รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ชี้รัฐบาลควรปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด จนกว่า‘ฮุน เซน’ จะสิ้นสภาพ และไม่ต่อใบอนุญาตแรงงานเขมร เหตุ‘ฮุนเซน’ ปลูกฝังคนเขมร ว่าไทยเป็นผู้รุกราน สร้างความเกลียดชังและพยาบาทคนไทยอาจนำไปสู่เหตุวินาศกรรมได้ ยันรัฐบาลควรยึดโมเดล‘ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีใต้’ ใช้ความมั่นคงเป็นตัวตั้งเศรษฐกิจจะดีตามมา วอนนักธุรกิจอย่าเสียดายแรงงานถูก ขณะที่การปิดด่าน แม้การค้าสะดุดแต่ระยะยาวดีแน่ส่วนบรรดา‘นักเล่น’ ไทย-ต่างชาติ ไม่ข้ามไปเล่นกาสิโนกัมพูชาทำให้รายได้ปอยเปตหดหายเพราะกาสิโนและรังสแกมเมอร์ ถือเป็นแหล่งรายได้ 60% ของGDP มั่นใจการบีบเขมรทุกด้านสะท้อนภาพ‘ฮุน เซน’ คือตัวปัญหา ปลุกคนกัมพูชาลุกขึ้นสู้! แนะระวังเหตุปะทะรอบที่ 3
ประเทศไทยไม่สามารถวางใจกัมพูชาได้ว่าจะเคร่งครัดต่อมาตรการหยุดยิงเพราะเหตุการณ์เช้าวันที่ 6 มค.กัมพูชามีการยิงเครื่องยิงลูกระเบิดเข้ามาในเขตไทยบริเวณเนิน 469 อำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย แต่กลับอ้างว่าไม่ได้เจตนาใช้อาวุธยิงมาฝั่งไทย แต่เกิดความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของกำลังพล ซึ่งกองทัพไทยก็ได้เตือนให้เคร่งครัดต่อมาตรการหยุดยิงเพราะหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีกก็พร้อมตอบโต้ตามสัดส่วนเพื่อป้องกันตัวเองและอธิปไตยไทย
อย่างไรก็ดีการปะทะรอบที่ 2 ที่ผ่านมา แม้ว่ากัมพูชาจะได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์สู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ถูกกองทัพไทยโจมตีเพื่อทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางการทหารไม่ให้สามารถรุกรานอธิปไตยไทยได้อีกก็ตาม แต่ก็ต้องเฝ้าระวังเพราะกัมพูชาอาจใช้โอกาสนี้สะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งส่อเค้าอาจเกิดการปะทะระลอก 3 ได้เช่นกัน
ดังนั้นไทยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตัดโอกาสไม่ให้กัมพูชาก่อปัญหาขึ้นได้อีก ทั้งการปิดด่านชายแดน และแรงงานกัมพูชาต้องมีมาตรการชัดเจนว่าจะทำเช่นไร
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ทำการศึกษาเรื่องกาสิโนถูกกฎหมายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ให้เห็นว่ากาสิโนเป็นแหล่งซ่องสุมของอาชญากร คนติดยาเสพติด รวมถึงปัญหาการค้ามนุษย์ อีกทั้งยังใช้อาคารกาสิโนเป็นที่ตั้งของพวกสแกมเมอร์ (Scammer) โดยเฉพาะยังพบว่าผีพนันที่เข้าไปเล่นในกาสิโนที่ปอยเปตและสร้างรายได้ให้กับกัมพูชา คือคนไทยถึง 36% เวียดนาม 14% จีน 11% และอื่น ๆ ซึ่งรายได้จากบ่อนกาสิโนหรือจากแก๊งสแกมเมอร์ ก็กลับมาซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อรุกรานอธิปไตยไทยและมีแนวโน้มที่จะเกิดการปะทะรอบใหม่ได้อีก
“การที่กองทัพเข้าไปทำลายที่ตั้งกาสิโน สแกมเมอร์ ซึ่งกัมพูชาใช้เป็นแหล่งเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหารเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรรม ต่างชาติก็เข้าใจ รวมถึงการปิดด่านชายแดนทั้งหมด ทำให้เศรษฐกิจกัมพูชาเสียหายมาก”
รศ.ดร.ชิดตะวัน บอกว่า การถล่มที่ตั้งกาสิโน สแกมเมอร์ และการปิดด่านชายแดนไม่ให้คนเข้าไปเล่นกาสิโน ไม่มีการค้าชายบริเวณชายแดน ทำให้เศรษฐกิจของกัมพูชาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะรายได้หลักของกัมพูชาจากข้อมูลที่สื่อต่างประเทศรายงานอย่างต่อเนื่องพบว่ามาจากอุตสาหกรรมมืดก็คือรายได้จากสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นกิจกรรมผิดกฎหมาย คิดเป็นรายได้ประมาณ 60% ของ GDP ซึ่ง GDP กัมพูชา (ปี 2024-2025) มีมูลค่าประมาณ 1.3 - 1.49 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ทางการประเทศจีน เคยขอความร่วมมือประเทศไทยเมื่อต้นปี 2568 ให้ประเทศไทยปิดช่องทางลำเลียงคนและสินค้าระหว่างประเทศไทย ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น พม่า หรือ กัมพูชา โดยระบุว่าประเทศไทย เป็นทางผ่านของการค้ามนุษย์ เพื่อส่งคนไปฐานสแกมเมอร์ ทั้งเมียนมา (Myanmar) และกัมพูชา ฉะนั้น การปิดด่านตรงนี้ ก็จะทำให้ประเทศจีนเห็นว่า ไทยก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง
ขณะเดียวกันเศรษฐกิจกัมพูชาอยู่ในภาวะที่ลำบากกระทบไปทุกพื้นที่ ตัวอย่างเช่นที่ปอยเปต เพียงแค่ประเทศไทยมีมาตรการเปิด-ปิดด่านให้มีความเหลื่อมกับกัมพูชา โดยขณะนั้นยังไม่มีการสู้รบ พบว่าผลประกอบการของกาสิโนลดลง เช่นกาสิโน “สตาร์เวกัส” (Star Vegas) ซึ่งเป็นที่นิยม เพียงแค่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ผลประกอบการลดลงถึง 62% ขณะที่ ‘ARISTO’ ตั้งอยู่ตอนเหนือของเวียดนามซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันคือบริษัท DONACO International ในช่วงไตรมาสที่ 2 ผลประกอบการเพิ่มขึ้นเพราะคนเวียดนามเข้ามาเล่นเพิ่มขึ้น ขณะที่กาสิโนกัมพูชานั้น ทางการกัมพูชาออกกฎหมาย ไม่ให้คนกัมพูชาเข้าไปเล่นกาสิโน
รศ.ดร.ชิดตะวัน บอกอีกว่า ประเทศจีนมีกฎหมายบังคับใช้ชัดเจนว่าชาวจีน ไปเล่นกาสิโนในประเทศอื่นจะถูกดำเนินคดี ดังนั้นกาสิโนในกัมพูชามีรายได้หลักมาจากประเทศไทย เนื่องเพราะรัฐบาลไทยทุกยุค ไม่มีมาตรการใดๆ ที่จะห้ามคนไทยไปเล่น ปล่อยให้เล่นเสรี ขณะที่เกาหลีใต้ ก็มีกฎหมายเหมือนประเทศจีน ว่า ถ้าไปเล่นกาสิโน ต่างประเทศ กลับมาจะถูกดำเนินคดี ทำให้คนกลัวในระดับหนึ่ง
สำหรับสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องทำคือ ควรจะปิดด่านชายแดนทุกจุด เสมือนบีบกัมพูชาไปพร้อม ๆ กัน เพราะถ้าเราปิดด่าน คนไทยหรือต่างชาติที่เคยผ่านด่านชายแดนเพื่อเข้าไปเล่นกาสิโนก็จะลดลง ส่วนนักพนันจะมีช่องทางไปทางเครื่องบินเพื่อเข้าไปเล่นกาสิโน นั่นก็เป็นเรื่องที่เราไปห้ามไม่ได้ แต่เชื่อว่ากาสิโนในกัมพูชาจะไม่เฟื่องฟู เหมือนในอดีตที่สร้างรายได้ให้กัมพูชาอีกต่อไป เพราะประเทศอื่น ๆ ก็มีกฎหมายป้องกันไม่ให้คนของประเทศเขาไปเล่นกาสิโน ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลีใต้ เวียดนาม
“เราต้องปิดด่านต่อไป รัฐบาลต้องตัดทุกอย่างที่เป็นท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ค้าชายแดนบ้าง น้ำมัน ยุทธปัจจัย และสินค้าต่าง ๆ ต้องไม่ให้ผ่านเข้าไปได้ เพราะถ้าผ่านเข้าไปได้ กัมพูชาก็อาจนำมาใช้รุกรานไทยจนเกิดการปะทะระลอก 3 ได้ และอยากขอให้นักธุรกิจนึกถึงภาพใหญ่คือความมั่นคงของไทยเป็นหลัก”
ทั้งนี้หากมีการเปิดด่าน มีการค้าขายบริเวณชายแดนเกิดขึ้น สิ่งที่ได้คือเม็ดเงินในระยะสั้น ซึ่งความเป็นจริงต้องเลือกความมั่นคงของประเทศมาเป็นอันดับต้น เพราะถ้าเปิดด่าน ความเสียหายที่จะตามมามหาศาล
“ขอให้เรามองญี่ปุ่น เดิมเป็นประเทศผู้ส่งสินค้า เทคโนโลยี และสินค้าไฮโซ ไปเกาหลีเหนือ ทำเม็ดเงินให้ญี่ปุ่นอย่างมาก แต่พอปี 2552 เค้ายุติไม่ส่งออกสินค้าประเภทนี้ให้เกาหลีเหนืออีก จากเหตุผลคือ ถ้าคุณยังส่งออกสินค้าเหล่านี้ หรือ ติดต่อสัมพันธ์กับประเทศที่คาดว่าจะเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศ ท้ายที่สุดแม้จะมีเม็ดเงินที่เข้ามามหาศาลเพียงใดก็ไม่คุ้ม กับประเทศที่จะมีความเสี่ยงกับเอกราชหรือความปลอดภัยของคนในชาติ ที่จะต้องถูกคุกคามความมั่นคง”
โดยประเทศญี่ปุ่น มองว่าเพียงแค่คนญี่ปุ่นเพียงคนเดียวถูกทำร้าย หรือมีความไม่ปลอดภัยจะตีเป็นมูลค่าไม่ได้ ต่อให้มีเม็ดเงินเข้ามาเป็นแสนล้านก็ตาม นี่คือทัศนคติของประเทศที่พัฒนาแล้ว
“ส่วนเรากลับมองว่า เม็ดเงินค้าขายมันมากและต้องสูญเสียไป แต่กลับไม่มองว่าทหารเราต้องตายสูญเสียขา มีทหารบาดเจ็บสาหัสอีกเท่าไหร่ คือ เราไม่คิดตรงนี้ มองแต่ผลประโยชน์ทางการค้า ท้ายที่สุดไม่ว่าจะระยะสั้น หรือระยะยาว จะมีการโจมตี จากกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทยอีก และกลุ่มที่จะได้รับความเสียหาย คือ พ่อค้านั่นเอง”
รศ.ดร.ชิดตะวัน ย้ำว่า ประเทศไทยควรยึดโมเดลของญี่ปุ่น คือต้องไม่เอาเรื่องการค้ามาอยู่เหนืออธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ประเทศญี่ปุ่น แต่หลักการนี้ทั้งจีนและเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วอีกหลายประเทศก็ยึดแนวทางนี้กัน โดยเราควรเลือกปิดด่านเพื่อตัดสัมพันธ์ จนกว่ากัมพูชาจะสิ้นสภาพภัยคุกคามอธิปไตยไทย อย่างน้อยก็ 5 ปี หรืออย่างกรณีญี่ปุ่น ทำกับเกาหลีใต้ 3 ปี แม้จะไม่ใช่กรณีรุนแรง เพียงแค่พูดจาไม่รื่นหู และไม่มีเรื่องภัยคุกคามทางทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง
“ไทย ถูกเขมรโจมตี โรงพยาบาล บ้านเรือนประชาชน เสียหาย ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ล้มตายทั้งทหารและประชาชน รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศจึงควรเด็ดขาดและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ในการปิดด่านอาจจะไม่ใช่ 5 ปี แต่ต้องปิดด่านจนกว่าฮุน เซน จะสิ้นสภาพ”
ไม่ใช่แค่เรื่องปิดด่านชายแดนเท่านั้น ยังมีเรื่องปัญหาแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งในข้อเท็จจริงไม่ควรต่อใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานกัมพูชาที่กำลังจะหมดอายุอีกต่อไป แม้ว่าแรงงานเหล่านี้จะมีเปอร์เซ็นต์น้อยที่ไม่ดี แต่มีโอกาสจะเป็นภัยคุกคามความมั่นคงได้ เราก็ไม่ควรที่จะเสี่ยง
“กรณีญี่ปุ่น ก็ไม่ให้เกาหลีเหนือเข้าประเทศ ตั้งแต่ปี 2559 คือประเทศที่พัฒนาแล้วจะมองว่า ป้องกันไว้ก่อน ไม่ใช่มาตามแก้กันภายหลัง คือ ป้องกันการเกิดวินาศกรรมซึ่งมีโอกาสทั้งเป็นไปได้และไม่ได้ แต่จะต้องมานั่งเฝ้าระวังกัน”
ขณะที่ผู้ประกอบการอาจโจมตี เพราะจะขาดแรงงานที่จะเข้ามาทำงานให้อุตสาหกรรมขับเคลื่อนได้ แต่อยากให้ทุกคนมองเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก เช่นประเทศญี่ปุ่น เพราะท้ายที่สุดเรื่องของแรงงานก็จะแก้ได้ด้วยกลไกของตัวมันเอง จึงไม่อยากให้มองผลประโยชน์ระยะสั้น แต่สร้างความเสียหายในระยะยาว ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ รวมทั้งจะย้อนกลับไปแก้ไขปัญหาไม่ได้ ไม่ว่าจะเรื่องวินาศกรรม หรือเรื่องอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา เพราะท้ายที่สุด กลุ่มที่เสียผลประโยชน์ คือกลุ่มทุน หากประเทศไม่มีความมั่นคง มีเรื่องวินาศกรรมเข้ามา นักลงทุนต่างชาติก็จะไม่มีความเชื่อมั่น และเลือกที่จะถอนการลงทุนหรือย้ายฐานไปประเทศอื่นได้เช่นกัน
“ย้ำนะ เราควรทำเหมือนทุกๆ ประเทศ ที่เอาความมั่นคงเป็นตัวตั้ง คือถ้าประเทศมีความมั่นคง เศรษฐกิจก็จะดีตาม และเราต้องไม่ลืมว่า ฮุน เซน มีการปลูกฝังประชาชนกัมพูชา ให้มองว่าประเทศไทยเป็นผู้รุกรานประเทศเขา ไปยึดประเทศเขา แต่ไม่สอนให้รู้จักผิดชอบชั่วดี ก็มีชาวกัมพูชาจำนวนไม่น้อย ที่เกลียด พยาบาทประเทศไทยคนไทย และพร้อมที่จะทำให้ไทยเสียหาย”
รศ.ดร.ชิดตะวัน ยอมรับว่า สิ่งที่เสนอความเห็นไปนั้น ไม่ว่าเรื่องปิดด่านหรือเรื่องไม่ควรต่อใบอนุญาตการทำงานให้แรงงานกัมพูชาจะได้รับแรงกดดันจากกลุ่มทุนแน่นอนเพราะเขาเสียผลประโยชน์จากแรงงานราคาถูก ท้ายที่สุดก็ต้องมองในมิติประเทศ ในภาพรวมว่าถ้ายอมในเรื่องนี้ มองแค่ผลประโยชน์เฉพาะหน้าในระยะสั้นๆ แต่จะสร้างความเสียหายในระยาว จึงควรเลือกเดินในทิศทางที่มีวิสัยทัศน์ เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว
ที่สำคัญวิธีการนี้จะเป็นการบีบนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยตรง เพื่อชี้ให้ประชาชนกัมพูชารับรู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับชาวกัมพูชาขณะนี้เป็นความผิดของนายฮุน เซน และนายฮุน เซนคือตัวปัญหาทั้งหมด ก็หวังว่าคนกัมพูชาจะลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองได้เช่นกัน!
ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j


