ตรัง - เปิดใจครอบครัว “น้องนามิ” หนูน้อย 5 ขวบ ยอดกตัญญู เข็นรถแม่ และญาติไปร่วมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังมีภาพแชร์ชื่นชมในโลกโซเชียล
วันนี้ (18 ต.ค.) ตามที่มีการแชร์ภาพผ่านสื่อโซเชียล และแสดงความคิดเห็นชื่นชมอย่างกว้างขวาง กรณีหนูน้อยยอดกตัญญูเข็นรถผู้พิการซึ่งเป็นแม่ และญาติของตัวเองมาร่วมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ตรัง เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ท่ามกลางเหล่าพสกนิกรชาวตรังทุกหมู่เหล่ากว่า 3 หมื่นคน ที่เดินทางร่วมแสดงความอาลัย และถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามครอบครัวหนูน้อยคนดังกล่าว ทราบชื่อคือ ด.ญ.รัศมีมายา อยู่ด้วง หรือน้องนามิ อายุ 5 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 ม.3. ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดตรังคภูมิ ต.กันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยคุณพ่อคือ นายชัยมงคล อยู่ด้วง อายุ 33 ปี ประสบอุบัติเหตุรถชนขาพิการ ทำงานอยู่ที่โรงงานไทยอุดม แผนกตัดหัวปลา ส่วนคุณแม่คือ นางอารี เบญหมูด อายุ 37 ปี มีปัญหาพิการเรื่องการเคลื่อนไหวตั้งแต่กำเนิด โดยทั้ง 2 รายเป็นสมาชิกในชมรมคนพิการเทศบาลนครตรัง
ทั้งนี้ น้องนามิ ได้พูดกับผู้สื่อข่าวอย่างไร้เดียงสาตามประสาเด็ก โดยบอกว่า ในหลวงสวรรคต หนูรักในหลวงหลวง ขณะที่ นางอารี ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า หลังทราบข่าวในหลวงสวรรคตก็รู้สึกใจหาย เสียใจอย่างบอกไม่ถูก นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว กระทั่งน้องนามิ เดินมาปลอบ หากเจ็บแทนได้ก็อยากเจ็บแทนพระองค์ หรือแม้หากตายแทนได้ตนก็อยากจะตายแทน ชีวิตที่เหลืออยู่นี้แม้เลือกเกิดไม่ได้ ถึงจะเป็นคนพิการร่างกายไม่เอื้ออำนวย ก็จะดำเนินชีวิตตามรอย และใช้ชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านได้สอนไว้ ดังนั้น ทางครอบครัวจึงเดินทางไปร่วมแสดงความอาลัย โดยมี น้องนามิ ช่วยเข็นรถผู้พิการให้พ่อแม่
น.ส.สุกานดา สุริยะรังสี อายุ 44 ปี ประธานชมรมคนพิการเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า เดิมทีสมาคมคนพิการเทศบาลนครตรัง มีการวางแผนรวมตัวกันที่จะนำรถวีลแชร์ไปถวายพรพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 ธ.ค.59 แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น รู้สึกรับไม่ได้ ทำใจไม่ได้ เพราะพระองค์ท่านทรงงานหนักมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน วันนี้พระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว สิ่งที่พวกเราพสกนิกรจะทำให้ได้นั้นก็คือ การประพฤติตนเป็นคนดี มีความรักความสามัคคีกัน และดำเนินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เหมือนกับสโลแกนของสมาคมคนพิการเทศบาลนครตรังที่ว่า “ทำความดีเพื่อถวายในหลวง”



