xs
xsm
sm
md
lg

จบบริหารมาขาย “ครก”!! จุดไอเดีย ‘พัก-พิง-คว่ำ’ พลิกอุปกรณ์คู่ครัวไทยให้สุดเฉียบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ธารา ธาราศักดิ์” หนุ่มวัย 38 ปี ทายาทรุ่น 3 ของครอบครัวที่ยึดอาชีพผลิตและขาย “ครกหิน” มายาวนานหลายสิบปี และหลังเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ เขากลับมาช่วยสานต่อกิจการครอบครัว ด้วยการเพิ่มบทบาทให้ครกหินจากแค่อุปกรณ์ใช้ประกอบอาหารในครัว มาเป็นของตกแต่งบ้าน และของฝากของที่ระลึก โดยเติมดีไซน์ และเพิ่มความสะดวกในการใช้สอย ช่วยให้สินค้าได้รับความนิยมอย่างสูง ภายใต้ชื่อ “ศิลาทิพย์” (SILATHIP)
ธารา ธาราศักดิ์
ธาราเล่าว่า ครอบครัวประกอบอาชีพผลิตครกหินตั้งแต่รุ่นคุณปู่ อยู่ที่ อ.อ่างศิลา จ.ชลบุรี จนวัตถุดิบหินในท้องถิ่นหมดไป จึงย้ายมาประกอบอาชีพที่ อ.เมือง จ.ตาก แทน ซึ่งมีเหมืองหินอยู่จำนวนมากหลายสิบแห่ง ตั้งแต่เด็กจึงคลุกคลีและคุ้นเคยกับอาชีพนี้มาตลอด และหลังจากเรียนจบคณะบริหารธุรกิจเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วได้กลับเข้ามาช่วยกิจการที่บ้าน

ในเวลานั้นการผลิตครกส่วนใหญ่ยังเป็นแบบดั้งเดิม ใช้แรงงานคนสกัดหินด้วยมือ ช่างหนึ่งคนจะทำครกได้อย่างมาก 1-2 ลูกต่อวันเท่านั้น เมื่อเข้ามารับช่วงกิจการได้พัฒนานำเครื่องจักรมาช่วยทุ่นแรง รวมถึงจัดระบบการทำงานใหม่ แบ่งเป็นขั้นตอน ช่วยให้ผลิตครกหินได้เร็วขึ้นจากเดิม 3 เท่าตัว
วาง “พัก” สากได้ ป้องกันสากตกแตก
เอาสากมา “พิง” ด้านข้างกับตัวครบหินก็ได้
ใช้ คว่ำ ให้ครกแห้งสะอาด
นอกจากนั้น ริเริ่มการพัฒนาครกหินจากที่มีแต่รูปทรงเดิมๆ ที่คุ้นเคยให้มีความสวยงามเพิ่มขึ้น เช่น เพนต์ลาย เคลือบเงา แกะสลัก และปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้สามารถใช้งานได้สะดวกกว่าที่เป็นมา เช่น มีสายไว้หิ้ว และล่าสุด เป็นครกหินที่สามารถจะวาง “พัก” สากได้ ป้องกันสากตกแตก หรือเอาสากมา “พิง” ด้านข้างกับตัวครกหินก็ได้เพื่อสะดวกในการตักเครื่องแกงที่โขลกแล้ว และยัง “คว่ำ” ครกล็อกสากป้องกันการตกแตกหัก ช่วยระบายอากาศ ป้องกันกลิ่นอับชื้นกับเชื้อราได้
มีสายหนังหิ้ว
“แนวคิดในการพัฒนาครกของผมมาจากที่ผมอยากจะเพิ่มฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น จากเดิมครกหินจะขายเฉพาะแม่บ้าน แต่ผมอยากให้ครกเป็นอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะในครัวเท่านั้น สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้านได้ด้วย ซื้อไปเป็นของฝากได้ด้วย ซึ่งผมเริ่มจากนำครกมาเพนต์สีเป็นลวดลายต่างๆ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี ผมเลยพัฒนามาเรื่อยๆ เช่น แกะลาย ทำบรรจุภัณฑ์”

“อย่างครกรุ่น ‘พัก-พิง-คว่ำ’ ผมได้ไอเดียจากที่เห็นปัญหาของผู้ใช้ครกทุกคน มักจะมีปัญหาไม่รู้จะเอาสากไปวางไว้ที่ไหน พอวางไม่สะดวกก็ตามมาด้วยทำสากตกแตกง่าย ผมเลยออกแบบครกที่สามารถจะทั้งวางพักสาก พิงสาก และคว่ำครกได้ในครกลูกเดียวกันเลย ซึ่งทำออกมาประมาณ 1 ปี ได้รับความนิยมมาก ถือเป็นรายแรกและรายเดียวของไทยที่ทำครกแบบนี้ออกขาย และยังได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในสินค้าเด่นประจำ จ.ตาก” หนุ่มคนเก่งอธิบาย

ครกหินแกะสลัก
จากการใส่ความพิเศษให้ครกหินดังกล่าวช่วยให้ขายได้ในราคาสูงขึ้น จากครกหินธรรมดาลูกละประมาณ 500 บาท ถ้าเพนต์สีลวดลายจะขายได้ราคาเพิ่มประมาณ 10-20% เมื่อมาทำเป็นครกรุ่น ‘พัก-พิง-คว่ำ” มูลค่าเพิ่ม 30-40% และหากมีบรรจุภัณฑ์และสายหนังหิ้วด้วย มูลค่าเพิ่มเป็น 50%


แบรนด์ “ศิลาทิพย์” นอกจากครกแล้ว ยังผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับหินอื่นๆ เช่น ใบเสมาหิน ลูกนิมิต และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านจากหิน เช่น กระถางต้นไม้ หินแกะสลักประดับกำแพง เป็นต้น โดยเศษของหินที่เหลือจากทำผลิตภัณฑ์ยังนำไปทำเป็นอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อจะใช้วัตถุดิบได้คุ้มที่สุด เช่น หินลับมีด หินขัดตัว หินเพนต์ลายสำหรับทับกระดาษ ฯลฯ และสุดท้ายเศษหินที่ย่อยเป็นกรวดขายใช้ถมถนน เท่ากับสามารถใช้วัตถุดิบได้ทั้งหมด 100%

ขนาดจิ๋ว ทำเป็นของที่ระลึก
สำหรับวัตถุดิบนั้น เขาอธิบายว่า รับซื้อจากเหมืองหินภายใน จ.ตาก เลือกหินคุณภาพดี 3 ชนิด ได้แก่ หินแกรนิต หินทราย และหินอ่อน นำไปแปรรูปต่างๆ ตามความเหมาะสม อย่างหินแกรนิตเน้นนำไปทำครกเพราะมีความแข็งแรงทนทานสูง ส่วนหินทรายเน้นทำงานเกี่ยวกับศิลปะ เป็นต้น

ส่วนการผลิต เดิมเป็นกิจการในครัวเรือน ต่อมาดำเนินการในนามวิสาหกิจชุมชน ส่งเสริมให้ชาวบ้านในท้องถิ่นมีรายได้เสริม เบื้องต้นใช้เงินลงทุนของสมาชิก 2 แสนบาท ปัจจุบันเงินลงทุนของสมาชิกเพิ่มเป็น 1 ล้านบาท บ่งบอกถึงการขยายตัว และสินค้าได้รับการยอมรับจากกลุ่มเป็นอย่างดี

ทำเป็นหินขัดผิว
เนื่องจากครกหินเป็นสินค้าที่แข็งแรงคงทน ซื้อครั้งหนึ่งใช้ยาวนานนับสิบปี จะทำอย่างไรให้มีอัตรากลับมา “ซื้อซ้ำ” ให้บ่อยครั้งยิ่งขึ้น

ธาราตอบในประเด็นดังกล่าวว่า พยายามออกแบบครกให้มีความหลากหลาย ใช้งานเป็นการเฉพาะเจาะจง เช่น ขนาดมาตรฐานใช้โขลกเครื่องแกง ขนาดเล็กใช้โขลกเครื่องยา ขนาดจิ๋วสำหรับซื้อเป็นของฝาก นอกจากนั้น มีดีไซน์ที่แปลกแตกต่าง สำหรับซื้อไปเป็นของสะสมหรือของตกแต่ง ประกอบกับด้วยวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ เมื่อแยกออกมาสร้างบ้านสร้างครอบครัวของตัวเอง อย่างน้อยต้องซื้อครกไว้ประจำบ้านหนึ่งลูก ทำให้โอกาสขายครกหินจึงขยายตามไปด้วย
ครกรุ่น ‘พัก-พิง-คว่ำ’
“ผมเปรียบครกเหมือนการซื้อรถยนต์ บางบ้านมีรถหลายคันเพื่อใช้ในโอกาสต่างๆ ดังนั้นบ้านหนึ่งหลังก็สามารถมีครกหลายลูกได้เพื่อใช้ในโอกาสต่างๆ ตามความเหมาะสม และทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ที่ออกมามีบ้านของตัวเอง เมื่อซื้อบ้านใหม่ก็ต้องซื้อครกหนึ่งลูกไว้ประจำบ้าน ซึ่งแนวโน้มจากที่หมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นต่อเนื่อง ผมก็เชื่อว่าเราสามารถหาลูกค้าใหม่ได้เสมอเช่นกัน” ธาราเสริม
ทำเป็นกระถางต้นไม้
เพิ่มมูลค่าด้วยสายหิ้ว
ด้านช่องทางขายนั้น มีหน้าร้านของตัวเองอยู่ที่ จ.ตาก รวมถึงขายส่งผ่านตัวแทนร้านค้าของฝากทั้งในจังหวัด และต่างจังหวัด เช่น อ.อ่างศิลา เป็นต้น อีกทั้งขายในงานสินค้าโอทอป ขายผ่านออนไลน์ และยังส่งออกต่างประเทศ มีลูกค้าประจำจากฮ่องกง และพม่า เป็นต้น ยอดขายเฉลี่ยประมาณ 3 แสนบาทต่อเดือน

เพนท์สีสำหรับทำที่ทับกระดาษ
“ครกมรดกคู่ครัวไทย ก้าวไกลสู่ครัวโลก” นี่เป็นคำขวัญประจำแบรนด์ “ศิลาทิพย์” บ่งบอกวิสัยทัศน์ต้องการจะนำภูมิปัญญาไทยให้ไปสู่ตลาดภายนอก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนที่คุ้นเคยกับการใช้ครกอยู่แล้ว โดยจะพัฒนาครกที่ใช้สอยและรูปแบบหลากหลาย ทันต่อยุคสมัย และสะดวกต่อการขนส่ง ลดปัญหาเรื่องน้ำหนักมากให้เหลือน้อยที่สุด รวมถึงพัฒนาเครื่องจักรให้รองรับตลาดในอนาคตด้วย

ไม่ธรรมดาสำหรับแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่จะพาครกหินไทยให้ขึ้นแท่นเป็นสินค้าส่งออกต่อไป

โทร. 08-1441-4099, 08-9159-6602
ครกรุ่น ‘พัก-พิง-คว่ำ’  แบบมีสายหนังหิ้ว
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...