คอลัมน์ EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน
หลังจากไทยชนะปาเลสตายน์ 1-0 ในฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดแรก ที่ นิว อาย โมเบิ้ล สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ วันพรุ่งนี้ต้องทำศึกนัดที่สองในฐานะเป็นทีมเยือนบ้างที่ ไฟซาล อัล ฮุสเซนี อินเทอร์แนชเชินน่อล สเตเดี้ยม ( Faisal Al-Husseini International Stadium ) สนามฟุตบอลหญ้าเทียมใน อัล ราม ( Al-Ram ) หมู่บ้านปาเลสตายน์ในเขตเวสท์ แบ๊งค์ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ กรุงเยรูซาเลม
ถ้าเป็นการแข่งขันเหย้า-เยือนทั่วๆไปแบบคู่อื่นๆคงไม่แปลกอะไร น่าจะถือว่า ไทยได้เปรียบจากนัดแรกเล็กๆที่สามารถเก็บชัยชนะไว้ได้ แม้ไม่เสียประตูในบ้านและมีประตูตุนเอาไว้แบบจุ๋มจิ๋ม จะเสียเปรียบก็ในเรื่องการไปเยือนเขาเป็นธรรมดา แต่การแข่งขันกับ ปาเลสตายน์ มันมีลักษณะพิเศษบางประการซึ่งน่าจะเป็นที่มาของความได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างจากการแข่งแบบเหย้า-เยือนที่เจ้าบ้านมักได้เปรียบ
สมาคมฟุตบอลของปาเลสตายน์มีปัญหามาตลอดในการจัดการแข่งขัน หรือแม้กระทั่งการฝึกซ้อม เพราะทาง อิสราเอล ได้วางกฎระเบียบเอาไว้ค่อนข้างเข้มงวด เนื่องจากมีสภาวะตึงเครียดจากการสู้รบเพื่อแย่งชิงถิ่นอาศัยมาเป็นเวลานาน ทำให้คนปาเลสตายน์ที่อาศัยอยู่ใน เวสท์ แบ๊งค์ และฉนวนกาซ่าประสบความยากลำบากในการเดินทาง โดยเฉพาะเรื่องการขอวีซ่าออกจาก อิสราเอล ซึ่งในฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก ปาเลสตายน์ ก็เคยเสียโอกาสมาแล้ว โดยมีนัดเตะกับ ซิงคโปร์ แต่ทาง อิสราเอล ไม่ยอมออกวีซ่าให้ การแข่งขันจึงไม่เกิดขึ้น ทำให้ ปาเลสตายน์ ถูกปรับแพ้ไป 0-3
ปัญหาอีกประการหนึ่งที่มีการพูดถึงก็คือ เวลานักเตะปาเลสตายน์ออกมาเยือนทีมอื่นๆนั้น ดูว่ามีนักเตะตัวเด่นๆครบครัน อย่างที่มาเตะนัดแรกกับ ไทย ไปแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่พอถึงคราวที่ต้องกลับไปเตะที่สนามที่บ้านของตนเอง พวกนักเตะตัวหลักเหล่านั้นกลับไม่ได้ลงเล่นเฉยเลยครับ เรื่องนี้ฟังดูค่อนข้างแปลก เพราะตามธรรมดาถ้าปาเลสตายน์มีปัญหาเรื่องแย่งชิงถิ่นอาศัยมานมนานกับ อิสราเอล จนในที่สุดได้เข้ามาอยู่ในเขตเวสท์ แบ๊งค์ ทำให้ อิสราเอล ถือโอกาสแสดงความเรื่องมาก หรือกลั่นแกล้ง บ่ายเบี่ยงเรื่องการออกวีซ่าให้นั้น มันก็คงเป็นปัญหาสำหรับตอนเป็นทีมเยือนมากกว่า ไม่น่าจะเกิดปัญหาในขณะเล่นที่บ้านของตนเอง
เรื่องการขาดนักเตะตัวเด่นๆที่เคยออกมาโชว์ลวดลายตอนเป็นทีมเยือนนั้น ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์ใน อินโดจีน ยุคปี 75 ตอนนั้น คนลาว เขมร เวียตนาม ต่างก็อพยพออกจากประเทศของตนไปอยู่ประเทศที่ 3 ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิด ตามหลักสากลเขามีกฎเอาไว้ว่า เมื่อคุณจะเดินทางไปยังต่างประเทศก็ต้องขอเอกสารเดินทาง อันนี้ไม่ใช่พาสพอร์ทนะครับ แต่เป็นเอกสารออกให้เป็นคราวๆไป และที่สำคัญ มันจะมีรายชื่อประเทศมากมายที่ห้ามเดินทางไป โดยเฉพาะประเทศเดิมที่ตนเองขออพยพลี้ภัยออกมา คำถามเกิดขึ้นว่า ก็มันประเทศของเราเอง ทำไมจึงห้ามเดินทางกลับไป ผมก็ได้คำตอบว่า ก็ในเมื่อคุณขออพยพลี้ภัยออกมา แสดงว่าคุณเดือดร้อน มีเหตุให้ไม่สามารถพำนักอาศัยอยู่ได้ต่อไป มันไม่มั่นคงปลอดภัยสำหรับตัวคุณ แล้วนี่จะกลับไปทำไม มันน่าสงสัยในพฤติกรรมดังกล่าว หรือมีการกระทำจารกรรมอะไรหรือเปล่า
ผมเข้าใจว่า บรรดานักเตะที่ออกมาเล่นในต่างประเทศหลายคนมาในฐานะผู้อพยพลี้ภัยออกมา ดังนั้นจึงเข้าหลักเกณฑ์ดังที่ผมกล่าวมา พวกเขาไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้ อย่างน้อยก็ในระยะนี้ เหมือนกับพวกผู้อพยพ ลาว เขมร เวียตนาม ในสมัยก่อน กว่าจะกลับไปได้ก็เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงในประเทศนั้นๆแล้ว เช่น ระบอบการปกครอง ซึ่งกว่าจะเป็นเช่นนั้น เวลาก็ผ่านไปหลายทศวรรษแล้วครับ
ด้วยเหตุนี้ การไปเยือน ปาเลสตายน์ ในนัดที่ 2 ของทีมชาติไทย จึงไม่ได้เป็นการได้เปรียบของเจ้าบ้าน เนื่องจากขาดตัวผู้เล่นมีฝีมือที่ไปค้าแข้งอยู่ในต่างประเทศหลายคน อย่างไรก็ตาม ไทยเราเคยล้มเหลวกับสนามแห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยทีมโอลิมพิคไปแพ้เขา 0-1 เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา แม้ดวลจุดโทษชนะ แต่ก็ต้องถูกปรับตกรอบ ครั้งนี้ แม้ว่าไทยเราได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่น แต่ผมได้กลิ่นแปลกๆกับสนามแห่งนี้ครับ จำไว้ 2 อย่างคือ วันทัช กับ อย่าประมาทก็แล้วกัน
หลังจากไทยชนะปาเลสตายน์ 1-0 ในฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดแรก ที่ นิว อาย โมเบิ้ล สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ วันพรุ่งนี้ต้องทำศึกนัดที่สองในฐานะเป็นทีมเยือนบ้างที่ ไฟซาล อัล ฮุสเซนี อินเทอร์แนชเชินน่อล สเตเดี้ยม ( Faisal Al-Husseini International Stadium ) สนามฟุตบอลหญ้าเทียมใน อัล ราม ( Al-Ram ) หมู่บ้านปาเลสตายน์ในเขตเวสท์ แบ๊งค์ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ กรุงเยรูซาเลม
ถ้าเป็นการแข่งขันเหย้า-เยือนทั่วๆไปแบบคู่อื่นๆคงไม่แปลกอะไร น่าจะถือว่า ไทยได้เปรียบจากนัดแรกเล็กๆที่สามารถเก็บชัยชนะไว้ได้ แม้ไม่เสียประตูในบ้านและมีประตูตุนเอาไว้แบบจุ๋มจิ๋ม จะเสียเปรียบก็ในเรื่องการไปเยือนเขาเป็นธรรมดา แต่การแข่งขันกับ ปาเลสตายน์ มันมีลักษณะพิเศษบางประการซึ่งน่าจะเป็นที่มาของความได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างจากการแข่งแบบเหย้า-เยือนที่เจ้าบ้านมักได้เปรียบ
สมาคมฟุตบอลของปาเลสตายน์มีปัญหามาตลอดในการจัดการแข่งขัน หรือแม้กระทั่งการฝึกซ้อม เพราะทาง อิสราเอล ได้วางกฎระเบียบเอาไว้ค่อนข้างเข้มงวด เนื่องจากมีสภาวะตึงเครียดจากการสู้รบเพื่อแย่งชิงถิ่นอาศัยมาเป็นเวลานาน ทำให้คนปาเลสตายน์ที่อาศัยอยู่ใน เวสท์ แบ๊งค์ และฉนวนกาซ่าประสบความยากลำบากในการเดินทาง โดยเฉพาะเรื่องการขอวีซ่าออกจาก อิสราเอล ซึ่งในฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก ปาเลสตายน์ ก็เคยเสียโอกาสมาแล้ว โดยมีนัดเตะกับ ซิงคโปร์ แต่ทาง อิสราเอล ไม่ยอมออกวีซ่าให้ การแข่งขันจึงไม่เกิดขึ้น ทำให้ ปาเลสตายน์ ถูกปรับแพ้ไป 0-3
ปัญหาอีกประการหนึ่งที่มีการพูดถึงก็คือ เวลานักเตะปาเลสตายน์ออกมาเยือนทีมอื่นๆนั้น ดูว่ามีนักเตะตัวเด่นๆครบครัน อย่างที่มาเตะนัดแรกกับ ไทย ไปแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่พอถึงคราวที่ต้องกลับไปเตะที่สนามที่บ้านของตนเอง พวกนักเตะตัวหลักเหล่านั้นกลับไม่ได้ลงเล่นเฉยเลยครับ เรื่องนี้ฟังดูค่อนข้างแปลก เพราะตามธรรมดาถ้าปาเลสตายน์มีปัญหาเรื่องแย่งชิงถิ่นอาศัยมานมนานกับ อิสราเอล จนในที่สุดได้เข้ามาอยู่ในเขตเวสท์ แบ๊งค์ ทำให้ อิสราเอล ถือโอกาสแสดงความเรื่องมาก หรือกลั่นแกล้ง บ่ายเบี่ยงเรื่องการออกวีซ่าให้นั้น มันก็คงเป็นปัญหาสำหรับตอนเป็นทีมเยือนมากกว่า ไม่น่าจะเกิดปัญหาในขณะเล่นที่บ้านของตนเอง
เรื่องการขาดนักเตะตัวเด่นๆที่เคยออกมาโชว์ลวดลายตอนเป็นทีมเยือนนั้น ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์ใน อินโดจีน ยุคปี 75 ตอนนั้น คนลาว เขมร เวียตนาม ต่างก็อพยพออกจากประเทศของตนไปอยู่ประเทศที่ 3 ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิด ตามหลักสากลเขามีกฎเอาไว้ว่า เมื่อคุณจะเดินทางไปยังต่างประเทศก็ต้องขอเอกสารเดินทาง อันนี้ไม่ใช่พาสพอร์ทนะครับ แต่เป็นเอกสารออกให้เป็นคราวๆไป และที่สำคัญ มันจะมีรายชื่อประเทศมากมายที่ห้ามเดินทางไป โดยเฉพาะประเทศเดิมที่ตนเองขออพยพลี้ภัยออกมา คำถามเกิดขึ้นว่า ก็มันประเทศของเราเอง ทำไมจึงห้ามเดินทางกลับไป ผมก็ได้คำตอบว่า ก็ในเมื่อคุณขออพยพลี้ภัยออกมา แสดงว่าคุณเดือดร้อน มีเหตุให้ไม่สามารถพำนักอาศัยอยู่ได้ต่อไป มันไม่มั่นคงปลอดภัยสำหรับตัวคุณ แล้วนี่จะกลับไปทำไม มันน่าสงสัยในพฤติกรรมดังกล่าว หรือมีการกระทำจารกรรมอะไรหรือเปล่า
ผมเข้าใจว่า บรรดานักเตะที่ออกมาเล่นในต่างประเทศหลายคนมาในฐานะผู้อพยพลี้ภัยออกมา ดังนั้นจึงเข้าหลักเกณฑ์ดังที่ผมกล่าวมา พวกเขาไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้ อย่างน้อยก็ในระยะนี้ เหมือนกับพวกผู้อพยพ ลาว เขมร เวียตนาม ในสมัยก่อน กว่าจะกลับไปได้ก็เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงในประเทศนั้นๆแล้ว เช่น ระบอบการปกครอง ซึ่งกว่าจะเป็นเช่นนั้น เวลาก็ผ่านไปหลายทศวรรษแล้วครับ
ด้วยเหตุนี้ การไปเยือน ปาเลสตายน์ ในนัดที่ 2 ของทีมชาติไทย จึงไม่ได้เป็นการได้เปรียบของเจ้าบ้าน เนื่องจากขาดตัวผู้เล่นมีฝีมือที่ไปค้าแข้งอยู่ในต่างประเทศหลายคน อย่างไรก็ตาม ไทยเราเคยล้มเหลวกับสนามแห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยทีมโอลิมพิคไปแพ้เขา 0-1 เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา แม้ดวลจุดโทษชนะ แต่ก็ต้องถูกปรับตกรอบ ครั้งนี้ แม้ว่าไทยเราได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่น แต่ผมได้กลิ่นแปลกๆกับสนามแห่งนี้ครับ จำไว้ 2 อย่างคือ วันทัช กับ อย่าประมาทก็แล้วกัน