ใครว่า เกษตรกรไทยล้าหลังไม่พัฒนา อาจจะต้องกลับไปคิดใหม่ เพราะปัจจุบัน ไม่ว่าพืชชนิดไหนที่ปลูกกันได้ในทุกมุมโลก เกษตรกรไทยก็นำมาปลูกในพื้นแผ่นดินประเทศไทยได้ รวมถึง พืชที่มาแรงในช่วงที่ผ่านมา อย่าง “มันหวานญี่ปุ่น” กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของไทย เพราะเกษตรกรไทยเราสามารถปลูกและพัฒนามันหวานญี่ปุ่น ออกมารสชาติที่ดีไม่แพ้ต้นตำรับ
ลาออกจากงาน ปลูกมันหวานญี่ปุ่นขายออนไลน์
วันนี้ พามารู้จัก “นายอภิสิทธิ์ ลิ้มวัฒนาพิบูลย์” เจ้าของไร่รวมสุข เกษตรกรคนรุ่นใหม่ ที่ลาชีวิตการทำงานประจำในเมืองหลวง กลับบ้านเกิดที่จังหวัดขอนแก่น มาปลูกมันหวานญี่ปุ่นขาย โดยยึดช่องทางการขายหลักผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ ปัจจุบัน มีออเดอร์มันหวานญี่ปุ่น วันละ 50 ถึง 100 กิโลกรัม จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 110 บาท
จากชีวิตคนทำงานสายโฆษณาในกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญความเครียดและการแข่งขันสูง วันนี้คุณ “อภิสิทธิ์” เจ้าของไร่รวมสุข จังหวัดขอนแก่น เลือกกลับบ้านเกิดและเริ่มต้นปลูกมันหวานญี่ปุ่น จนกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้มั่นคง พร้อมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
อภิสิทธิ์ เล่าว่า เดิมตนเองเคยทำงานบริษัทด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ อยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งก็ทำมาอยู่หลายปี และที่ตัดสินใจลาออก กลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดขอนแก่น ถ้านับรวมถึงปัจจุบันลาออกจากการทำงานประจำไม่ต่ำกว่า 3-4 ปี แล้ว ที่ต้องลาออกจากงานในช่วงนั้น เพราะการทำงานด้านโฆษณาช่วงหลังงานน้อยลงไป ลูกค้าหันไปใช้เงินกับการจ้างอินฟูลฯขึ้น งานด้านโฆษณาที่ทำเริ่มยากขึ้น งานหนักขึ้นเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทำให้ตนเองรู้สึกเครียด ก่อนตัดสินใจลาออก
ทำไม ถึงเลือกปลูกมันหวาน
ส่วนที่มาของการปลูกมันหวาน เริ่มต้นมาจากเมื่อครั้งทำงานประจำ ได้มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่น และได้รู้จักมันหวานญี่ปุ่น เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หลังจากได้กินชื่นชอบ และคิดอยากจะเอามาปลูกประเทศไทยเลย แต่ติดปัญหาหลายอย่าง แต่พอมาวันหนึ่ง ไปเดินซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเทพฯ เห็น ราคามันหวานญี่ปุ่น ขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต ตกใจกับราคา ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 200-300 บาท พอเห็นราคายิ่งทำให้เราอยากปลูกเข้าไปอีก ก็เลยลองไปซื้อต้นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น นำไปทดลองปลูกก่อน หลังบ้าน ตอนแรกที่ปลูก เราไม่ได้มีความรู้อะไรเลย ปลูกไปเหมือนพืชทั่วๆไป ปรากฎว่าเติบโตดีนะ แต่ไม่มีหัว มีแต่ใบ
หลังจากนั้น กลับไปศึกษาว่า เค้าปลูกกันอย่างไร และก็ได้ความรู้จากเกษตรอำเภอ แนะนำ ว่า ปรับปรุงดิน หรือ ปรับสภาพดินก่อน และก็ดูว่าคนญี่ปุ่น เค้าดูแลการปลูกมันหวานอย่างไร ก็ทำตามเค้า และครั้งนี้ มันหวานของเราก็มีหัว พอผ่าออกข้างในมีสีเหลืองทอง เนื้อมันหวานเนียนละเอียดไม่เป็นเส้น และเติบโตดี เพราะดินดีและอากาศบ้านเราปกติปลูกพืชได้อยู่แล้ว ปกติการปลูกมันหวาน ไม่ชอบดินอุ้มน้ำ เราจะต้องยกร่องให้สูง เพื่อหนีน้ำ
รสชาติไม่เหมือนแต่ใกล้เคียง ปลูกเองขายไม่แพง
ทั้งนี้ การปลูกในครั้งนั้น เราก็ยังไม่ได้ขาย แม้ว่ามันที่ได้จะมีหัวที่สมบูรณ์ แต่รสชาติมันยังไม่ได้ ทำให้เราต้องหาวิธีว่าจะปลูกมันหวานญี่ปุ่น อย่างไร ให้ได้รสชาติที่ดีเหมือนหรือใกล้เคียงกับต้นตำรับประเทศญ่ปุ่นให้ได้ก่อนที่จะนำออกมาขาย ซึ่งไปขอความช่วยเหลือเกษตรอำเภอเช่นเคย และค้นหาความรู้จากเกษตรกรปลูกในประเทศญี่ปุ่น อีกเช่นเคย ว่าบำรุงกันอย่างไร ต้องใส่สารอาหารอะไร
โดยสารอาหารที่ใช้กัน จะเป็นสารอาหารที่เป็นอินทรีย์เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ใช้เคมีเท่าไหร่ การดูแลมันหวานญี่ปุ่น ไม่ยากเลย ไม่จำเป็นต้องมาดูแลทุกวัน ผมจะเข้ามาดูแลแค่ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น โดยผมจะติดสปริงเกอร์ในการให้น้ำ ส่วนการใส่ปุ๋ยแค่อาทิตย์ละครั้ง การใส่ปุ๋ย ก็ใส่2 แบบ ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยคอก หาซื้อได้แถวบ้าน และมีปุ๋ยเคมีสูตรผสม นิดหน่อย ปุ๋ยเคมี ซื้อมา 1 กระสอบใช้ได้เป็นปี ส่วนแมลงศรัตรูของมันหวานญี่ปุ่น ก็จะมีแมงด้วง ผมก็จะใช้ทิศทางลมช่วย โดยการเป่าลมไล่แมลง ช่วยได้มาก การปลูกมันหวานจะปลูกแบบยกร่อง เพราะว่า มันหวานไม่ชอบอุ้มน้ำ
สำหรับการปลูกมันหวานของผม สามารถขายได้ในการปลูกครั้งที่ 3 ได้รสชาติมันหวาน ที่มีรสชาติหวานแต่ยังไม่ได้เหมือนที่ประเทศญี่ปุ่น ได้แค่ใกล้เคียง ส่วนหัวเนื้อมันเหมือนกับที่ญี่ปุ่น คือ เนื้อจะไม่เป็นเส้น และมีสีเหลืองทอง และพอเราได้มันหวานญี่ปุ่น อย่างที่ต้องการแล้ว นำออกมาจำหน่าย ผ่านช่องทางออนไลน์
เกษตรกรยุคใหม่ปลูกเองขายเอง
นายอภิสิทธิ์ เล่าว่า ในส่วนของการทำตลาด เนื่องจาก ผมเองหันมาทำตลาดออนไลน์ ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อยู่แล้ว ก็นำมันหวานญี่ปุ่นของเรามาขายออนไลน์ด้วย ซึ่งประสบความสำเร็จ เกินคาดมีออเดอร์เข้ามาวันละเฉลี่ย 50-100 กิโลกรัมเกือบทุกวัน เดือนหนึ่งมียอดขายเฉพาะมันหวานเกือบ 200,000 บาท
โดยมันหวานญี่ปุ่นที่ปลูกปัจจุบันอยู่บนพื้นที่ 2 ไร่ จังหวัดขอนแก่น โดยสามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวัน เพราะเป็นการปลูกแบบหมุนเวียน โดยจะมีการปลูกใหม่ทุกสัปดาห์ ทำให้เรามีมันส่งลูกค้าได้ทุกวัน ตามออเดอร์ที่เข้ามา ผ่านแพลตฟอร์มที่นำไปขาย ไม่ว่าจะเป็น Shopee Lazada Facebook Tiktok ฯลฯ
“ผมไม่ได้ขายแค่มันหวาน มีสินค้าเกี่ยวกับการเกษตรอื่นๆ จำหน่ายด้วย ซึ่งรายได้ของผมเอง มาจากมันหวานเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ สินค้าเกษตรอื่นๆ มีจำหน่ายด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ลูกพลับจากเกาหลี หรือ อโวคาโด้ ฯลฯ ซึ่งอยากจะบอกกับเกษตรกร ว่า การทำเกษตรในปัจจุบัน เราจะต้องรู้จักที่จะขายสินค้าเอง โดยไม่ผ่านพ่อค้า คนกลาง จะได้ควบคุมราคาเองได้ ถึงจะมีกำไร”
ทั้งนี้ การขายออนไลน์ สำหรับเกษตรกรปัจจุบันไม่ได้ยากแล้ว ให้ลูกให้หลานคนรุ่นใหม่ช่วย แต่เดียวนี้ ผู้สูงอายุหลายคน หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ขายของกันก็เยอะ บางคนขายเก่งกว่าคนรุ่นใหม่อีก และลูกค้าหลายคนก็ชอบซื้อกับผู้สูงอายุ หรือ เกษตรกรที่มาขายโดยตรง เชื่อว่าคนเหล่านั้นจะไม่หลอกเอาของไม่ดีมาขาย สังเกตว่าหลังๆจะเห็น หลายคนโพสต์ขาย ผัก ผลไม้จากสวนของลุง คนนี้ ป้าคนนั้น ลูกค้าจะชอบไปซื้อแบบนั้น เพราะเชื่อว่า ลุง กับป้า จะไม่หลอกเอาของไม่ดีมาขายเค้า
มันหวานสายพันธุ์ไหน
สำหรับ สายพันธุ์ มันหวานญี่ปุ่นของคุณอภิสิทธิ์ นั้น ปัจจุบันปลูกอยู่ด้วยกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ Beni Haruka, Honey Sweet และ Sil SW ส่วน รายได้จากการขายหัวมัน เฉลี่ยเดือนละประมาณ 1,500 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 110 บาท สร้างรายได้กว่า 150,000 บาทต่อเดือน และยังมีรายได้จากการขายยอดมันสำหรับขยายพันธุ์ เดือนละประมาณ 1,000–2,000 ยอด รวมรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเกือบ 200,000 บาท
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงข้อดีของการปลูกมันหวานญี่ปุ่นมีความเสี่ยงต่ำ ดูแลง่าย ต้นทุนไม่สูง แต่ให้ผลตอบแทนดี อีกทั้งยังมีอิสระในการทำงานได้เป็นนายตัวเอง ลดความเครียดจากงานประจำ และได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติทำให้มีความสุขมากขึ้น ซึ่งเกษตรกรและคนรุ่นใหม่ หากมีความตั้งใจและพร้อมเรียนรู้ อาชีพเกษตรสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงได้จริง อย่ากลัวการเริ่มต้นจากศูนย์ เพราะความล้มเหลวคือบทเรียนสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต
ติดต่อ โทร : 087-515-3197
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *


