xs
xsm
sm
md
lg

พลิกชีวิต! ปลูก‘มะนาวยักษ์’ในบ่อวงซีเมนต์ เริ่ม 15 ต้น เวลา 2 ปีสู่เจ้าของสวน 3.5 ไร่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

มะนาวพันธุ์ซูเปอร์จัมโบ้ ขนาด 8-12 ลูกต่อกิโลกรัม
‘ก่อนจะมาทำเกษตร ต้องหาความรู้อย่างลึกซึ้ง เลือกสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการ และมีตลาดรองรับแน่นอน’ นี่เป็นแนวคิดหลักของอดีตหนุ่มสาวเมืองกรุงฯ ผู้พลิกชีวิตมาเป็นเกษตรกร ปลูก “มะนาวพันธุ์ซูเปอร์จัมโบ้”ในกระถางบ่อวงซีเมนต์ วิธีไร้ดิน เริ่มต้นแค่ 15 ต้น หารายได้เสริม ปัจจุบันกลายเป็นอาชีพหลัก มีสวนของตัวเอง เนื้อที่กว่า 3.5 ไร่ เก็บผลผลิตขายทำเงินได้ทุกสัปดาห์ นับเป็นอีกต้นแบบความสำเร็จของเกษตรกรยุคใหม่
พรเลิศ ชมภูนุช (ซ้าย) และสิริวรรณ ล้ำเลิศกิจ
เปิดเส้นทาง หาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้

ก่อนหน้านี้ “สิริวรรณ ล้ำเลิศกิจ” และ “พรเลิศ ชมภูนุช” ทำธุรกิจรับจัดงานอีเว้นท์มานับสิบปี แต่ช่วง 3-4 ปีที่แล้ว เกิดความวุ่นวายทางการเมืองต่อเนื่อง หลายงานถูกยกเลิก กระทบรายได้หดหาย เป็นที่มาของการดิ้นรนหาอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ทดแทน

สิริวรรณ เป็นตัวแทนเล่าว่า ส่วนตัวชอบปลูกต้นไม้ พยายามหาอาชีพเสริมด้านเกษตร ที่คนเมืองสามารถจะทำควบคู่กับงานประจำได้ โดยสืบข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พบวิธีการทำเกษตรทฤษฏีใหม่ โดย “อ.เกียรคณัตฐ์ ภคพลธนกุล” กูรูด้านปลูกมะนาวในกระถาง ด้วยนวัตกรรมแบบไร้ดิน จึงเกิดความสนใจและไปขอความรู้ รวมถึง อบรมหลักสูตรด้านเกษตรเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จุดเด่นเปลือกบาง น้ำมาก กลิ่นหอม รสเปรี้ยวนวล และไร้เม็ด
เธอ ขยายความว่า ข้อดีของการปลูกในกระถางแบบไร้ดิน คือ ควบคุมการปลูกได้เสถียร และปลอดภัยจากโรคต่างๆ มากกว่าปลูกบนดิน ส่วนวัตถุดิบที่ใช้แทนดิน ประกอบด้วย แกลบดิบ แกลบดำ ขุยมะพร้าว ทรายหยาบ มูลไส้เดือน มูลวัว และน้ำหมักชีวภาพ โดยวิธีการปลูกจะวางคว่ำกระถางต้นไม้เล็กๆ ไว้กลางบ่อวงปูนซีเมนต์ แล้ววางต้นกล้ามะนาวบนกระถางคว่ำอีกที จากนั้น นำส่วนผสมต่างๆ กลบทับจนเต็มบ่อวงฯ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ตามด้วยเจาะรูระบายน้ำข้างบ่อวงฯ ในระดับสูงกว่ากระถางที่คว่ำภายใน ช่วยให้ก้นบ่อวงฯ เป็น “แก้มลิง” เก็บน้ำไว้ใช้ ส่วนการวางต้นกล้าบนกระถางคว่ำ ทำให้รากไม่ต้องจมน้ำตลอดเวลา ป้องกันปัญหา “รากเน่า” ไปพร้อมกัน

วิธีดังกล่าว สามารถปลูกพืชขนาดเล็กและกลางได้ทุกชนิด แต่ที่เลือกจะปลูก “มะนาวพันธุ์ซูเปอร์จัมโบ้” เพราะยังมีผู้ปลูกและคู่แข่งน้อย อีกทั้งมีคุณสมบัติเปลือกบาง น้ำมาก กลิ่นหอม รสเปรี้ยวนวล และไร้เม็ด เชื่อจะตอบความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในเวลานั้น มะนาวแป้นในท้องตลาดราคาสูงมาก
เริ่มต้นจากปลูก 15 ต้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะลงมือปลูกจริง ได้สำรวจความต้องการของผู้บริโภค รวมถึง หาลูกค้ารองรับไว้ล่วงหน้า โดยติดต่อร้านอาหารต่างๆ จนแน่ใจว่า ถ้าปลูกมาแล้ว มีผู้รับซื้อแน่นอน จึงค่อยลงมือทำ

“ดิฉันเริ่มจากสำรวจตลาดว่า ผู้บริโภคต้องการสินค้าเกษตรตัวใด และมีวิธีการปลูกแบบไหนที่เหมาะกับเรา ซึ่งตอนนั้น ยังทำงานประจำอยู่ด้วย จนพบว่า มะนาวเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการมาก ซึ่งพันธุ์ซูเปอร์จัมโบ้ จุดเด่นลูกใหญ่ น้ำเยอะน่าจะถูกใจลูกค้ากลุ่มที่ต้องใช้มะนาวปริมาณมากๆ ซึ่งก่อนจะลงมือปลูก ดิฉันไปติดต่อร้านอาหารต่างๆ นำเสนอว่า ถ้ามีมะนาวแบบนี้มาส่งขายให้ สนใจจะรับซื้อไหม? เขาก็ตอบรับจะซื้อทันที แต่ดิฉันก็ขอเวลาอีก 1 ปีค่อยมาส่ง ตอนแรกเขาก็งงว่า ยังไม่ได้ปลูกด้วยซ้ำ ทำไมมาเสนอขาย เราก็อธิบายให้ฟังว่า ต้องการมีตลาดที่แน่นอนเสียก่อน ซึ่งลูกค้าก็ยอมรับและตกลงจะซื้อล่วงหน้า เพราะเขาก็ไม่ต้องกังวลจะขาดวัตถุดิบมะนาวในปีถัดไป” สิริวรรณ เผยวิธีการทำตลาด ที่หาแหล่งรับซื้อแน่นอนก่อนลงมือปลูก
ภายในสวน “มูลมูนฟาร์ม”  ที่ จ.นครสวรรค์
จาก 15 ต้น ปลูกในบ้าน สู่เจ้าของสวนมะนาว

พื้นที่ภายในรั้วบ้าน 200 ตารางวา ถูกแบ่งมาส่วนหนึ่งปลูกมะนาวพันธุ์ซูเปอร์จัมโบ้ ในกระถางบ่อวงฯ เริ่มต้นจากแค่ 15 ต้น ลงทุนเบื้องต้นประมาณ 25,000 บาท เป็นค่ากิ่งพันธุ์ วัสดุ อุปกรณ์ วางระบบท่อน้ำ เป็นต้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 7-8 เดือน เริ่มติดลูกเก็บขายได้ โดยมีขนาดใหญ่ถึง 8-12 ลูกต่อกิโลกรัม ราคาขายเฉลี่ยลูกละ 4-5 บาท และเคยสูงถึงลูกละ 12 บาท

นอกจากนั้น ใช้วิธีลดต้นทุน “ค่าปุ๋ย” ด้วยการศึกษาและทำ “น้ำหมักชีวภาพ” ขึ้นใช้เอง รวมถึง เลี้ยงไส้เดือน เพื่อใช้มูลมาทำปุ๋ยเองด้วย

สิริวรรณ เผยด้วยว่า ช่วงแรกแค่ทำเป็นรายได้เสริม ควบคู่กับทำงานประจำ จนผ่านไปประมาณ 1.5 ปี รายได้จากการขายมะนาวแซงงานประจำไปไกลมาก ตัดสินใจมาประกอบอาชีพเกษตรกรเต็มตัว และในเวลาประมาณ 2 ปี สามารถเก็บเงินหลักล้าน ซื้อที่ดินใน จ.นครสวรรค์ ขนาด 3.5 ไร่ เพื่อทำสวน “มะนาวพันธุ์ซูเปอร์จัมโบ้”ในบ่อวงซีเมนต์โดยเฉพาะ ชื่อสวนว่า “มูลมูนฟาร์ม” ปัจจุบัน ปลูกมะนาวทั้งหมดร้อยกว่าต้น มีผลผลิตออกให้เก็บได้ทุกสัปดาห์ เฉลี่ยรอบละกว่า 500 กิโลกรัม

ช่องทางตลาด ส่วนหนึ่งจะส่งมะนาวให้ตามร้านอาหารต่างๆ 5-6 แห่ง อีกส่วนจะขายส่งเข้าโครงการรับซื้อมะนาวเพื่อส่งออกต่างประเทศ นอกจากนั้น เนื่องจากมะนาวที่ปลูกได้ผลงดงาม ลูกใหญ่และดก ทำให้มีคนสนใจขอซื้อพันธุ์จำนวนมาก นำมาสู่การต่อยอดขาย “กิ่งตอน” ในราคาถึงต้นละ 200 บาท ไม่เท่านั้น มูลไส้เดือนที่เหลือจากการใช้เอง นำมาบรรจุถุงเป็น “ปุ๋ยไส้เดือน” แบรนด์ “MonMoon” ขายในราคาถุงละ 40 บาท

“วิธีคิดในการทำเกษตรของเรา ต้องมีรายได้เสถียร ไม่ต้องพึ่งฤดูกาลหรือฟ้าฝน ซึ่งวิธีปลูกในกระถางแบบไร้ดิน ในสวนมีขุดบ่อน้ำและทำปุ๋ยไว้ใช้เอง ช่วยให้มะนาวออกผลเก็บได้ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ โดยวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี เราสองคนจะทำงานในสวน ส่วนวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ ก็จะนำผลผลิตมาส่งขายตามช่องทางตลาดต่างๆ” สิริวรรณ อธิบาย
สร้างรายได้จากขายกิ่งตอน
แนะเคล็ดลับสำหรับคนรุ่นใหม่อยากเป็นเกษตร

สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนเมืองที่สนใจอยากจะเลือกเส้นทางเป็นเกษตรแบบสมาร์ทนั้น เธอแนะนำว่า ควรเริ่มต้นจากหาความรู้อย่างจริงจัง และพิจารณาเลือกสินค้าเกษตรที่ตลาดยังมีความต้องการสูง อย่าแห่ทำตามกระแส เพียงแค่เห็นว่า คนอื่นทำแล้วได้กำไรดี ซึ่งเกิดบทเรียนมาแล้วมากมายจากปัญหาสินค้าเกษตรหลายชนิดล้นตลาด

ข้อต่อมา ควรหาตลาดรองรับไว้ก่อน นอกจากนั้น ต้องคำนึงถึงเรื่องสายป่านการเงินที่ยาวเพียงพอ เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพระหว่างรอผลผลิตเกษตรจะเติบโตพร้อมเก็บขายได้ และสำหรับหน้าใหม่ ควรเริ่มต้นจากการทำเป็นอาชีพเสริมเสียก่อน เพื่อทดสอบตัวเองว่า อยากทำอาชีพเกษตรจริงหรือไม่ จนเมื่อพร้อมทุกด้านแล้ว ค่อยลาออกจากงานประจำ มาทำเกษตรเป็นอาชีพหลักเต็มตัว

ต่อยอดทำ “ปุ๋ยมูลไส้เดือน” แบรนด์ “MonMoon”
ทั้งนี้ หากจะเจาะจงเป็นเกษตรกรปลูกมะนาวพันธุ์จัมโบ้ เธอแนะนำว่า ควรมีที่ดินของตัวเองอย่างน้อยประมาณ 2 งานขึ้นไป ปลูกอย่างต่ำ 50 ต้น พร้อมมีเงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 70,000 บาท ซึ่งปริมาณการปลูกดังกล่าว จะทำให้มีผลผลิตมากเพียงพอที่จะทำตลาดได้จริงจัง สร้างรายได้มากพอที่จะดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง โดยตลาดที่น่าสนใจในการนำผลผลิตไปขาย ได้แก่ ร้านอาหาร โดยเฉพาะขายเมนูซีฟู้ด ร้านกาแฟ และร้านสมูทตี้ เป็นต้น ส่วนความเสี่ยง ต้องเฝ้าระวังโรค “แคงเกอร์” (Canker) ซึ่งจะทำลายทุกๆ ส่วนของต้นมะนาว มักระบาดมากในหน้าฝน

เจ้าของ“มูลมูนฟาร์ม” บอกด้วยว่า แม้ในระยะหลัง จะมีผู้สนใจปลูกมะนาวจำนวนมาก แต่ส่วนตัวค่อนข้างมั่นใจว่า มะนาวพันธุ์จัมโบ้ จะไม่เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาด เพราะเทียบกับมะนาวพันธุ์อื่นๆ แล้ว ยังถือว่ามีผู้ปลูกน้อยกว่ามาก และหากปลูกได้คุณภาพดี ยังมีตลาดต่างประเทศพร้อมรับซื้ออีกปริมาณมหาศาล ส่วนตลาดในประเทศ มะนาวพันธุ์จัมโบ้ คนไทยเพิ่มความนิยมขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ ในสวน “มูลมูนฟาร์ม” กำลังปลูกพืชอื่นเพิ่มเติม โดยเน้น “เลมอน” ซึ่งตลาดยังมีความต้องการสูง และราคาดี ควบคู่กำลังทดสอบแปรรูปมะนาวเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อจะสร้างรายได้ครบวงจร ปูทางไปสู่การทำเกษตรยุคใหม่ที่มั่งคั่งและยั่งยืน

สำหรับผู้อยากได้รับคำแนะนำการปลูกมะนาวพันธุ์จัมโบ้ในกระถางวงบ่อซีเมนต์ แบบไร้ดิน ติดต่อโทร.093-615-9651 , id line:monmoonfarm

วิธีการปลูก “มะนาวพันธุ์ซูเปอร์จัมโบ้”ในบ่อวงซีเมนต์ นวัตกรรมไร้ดิน
- วัตถุดิบที่ใช้แทนดิน ประกอบด้วย แกลบดิบ แกลบดำ ขุยมะพร้าว ทรายหยาบ มูลไส้เดือน มูลวัว และน้ำหมักชีวภาพ
- ขั้นตอนการปลูก

1. เตรียมบ่อวงซีเมนต์
2. วางคว่ำกระถางต้นไม้เล็กๆ ไว้กลางบ่อวงปูนซีเมนต์
3.วางต้นกล้ามะนาวบนกระถางคว่ำอีกที
4. นำส่วนผสมต่างๆ กลบทับจนเต็มบ่อวงฯ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
5 .เจาะรูระบายน้ำข้างบ่อวงฯ ในระดับสูงกว่ากระถางที่คว่ำภายใน ช่วยให้ก้นบ่อวงฯ เป็น “แก้มลิง” เก็บน้ำไว้ใช้ ส่วนการวางต้นบนกระถางคว่ำ ทำให้รากไม่ต้องจมน้ำตลอดเวลา ป้องกันปัญหา “รากเน่า” ไปพร้อมกัน

 เตรียมบ่อวงซีเมนต์
วางคว่ำกระถางต้นไม้เล็กๆ ไว้กลางบ่อวงปูนซีเมนต์
นำส่วนผสมต่างๆ กลบทับจนเต็มบ่อวงฯ

รดน้ำให้ชุ่ม

เจาะรูระบายน้ำข้างบ่อวงฯ ในระดับสูงกว่ากระถางที่คว่ำภายใน ช่วยให้ก้นบ่อวงฯ เป็น “แก้มลิง” เก็บน้ำไว้ใช้  ส่วนการวางต้นบนกระถางคว่ำ ทำให้รากไม่ต้องจมน้ำตลอดเวลา ป้องกันปัญหา “รากเน่า” ไปพร้อมกัน
สิริวรรณ ล้ำเลิศกิจ  เรียนจบด้านนิเทศศาสตร์ ปัจจุบันเป็นเกษตรกรยุคใหม่เต็มตัว

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...