xs
xsm
sm
md
lg

บุตรชาย อส.บางแก้วพัทลุง จี้ตำรวจพ่อถูกกระสุนปริศนายิงดับ ผ่าน 7 เดือนคดียังไม่คืบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
พัทลุง - บุตรชายของ อส.บางแก้ว จ.พัทลุง เข้าจี้ตำรวจพ่อถูกกระสุนปืนปริศนายิงเสียชีวิต ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ผ่านมากว่า 7 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่รู้ตัวผู้กระทำผิด

วันนี้ (1 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง ว่า นายจัตุรัส หอยสกุล อายุ 23 ปี พร้อมมารดา ได้เดินทางพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.พัทลุง พร้อมเข้าพบนายอำเภอบางแก้ว หลังจากที่บิดาถูกระสุนปริศนายิงเข้าใส่บริเวณศีรษะจนเสียชีวิต แต่เวลาผ่านไปกว่า 7 เดือนแล้ว คดียังไม่มีความคืบหน้า

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2559 เวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว สนธิกำลังร่วมกำลังฝ่ายปกครอง นำโดย นายสำเริง ทองต้ง ปลัดอำเภอบางแก้ว อส.บางแก้ว กำนันตำบลท่ามะเดื่อ และกำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง รวมทั้งสิ้น 30 นาย ออกตั้งจุดสกัดตามนโยบายของ จ.พัทลุง บริเวณแยกป้อมหูแร่ใหม่ ม.5 ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง
 

 
ขณะเกิดเหตุได้มีรถยนต์กระบะชนิดแค็บ ยี่ห้ออีซูชุ รุ่นดีแมคซ์ สี บรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับเข้ามาแล้วหยุดรถก่อนถึงจุดตรวจประมาณ 500 เมตร โดยมีท่าทางมีพิรุธ จากนั้น ร.ต.ต.วิรวัฒน์ โนรดี ร้อยเวร 20 พร้อมด้วย ชป.สายตรวจรถยนต์ ซึ่งกำลังตรวจค้นยานพาหนะอยู่บนถนนสายหลัก สายเขาชัยสน-หูแร่ ได้ขับรถยนต์สายตรวจโล่ 191 เข้าไปตรวจสอบ ขณะที่ ร.ต.ต.วิรวัฒน์ โนรดี พร้อมด้วยสายตรวจกำลังลงจากรถเพื่อตรวจสอบ ผู้ขับขี่ได้ขับรถคันดังกล่าว ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังลงจากรถ และขับขี่เข้าไปบริเวณสี่แยก ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่ อส.และ ชรบ.ยืนสกัดอยู่

จากนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 15 นัด เมื่อสิ้นเสียงปืนมีสมาชิก อส.ชื่อ มญ.บุญเจือ หอยสกุล อายุ 56 ปี ตำแหน่งลูกแถว สังกัดกองร้อย อส.บางแก้ว ที่ 11 จ.พัทลุง ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ก่อนรถยนต์คันดังกล่าวจะขับฝ่าจุดตรวจของ ชรบ.หลบหนีไปทาง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และ อส.บุญเจือ ถูกนำส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเจ้าหน้าที่ทางอำเภอพยายามสร้างข่าวว่าเป็นฝีมือของคนร้าย

ซึ่งสุดท้ายผลการชันสูตรหัวกระสุนเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานพัทลุง เก็บวัตถุพยานและหัวกระสุนพบว่า กระสุนปืนที่ถูก อส.บุญเจือ เสียชีวิตนั้นเป็นกระสุนปืนชนิด 9 มม. โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตรวจอาวุธปืนของชุด ชรบ.หมู่บ้าน รวมทั้งตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวม 30 คน พบว่า กระสุนที่ทำให้ อส.บุญเจือ เสียชีวิต เป็นของ นายเดชา คำนวณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดังกล่าว ที่ร่วมตั้งด่านตรวจในคืนเกิดเหตุ
 

 
พ.ต.ท.รุ่งโรจน์ จันทรวัฒน์ สารวัตรเวร สภ.บางแก้ว จ.พัทลุง เจ้าของคดีกล่าวว่า เบื้องต้น คดีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เร่งทำสำนวนจนแล้วเสร็จ ซึ่งสาเหตุที่ล่าช้าเพราะทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอ งและ ชรบ.หมู่บ้านในคืนที่เกิดเหตุไม่ให้ความร่วมมือ เรียกมาสอบก็ไม่ค่อยมาจนทำให้คดีล่าช้า ซึ่งสุดท้ายผลออกมาว่า อาวุธปืนที่ทำให้ อส.บุญเจือ เสียชีวิต เป็นของ นายเดชา คำนวณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และตอนนี้ได้ออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ไม่ยอมมาให้การใดๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะขอหมายศาลเพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้ง เพื่อจะส่งสำนวนฟ้องอัยการจังหวัดต่อไป

ขณะที่ นายจัตุรัส หอยสกุล บุตรชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังเรียนหนังสือในระดับปริญญาตรี อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่หลังเกิดเหตุต้องกลับมาดูแลแม่ และต้องหยุดเรียนไปโดยปริยาย เนื่องจากแม่อยู่ในอาการเสียใจ และเหม่อลอยจากการจากไปของพ่อ ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด แต่จนถึงขณะนี้การตายของผู้เป็นพ่อที่เป็นคนหารายได้หลักให้ครอบครัวต้องยุติลง และทั้งผู้บังคับบัญชา นายอำเภอ พร้อมทั้งปลัดอำเภอ ที่พาพ่อไปตายในคืนนั้นไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ปล่อยให้คดีล่าช้า และเหมือนจะให้เรื่องดังกล่าวเงียบหายไปกับกาลเวลา ตนจึงเดินทางมาทวงถามถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบใดๆ ที่พอจะฟังได้จาก นายชัชชลิต บุญศิริ นายอำเภอบางแก้ว จ.พัทลุง และนายสำเริง ทองต้ง ปลัดอำเภอ
 

 
และเวลาเดียวกัน หลังจากที่ นายจัตุรัส บุตรชายของผู้ตายได้เข้าร้องต่อผู้สื่อข่าวในพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดี และเดินทางเข้าพบกับ นายชัชชลิต บุญศิริ นายอำเภอบางแก้ว แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ หรือความคืบหน้ากับเรื่องราวดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมทั้งได้เชิญผู้สื่อข่าวให้ออกจากห้องทำงาน

ขณะที่แหล่งข่าวในพื้นที่ อ.บางแก้ว ระบุว่า หลังเกิดเหตุ นายอำเภอบางแก้ว พยายามที่จะขอย้ายตัวเองออกนอกพื้นที่ เพื่อปัดความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนถึงวันนี้ทำให้คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ทั้งที่รู้ตัวผู้กระทำผิด ในขณะที่แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า หลังจากผลการชันสูตรหัวกระสุนจากอาวุธปืนออกมา ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่พยายามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในอำเภอ เพื่อปล่อยให้เรื่องยุติ และเงียบไปเอง

ด้านแหล่งข่าวจากตำรวจนายหนึ่งในพื้นที่ จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา พบว่า คดีฆ่ากันตายในพื้นที่ จ.พัทลุง มักจะไม่มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยส่วนใหญ่จะมีการเคลียร์กันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งหากชาวบ้านธรรมดาโดนยิง หรือฆ่าตาย จะมีการเคลียร์ชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายไม่เกิน 3 แสนบาท และจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 แสนบาท เป็นอันจบคดี และหากเป็นคนสำคัญขึ้นมาอีกนิดจะมีการชดใช้ให้ญาติผู้เสียหาย 5-7 แสนบาท และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 แสนบาท และคดีก็จะจบไปโดยปริยาย จนเป็นสาเหตุให้มีการฆ่ากันตายในพื้นที่ จ.พัทลุง เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
 


กำลังโหลดความคิดเห็น