xs
xsm
sm
md
lg

พระสุเทพปาฐกถาธรรมที่ภูเก็ต บอกบวชครบ 204 วันค่อยคิดเรื่องสึก ราคายางตกต่ำให้ใจเย็นๆ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ศูนย์ข่าวภูเก็ต - พระสุเทพ ปภากโร อดีตเลขาธิการ กปปส.ปาฐกถาธรรมที่ภูเก็ต ยกคำสอนพระพุทธทาสให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตแล้วชีวิตจะสงบสุข พร้อมฝากให้ทุกคนเข้าวัดฟังธรรมกันมากขึ้น ส่วนเรื่องราคายางพาราได้แจ้งปัญหาให้รัฐบาลรับทราบแล้ว ไม่ต้องไปเดินขบวนประท้วง ให้ใจเย็นๆ เผยบวชครบ 204 วันเมื่อไหร่ ค่อยคิดเรื่องสึก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (26 ธ.ค.) ที่ศาลาปฏิบัติธรรม วัดท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พระสุเทพ ปภากโร อดีตเลขาธิการ กปปส.ได้เดินทางมาปาฐกถาธรรม พร้อมด้วย พระธานี เทือกสุบรรณ พระวิทยา แก้วภราดัย พระชุมพล กาญจนะ พระธารา ปิตุเดชะ พระอิสระ สมชัย พระชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต พระสินิตย์ เลิศไกร พระยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัติย์ พระอุทัย ยอดมณี อดีตแกนนำ คปท.โดยพุทธศาสนิกชนภูเก็ตพร้อมกันใจสวมใส่เสื้อเหลืองร่วมฟังธรรมเต็มบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม

โดยพระสุเทพ ปภากโร อดีตเลขาธิการ กปปส.ได้แสดงธรรมด้วยการนำหลักคำสอนของพระพุทธทาสมาให้ประชาชนชาวภูเก็ตได้นำไปปฏิบัติ โดยได้ยกตัวอย่างตนว่า ตั้งแต่บวชเป็นพระมา 5 เดือนครึ่ง ได้ปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนของพระพุทธทาส ทำให้ไม่มีเรื่องกังวลใดๆ ทั้งสิ้น กลางคืนนอนหลับสบายๆ ผิดกับตอนที่เป็นแกนนำ กปปส.ที่กลางคืนนอนไม่หลับเพราะกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อพี่น้องมวลมาหาประชาชนที่ได้ร่วมกันต่อสู้ รวมทั้งสุขภาพร่างกายก็ดีขึ้น น้ำหนักลดลงโดยไม่ต้องไม่ลดความอ้วน

พระพุทธทาสตั้งใจที่จะสอนคนจริงๆ ท่านแสดงธรรมวันละ 2-3 ครั้ง จนขณะนี้มีคำสอนของท่านที่ได้ทำการบันทึกเทปไว้กว่า 6 พันชั่วโมง เปิดให้คนที่ไปปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์ฟังทุกวัน มีหนังสือธรรมะอีกกว่า 100 เล่ม แปลเป็นภาษาอังกฤษ เยอรมัน รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น เพราะพระพุทธทาสตั้งใจทำอยู่ 3 อย่าง คือ ศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรม และเผยแผ่ธรรมะ

“ตั้งแต่บวชมาชีวิตเปลี่ยนแปลงไม่มาก ไม่กังวล ไม่รับรู้เรื่องภายนอก กลางคืนนอนหลับสบาย ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ดูทีวี ไม่ฟังวิทยุ เมื่อมาบวชเป็นพระตัดสิ่งเหล่านั้นออกไปทั้งหมด” พระสุเทพ กล่าวและว่า

ตั้งแต่บวชมา 5 เดือน มีเรื่องวุ่นวายก็ตอนที่ราคายางพาราตกต่ำ มีพี่น้องเข้ามาที่วัดมาพูดคุยถามไถ่เรื่องราคายางพาราตกต่ำตลอด และตลอดที่บวชมาก็มีอยู่ 2 เรื่อง ที่โยมๆ ทั้งหลายชอบมาถาม เรื่องที่หนึ่ง คือ บวชแล้วจะสึกเมื่อไหร่ ซึ่งได้แจ้งให้ทราบแล้วว่า การบวชครั้งนี้ไม่มีใครบังคับ บวชโดยไม่ได้บอกใครทั้งสิ้น เพราะต้องการที่จะบวชเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ตั้งใจว่าจะบวชให้ครบ 204 วัน เท่ากับจำนวนวันที่กลุ่ม กปปส.ได้ร่วมกันต่อสู้จนสามารถไล่รัฐบาลทรราชออกไปได้ เมื่อครบ 204 วันเมื่อใด ถึงจะคิดเรื่องว่าจะสึก หรือไม่สึก

อีกเรื่องที่ถูกถามคือ เรื่องราคายางพาราตกต่ำ มีคนชอบถามว่า “หลวงลุง ยาง 3 กิโล 100 ทำไงดี จะไปเดินขบวนประท้วงกันอีกไหม” เรื่องนี้อยากจะแจ้งไว้ให้แก่พี่น้องได้รับทราบแล้วว่า ไม่อยากให้ไปประท้วงรัฐบาล อยากให้รัฐบาลได้ทำงานแก้ปัญหาของประชาชนเต็มที่ อยากให้จะให้ใช้วิธีนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นไปยังรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ได้นำเสนอรัฐบาลถึงแนวทางการแก้ปัญหาไปแล้วว่า ในสมัยที่ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี สามารถแก้ปัญหาราคายางตกต่ำจากกิโลกรัมละ 39 บาท ให้สูงถึง 170-180 บาท ว่าต้องทำอย่างไรไปแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลก็แก้ปัญหาราคายางตกต่ำล่าช้า และไม่ตรงใจ แต่เราก็ต้องใจเย็นให้รัฐบาลเขาได้ทำงาน และหาแนวทางแก้ปัญหาไปก่อน ซึ่งทุกคนต้องใจเย็นๆ และขอให้รัฐบาลตั้งใจทำงาน มวลมาหาประชาชนเอาใจช่วยอยู่ และขอให้รัฐมนตรีทุกท่านตั้งใจทำงานให้เต็มที่เพราะมานั่งในตำแหน่งของท่านนั้นนั่งอยู่บนเลือดเนื้อของประชาชน

สุดท้าย พระสุเทพ ได้ฝากให้พี่น้องชาวภูเก็ตหมั่นเข้าวัดฟังธรรม ถือศีล 5 หรือศีล 8 จิตใจจะได้สงบ พร้อมทั้งแนะนำให้ลูกหลานได้บวชเรียนเพื่อฟื้นฟูประเพณีการบวช เนื่องจากในปัจจุบันลูกผู้ชายไทยบวชกันน้อยลงไม่เหมือนสมัยก่อนที่ลูกผู้ชายไทยทุกคนจะต้องบวชเรียนเพื่อศึกษาธรรมะก่อนที่จะไปมีครอบครัว ทำให้สังคมไทยในสมัยโบราณเป็นสังคมธรรมะ คนอยู่ในศีลในธรรม ทำให้สังคมสงบ และร่มเย็น ซึ่งผิดกับสังคมไทยในปัจจุบันที่เริ่มจะเหินห่างธรรมะ ทำให้กิเลสเพิ่มพูน ทำให้คนมีความทุกข์มากขึ้น ตัวอย่างง่ายที่เห็นกันในสมัยนี้ว่าคนมีกิเลสเพิ่มขึ้น ลองคำนวณดูว่าค่าใช้จ่ายของเรากว่าครึ่งหมดไปกับกิเลสทั้งสิ้น ทำให้รายได้ที่มีไม่พอกับค่าใช้จ่าย ทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข ดังนั้น เราจะต้องหันหน้าเข้าวัด ฟังธรรม ปฏิบัติธรรมกันให้มากขึ้น เพื่อความสงบสุขจะได้เกิดขึ้นในสังคมไทย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 17.00 น.วันนี้ พระสุเทพ พร้อมด้วยเจ้าคณะจังหวัดภูเก็ตและพระสงฆ์ จำนวน 200 รูป จะร่วมกันสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน
 
 

กำลังโหลดความคิดเห็น