xs
xsm
sm
md
lg

จับตา “พลังเอเชีย” โกยเหรียญปักกิ่งเกมส์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

รังนก (Bird Net) สนามกีฬาแห่งชาติของจีน
เมื่อมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ถูกกำหนดให้มีขึ้นบนแผ่นดินเอเชียเป็นครั้งที่ 3 โดยในครั้งนี้ประเทศที่รับหน้าเสื่อของมหาอำนาจทางกีฬาในเอเชียอย่าง “จีน” ทุ่มทุกขุมกำลังในทุกประเภทกีฬาส่วนหนึ่งเพื่อโชว์ศักยภาพนักกีฬาในฐานะเจ้าภาพ และอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นความหวังของคนจีนทั้งประเทศคือการเป็นจ้าวเหรียญทองในโอลิมปิกบนแผ่นดินมังกร

นอกจากประเทศเจ้าภาพที่หวังจะขึ้นอันดับหนึ่งในตารางเหรียญรางวัลแล้ว ชาติอื่นที่ติดธงอยู่บนทวีปเอเชีย ต่างก็หวังสร้างผลงานให้มีเหรียญรางวัลปรากฏมากกว่าเมื่อสี่ปีก่อนที่กรีซ ซึ่งในครั้งนั้นมีเพียง 15 ชาติจากเอเชียที่สามารถเบียดคู่แข่งจากยุโรปและอเมริกา ขึ้นไปอยู่บนตารางเหรียญรางวัลได้สำเร็จ

หากย้อนกลับไปดูผลงานของทัพนักกีฬาจีนในปี 2004 จะเห็นได้ว่าเป็นครั้งแรกเหล่าขุนพลชาย-หญิง จากแดนทำผลงานในโอลิมปิกเกมส์ได้ดีที่สุด สามารถกวาดเหรียญทองได้มากถึง 32 เหรียญ เป็นรองเจ้าเหรียญทองอย่างสหรัฐอเมริกาเพียง 4 เหรียญเท่านั้น ขณะที่ ญี่ปุ่น ทำได้ 16 เหรียญทอง รั้งอันดับ 5 ส่วน เกาหลีใต้ ได้มา 9 เหรียญทอง อยู่ในอันดับ 9

ดังนั้น ประเด็นที่สื่อมวลชนจับตามองคือ จีน จะสามารถโค่นบัลลังก์เจ้าเหรียญทองของมหาอำนาจแห่งวงการกีฬาโลกอย่าง สหรัฐอเมริกาในการแข่งขันเดือนสิงหาคมนี้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ สตีฟ เราช์ ประธานฝ่ายกีฬาของคณะกรรมการโอลิมปิกสหรัฐฯ ยังออกมายอมรับด้วยความหวั่นเกรงว่า “จีน มีทัพนักกีฬาที่แข็งแกร่งมาก นอกจากนั้นยังมีโค้ชและนักกีฬาดาวรุ่งอยู่ทั่วประเทศ เมื่อบวกกับความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพทำให้พวกเขามีลุ้นตำแหน่งเจ้าเหรียญทองไม่น้อย”

แม้กรีฑาและว่ายน้ำ ซึ่งเป็นกีฬาที่มีเหรียญทองให้ชิงชัยมากที่สุด 2 ลำดับแรกจะไม่ใช่เป้าหมายหลักในการตุนเหรียญของเจ้าภาพ แต่สำหรับกีฬากระโดดน้ำ, แบดมินตัน และ เทเบิลเทนนิส แล้ว จีน คือผู้ครองความยิ่งใหญ่อยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะประเภทหลังที่มียอดฝีมืออย่าง “หวัง เหา” กับ “จาง อี้ หนิง” เช่นเดียวกับทัพนักแม่นปืนและนักยกน้ำหนักที่อยู่ในระดับแถวหน้าของโลก ซึ่งน่าจะโกยเหรียญทองจากกีฬาประเภทนี้ไปได้มากพอสมควร

ถึงแม้กรีฑากับว่ายน้ำจะไม่ใช่กีฬาที่เจ้าภาพเก็งเหรียญมากที่สุด แต่นักกีฬาความหวังสูงสุดในการพิชิตเหรียญทองของพวกเขากลับอยู่ในการแข่งขัน 2 ประเภทนี้ โดย “หลิว เซียง” ซึ่งเคยเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ในการแข่งขันวิ่งข้ามรั้ว 110 เมตรชายที่เอเธนส์เกมส์พร้อมลงป้องกันแชมป์อีกครั้ง ส่วน “หวู่ เป็ง” ฉลามหนุ่มไฟแรงวัย 20 ปีก็น่าจะมีเหรียญติดไม้ติดมือบ้างไม่มากก็น้อย

ขณะที่ ญี่ปุ่น อดีตขาใหญ่ด้านกีฬาของเอเชียก่อนถูก จีน แซงหน้าขึ้นมาในระยะหลังก็ทำผลงานได้เกินเป้าในโอลิมปิกเกมส์คราวที่แล้ว และตั้งความหวังว่าจะทำได้ดียิ่งขึ้นในครั้งนี้โดย “โทมิอากิ ฟุคุดะ” หัวหน้านักกีฬาซามูไรชุดสู้ศึกปักกิ่งเกมส์กล่าวว่า “เราวางเป้าหมายในการคว้าเหรียญทองครั้งนี้ไว้ที่ตัวเลข 2 หลัก และต้องการเหรียญรางวัลรวมอย่างน้อย 30 เหรียญขึ้นไป”

สำหรับความหวังสูงสุดของขุนพลจากแดนอาทิตย์อุทัยนั้นอยู่ที่ “เรียวโกะ ทานิ” ซึ่งมีลุ้นแชมป์ยูโดหญิงในการแข่งขันโอลิมปิกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ “มิซูกิ โนงูจิ” ก็มีดีกรีเป็นถึงแชมป์เก่าในการวิ่งมาราธอน ส่วน “ฮิโรชิ โฮเคทสึ” วัย 67 ปีก็ถือเป็นคนที่เก๋าประสบการณ์ที่สุดในบรรดานักขี่ม้าที่ลงแข่งคราวนี้

ด้าน เกาหลีใต้ ก็มีสายเลือดใหม่ที่สามารถฝากความหวังได้เช่นกันในกีฬาว่ายน้ำ โดย ปาร์ค แต-ฮวาน คือฉลามหนุ่มที่พัฒนาชนิดก้าวกระโดดจากผลงาน 3 เหรียญทองในประเภทฟรีสไตล์จากศึกเอเชียนเกมส์ 2006 เท่านั้นไม่พอเขายังกลายเป็นชาวโสมขาวคนแรกที่เป็นแชมป์โลกว่ายน้ำ หลังผงาดคว้าชัยชนะในประเภทฟรีสไตล์ 400 เมตรชายในการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปีที่ผ่านมา จนหลายฝ่ายเชื่อว่า ปาร์ค น่าจะขึ้นมาแข่งกับนักว่ายน้ำอเมริกันและออสเตรเลียนที่ผูกขาดในกีฬาชนิดนี้ได้อย่างน่าดูชม

นอกเหนือจาก 3 ชาติข้างต้นแล้ว บรรดาประเทศน้อยใหญ่ในแถบเอเชียก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะส่งนักกีฬาขึ้นแท่นรับเหรียญรางวัลได้มากกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่ง ไทย กับ อุซเบกิสถาน ถือว่ามีทีมมวยสากลสมัครเล่นที่แข็งแกร่งชนิดไม่เป็นสองรองใคร โดย พลเอกทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยกล่าวถึงความคาดหวังในขุนพลเสื้อกล้ามจากแดนสยามแบบสั้นๆ ว่า “เป้าหมายขั้นต่ำของเราก็คือจะต้องมีนักชกอย่างน้อยหนึ่งหรือสองคนที่ได้เหรียญรางวัลกลับมา”

ไม่เพียงเท่านั้น ชาติเล็กๆอย่างไต้หวันก็มีศักยภาพในกีฬาเทควันโดที่ค่อนข้างสูง ขณะที่นักกีฬา แบดมินตัน กับ เทเบิลเทนนิส ที่เกาะกลุ่มมือวางอันดับต้นๆ ของโลกส่วนใหญ่ก็เป็นชาวเอเชียแทบทั้งสิ้น ซึ่งก็มีแนวโน้มที่จะได้เห็น “เทาฟิค ฮิดายัท” แชมป์ขนไก่ชายเดี่ยวเมื่อครั้งที่แล้วจาก อินโดนีเซีย ฟาดฟันกับ “หลิน ตัน” มือ 1 ของโลกชาวจีน ส่วน “เซียะ ซิงฟาง” แฟนสาวของ หลิน ตัน ก็เป็นเต็ง 1 ที่พร้อมซิวเหรียญทองแบดมินตันหญิง

ทั้งหมดมนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนักกีฬาที่พร้อมหยิบเหรียญรางวัลมาคล้องคอในปักกิ่งเกมส์ เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 เชื่อว่ายังมีดาวรุ่งอีกมากที่พร้อมจะฉายแสงขึ้นมาเป็นความภูมิใจของชาวตะวันออกในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติครั้งนี้
หลิว เซียง นักกรีฑาความหวังของจีน
หวู่ เป็ง ฉลามหนุ่มจากแดนมังกร
ปาร์ค แต-ฮวาน  ความหวังเหรียญว่ายน้ำจากแดนโสม
เรียวโกะ ทานิ (ฟ้า)จอมทุ่มสาวของญี่ปุ่น
มนัส บุญจำนงค์ ความหวังเหรียญทองของไทย
กำลังโหลดความคิดเห็น