xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่ม “กรรชัย” โดดลงทำธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม แบรนด์ไลโอ ไม่หวั่นกระทบภาพลักษณ์ผู้ประกาศข่าว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลเส้นผม สำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นผมหลุดร่วง ศรีษะล้าน เริ่มได้รับความนิยม หลังจากที่ผ่านมามีจ้าวตลาดที่หลายคนรู้จักกันดี คือ เจแฮร์ ออกมาโหมทำประชาสัมพันธ์ จนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และจากผลลัพธ์การใช้ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการบอกต่อ และมีการซื้อใช้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้มีผู้สนใจเข้ามาสู่ธุรกิจนี้มากขึ้น

ล่าสุด พิธีกร และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง กรรชัย กำเนิดพลอย (หนุ่ม) ได้ลงมาขอแชร์ตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลเส้นผม โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แบรนด์ ไลโอ (LYO) และยังมีนักธุรกิจ และคนมีชื่อเสียงอีกหลายคนที่หันมาสนใจ ที่จะขอมาแชร์ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ในครั้งนี้ รวมถึง จ้าวตลาด อย่าง “เจแฮร์” เองก็ต้องออกมาทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดในครั้งนี้เอาไว้ด้วย


"หนุ่ม กรรชัย"  มั่นใจในผลิตภัณฑ์ ไม่หวั่นผลกระทบภาพลักษณ์ผู้ประกาศข่าว 


“หนุ่ม” “กรรชัย” กล่าวถึงการมาทำผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแบรนด์ ไลโอ (LYO) ครั้งนี้ ว่า “ต้องบอกว่าพอมาเป็นผู้ประกาศข่าว ทำให้ต้องคิดอะไรเยอะขึ้น เพราะเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งที่ผ่านมา มีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ติดต่อขอให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์เยอะมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ตัวไหนเลย จนกระทั่ง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมไลโอ ติดต่อมา ขอให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งก็ไม่เคยคิดที่จะทำเช่นกัน โดยส่วนตัวไม่คิดว่าจะมาทำธุรกิจอะไร เนื่องจากเราเป็นผู้ประกาศข่าว ซึ่งมันมีเรื่องการชี้นำสังคม คนเขาเชื่อในสิ่งที่เราพูด ถ้าเราไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ แล้วเราไม่ได้ใช้จริงๆ สุดท้ายจะกลายเป็นดาบสองคม ถ้ามันไม่ได้ผล เราจะ “ถูกด่า” ก็เลยปฏิเสธไป”

“ทั้งนี้ พอปฏิเสธไป หลังจากนั้นมีผู้ใหญ่หลายคนโทรมาหา และอยากให้ลองคุยก่อน ซึ่งตอนนั้นเราก็สงสัยว่าแชมพูตัวนี้อะไรกันนักหนาต้องให้คนโทรมาล็อบบี้เราเหรอ เลยย้อนกลับมาดูอีกทีนึงมันคือ ไลโอ ซึ่งบังเอิญตัวผมเองเคยใช้มาประมาณ 10 กว่าปีก่อน มันอยู่ในตลาดเมืองไทยอยู่แล้ว แต่มันขายในร้านขายยา แล้วมันก็หายไป มันไม่ได้บูม ไม่ได้ดัง แล้วเขานำมารีแบรนด์ใหม่อีกครั้ง พอเขาติดต่อมาอีกทีได้คุยกัน เราเลยให้เขาส่งมาให้เราลองใช้ใหม่ ปรากฏว่าใช้ไปสักระยะหนึ่ง มันเหมือนเดิม คือ ผมที่เคยร่วงมันก็ดีขึ้น พี่เลยกลับไปบอกเขาว่า ขอไม่เป็นพรีเซ็นเตอร์นะ แต่ขอเป็นหุ้นส่วน”


สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมไลโอ เป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นโดยเภสัชกร คุณสมบัติช่วยในเรื่องการลดผมหลุดร่วง ผมบาง รังแค และชะลอผมหงอกก่อนวัย โดยไลโอ ได้นำความรู้ภูมิปัญญาไทย เข้ามาผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ส่วนผสมหลัก คือ ว่านหางจระเข้ ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบภูมิปัญญาไทย ส่วนที่มาของว่านหางจระเข้ให้ความสำคัญเช่นกัน ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก แบบไม่ใช้สารเคมี ซึ่งในส่วนแฮร์โทนิคใช้สารสกัดจาก Anagain หรือหน่อถั่วลันเตา ได้รับการการันตีจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าเป็น Swiss Quality Product และยังได้รับรางวัล Advanced Ingredient Award2014 ณ กรุงปารีส สารสกัด ANAGAIN™ เป็นสารออกฤทธิ์ที่มีคุณสมบัติลดการหลุดร่วงของเส้นผม และช่วยกระตุ้นให้เกิดการงอกของ เส้นผมใหม่ และยังมีส่วนผสมจากอัญชัน ใบมัลเบอร์รี่ รากโสม และวิตามินต่างๆ


ในส่วนของแผนการตลาด เนื่องจากกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุง ดูแล รักษาเส้นผมที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ผมหงอกเป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริโภค และในตลาดมีการแข่งขันสูง ผู้บริโภคได้มีการหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมี ด้วยคุณภาพของสินค้าที่ผมมั่นใจ และใช้เองทำให้ผมเข้ามามุ่งสู่ตลาดนี้ โดยเราทุ่มงบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการสื่อสารไปยังกลุ่มที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ผ่านกิจกรรมสื่อสารทางการตลาด ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ อาทิ สื่อป้ายโฆษณาอีกทั้งยังเตรียมแผนการตลาดอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายให้ดียิ่งขึ้นในปี 2564 นี้




“นัมเบอร์วัน 888” ทุ่ม 100 ล้านบาท
เปิดตัว “เจแฮร์”สูตรใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ คนรุ่นใหม่

นางสาวกันต์กนิษฐ์ สระทองอ้อย ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท นัมเบอร์วัน 888 จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมภายใต้แบรนด์ เจแฮร์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลเส้นผม มองว่าในขณะนี้ ตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลเส้นผมในประเทศไทย ยังมีช่องว่างการตลาดอีกมาก เพราะที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม จะจัดอยู่ในกลุ่มของยารักษา หรือ กลุ่มการทำศัลยกรรม ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ยา หรือ การทำศัลยกรรมมีข้อเสีย คือ ผลข้างเคียง หรือ เลิกใช้ทำให้ผมกลับมาร่วงอีกได้

ทั้งนี้ เราจึงได้เลือกเปิดตัว เจแฮร์ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยได้ทุ่มงบลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาท ในการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100 % ไม่มีสารเคมี ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพ จนได้ออกผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมในสูตรแรกดั้งเดิมภายใต้ชื่อ “เจแฮร์” ด้วยกัน 2 ตัว ได้แก่ ตัวเซรั่มและแชมพูสระผม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภค เนื่องจากสามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่มีปัญหาด้านเส้นผมอย่างตรงจุด


อย่างไรก็ตาม จากความสำเร็จของเจแฮร์ ทำให้มีผู้ที่สนใจเข้ามาในธุรกิจนี้ ทำให้เราไม่สามารถหยุดนิ่งได้ โดยล่าสุด ได้ทุ่มงบลงทุนในการพัฒนาวิจัย พร้อมกับแผนการทำตลาดจำนวน 100 ล้านบาท และหันมาใช้โรงงานผลิตเพิ่มอีกหนึ่งแห่งเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์เจแฮร์ สูตรใหม่ ซึ่งเป็นโรงงานที่ติดอันดับท็อป 3 ของประเทศไทย ที่มีการรับรองมาตรฐานระดับโลก และเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมและตอบโจทย์ทุกปัญหาเรื่องผมด้วยสารสกัดธรรมชาติหลัก 5 รายการ ได้แก่ 1. สารสกัดจากรากหม่อน (Fuji mulberry root extract) จากงานวิจัยของบริษัท Fuji sangyo ประเทศญี่ปุ่น ที่จะช่วยการไหลเวียนของเลือด 2. สารสกัดจากข้าวสังข์หยด งานวิจัยไทย จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ ลดการขาดหลุดร่วง และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด 3. สารสกัดคาเทชินจากชาเขียว จะช่วยต่อต้านเอนไซม์ 5-alpha reductase ซึ่งจะช่วยให้ผลลัพธ์ลดผมหลุดร่วงได้ดียิ่งขึ้น 4.สารสกัดจากเห็ดหลินจือ ช่วยลดการหลุดร่วง และ ลดการระคายเคืองซึ่งอาจจะเกิดจากมลภาวะ 5. สารสกัดจากสาหร่าย 3 สี เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่เส้นผมและหนังศีรษะ

พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว 2 พระเอกหนุ่ม หล่อ เข้ม “ท๊อป จรณ โสรัตน์” และ “เข้ม หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล” ที่ทั้งสองหนุ่มมีคาเร็คเตอร์ตรงกับสินค้าสูตรใหม่ของเรา มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่อย่างเป็นทางการ เพื่อต้องการขยายตลาดมายังกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการป้องกันมากกว่าการแก้ไขในเรื่องของการดูแลเส้นผม จากสูตรเดิมที่เราจะโฟกัสไปยังกลุ่มคนอายุราว 50 ปีขึ้นไป ที่เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องเส้นผมอยู่แล้ว

 นางสาวกันต์กนิษฐ์ สระทองอ้อย
นางสาวกันต์กนิษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจที่เหลือปลายปีนี้จนถึงปีหน้า บริษัทวางแผนจะรุกขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยจะส่งผลิตภัณฑ์เจแฮร์ พรีเมี่ยมคอนเซนเทรทเซรั่ม สูตรเข้มข้น ×5 ตัวใหม่นี้เข้าไปทำตลาด อย่างจริงจัง จากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาเราจะเน้นโฟกัสที่ตลาดในประเทศไทยเป็นหลัก โดยปี 2564 มีแผนที่จะเปิดตลาดในประเทศจีน เป็นประเทศแรก ต่อไปคาดว่าจะเป็นประเทศอินเดีย และตามมาที่ตลาด CLMV ทั้งหมด โดยบริษัทตั้งเป้าในปีหน้าจะมียอดขายเติบโตจากตลาดส่งออกโตเพิ่มขึ้นราว 30-40 % ของยอดขายรวม

สำหรับตลาดในประเทศไทย ในปี 2564 ในส่วนของตลาดออนไลน์จะลดสัดส่วนจาก99% เป็น 80 % แต่จะเพิ่มสัดส่วนทำตลาดในออฟไลน์มากขึ้นเป็น 20 % ไม่ว่าการจะขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังโมเดิร์นเทรดมากขึ้น โดยมีแผนจะนำสินค้าไปวางจำหน่าย ในร้าน วัตสัน อีฟแอนด์บอย และในคิงพาวเวอร์ เป็นต้น ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์ ที่สินค้าที่นำไปวางจำหน่ายในส่วนของออฟไลน์ จะแตกต่างจากในตลาดออนไลน์ ในเรื่องของขนาดหรือเอสเคยู เพื่อไม่ให้ทั้งสองตลาดตีกัน

“อย่างไรก็ตาม จากแผนการตลาดดังกล่าวที่เราวางในปีนี้ 2563จนถึง 2564 ก็เพื่อต้องการที่จะตอกย้ำให้ผู้บริโภคทราบว่า “เจแฮร์”เป็นแบรนด์ผู้นำเบอร์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงดูแล และรักษาเส้นผมที่ผลิตมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100 % ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของเส้นผมได้จริงอย่างตรงจุด” กันต์กนิษฐ์ กล่าวในที่สุด

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *
SMEs manager



กำลังโหลดความคิดเห็น...