้งคู่ ก็จะใช้วิธีจับสลากชิงสิทธิ์กันระหว่างทีมแพ้ในรอบตัดเชือก
ในเมื่อ ยูโร 2016 รอบสุดท้าย มีถึง 24 ทีม มันก็ทำให้ทีมระดับกลาง ๆ ย่อมมีโอกาสเข้าร่วมมากขึ้น ซึ่งในรอบคัดเลือกนี้ เขาแบ่ง 53 ทีม อีกเป็น 9 กลุ่ม โดย 8 กลุ่ม มีกลุ่มละ 6 ทีม และอีก 1 กลุ่มมี 5 ทีม แข่งกันแบบพบกันเองในกลุ่ม เหย้า-เยือน เมื่อแข่งกันครบถ้วนแล้วก็ให้ทีมที่ได้ 2 อันดับแรกของแต่ละกลุ่ม รวม 18 ทีม บวกกับทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด รวมเป็น 19 ทีมได้ไป ยูโร 2016 รอบสุดท้าย ทันที ส่วนสิทธิ์อีก 4 ทีมที่เหลือนั้น ก็นำเอาทีมอันดับ 3 ที่เหลืออีก 8 ทีมมาจับคู่ดวลกัน เหย้า-เยือน ในรอบ เพลย์-อ๊อฟ โดยปัญหาเรื่องจำนวนทีมในทุกกลุ่มที่มีไม่เท่ากันนั้น ก็ใช้วิธีตัดผลการแข่งขันกับทีมที่ได้อันดับ 6 ของตารางทิ้งไปนั่นเอง
การแข่งขันรอบคัดเลือกเดินทางมา 6 นัด เกินครึ่งทางแล้ว ทีมชาติเล็ก ๆ ที่มักเป็นทีมแจกแต้มก็รั้งตำแหน่งบ๊วยของตาราง อย่างเช่น ลุกซ็องบูรก์ (Luxembourg) ในกลุ่ม C ซาน มารีโน (San Marino) ในกลุ่ม E และ มอลตา (Malta) ในกลุ่ม H แข่งมา 6 นัด ต่างก็ยันเสมอได้เพียงนัดเดียว ที่เหลือแพ้เรียบ ในขณะที่ อันดอรรา (Andorra) ในกลุ่ม B และ จิ๊บรอลทาร์ (Gibraltar) ในกลุ่ม D ที่ผ่านมาแพ้หมดทุกนัด ทีมเหล่านี้น่าจะไม่มีโอกาสผ่านเข้ารอบสุดท้าย
แต่ในขณะเดียวกัน ไอ๊ส์แลนด์ (Iceland) แม้จะถูกตราหน้าว่าแจกแต้มมานานปี ไม่เคยผ่านรอบคัดเลือกมาได้เลย แต่ยุคนี้มีพัฒนาการดีขึ้นมาก กำลังยืนอยู่จ่าฝูงในรอบคัดเลือก กลุ่ม A มีคะแนนเหนือ สาธารณรัฐ เช็ก เนเธอร์แลนด์ส และ ตุรกี เสียด้วยซ้ำ อีกทีมหนึ่งที่น่าสนใจและมักมีนักเตะดี ๆ คือ เวลส์ ที่ไม่เคยได้ผ่านรอบคัดเลือกมาเช่นกัน แต่ตอนนี้มีคะแนนนำโด่งเป็นจ่าฝูงในกลุ่ม B โอกาสที่ทั้ง 2 ทีมนี้จะได้มาโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายค่อนข้างแน่นอน
ส่วนทีมยักษ์ที่ร่วงไม่เป็นท่า ปัจจุบันรั้งอยู่อันดับสุดท้ายของตารางในกลุ่ม F คือ กรีซ (Greece) ซึ่งเคยครองแช้มพ์รายการนี้เมื่อปี 2004 แต่ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก บักโกรก ท่าทางจะหมดทุน ทำให้ทีมชาติขาดแคลนน้ำเลี้ยง ผมได้ยินแว่ว ๆ ว่า ทั้งประเทศเหลือเงินในธนาคารเพียง 500 ล้านยูโร เรื่องเศรษฐกิจมันยังผลให้จะไม่มีชื่อ กรีซ ใน ยูโร 2016 รอบสุดท้าย ครับ
* * *คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “MGR SPORT” รับข่าวสารแวดวงกีฬาชนิดเกาะติดขอบสนามคลิกที่นี่เลย!!* * *



