xs
xsm
sm
md
lg

ศ.ศ.ป.เปิดตัว 13 สุดยอดช่างฝีมือหัตถกรรมไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป.
ศ.ศ.ป.เปิดตัว 13 ช่างฝีมือหัตถกรรมใน 9 สาขา ที่สืบสานและเผยแพร่ความรู้งานฝีมือไทย พร้อมต่อยอดให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน พร้อมมอบเกียรติบัตรในงาน “นวัตศิลป์ไทย เทิดไท้มหาราชินี” ที่จะจัด ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศฯ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วงเดือนสิงหาคม 2559 นี้

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. กล่าวว่า ศ.ศ.ป.จัดโครงการประกวด “เชิดชูทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” ภายใต้งาน “เทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ 2559” ที่จัดถึงวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และอนุรักษ์งานด้านหัตถกรรม ตลอดจนต่อยอดงานหัตถกรรมไปสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้คนปัจจุบัน ซึ่งปีนี้ ศ.ศ.ป.ได้คัดเลือกช่างฝีมือผู้สืบทอดงานหัตถกรรมรอบแรก 13 ท่าน จากงานศิลปหัตถกรรมใน 9 สาขา คือ สาขาเครื่องไม้ เครื่องจักสาน เครื่องดิน เครื่องทอ เครื่องรัก เครื่องโลหะ เครื่องหนัง เครื่องกระดาษ และเครื่องหิน สำหรับผู้เข้ารอบ 13 ท่าน ได้แก่
นางปอลิณ หยุ่นตระกูลอายุ54 ปี ช่างตัดกระดาษรังผึ้งผู้ที่อุทิศตนเพื่ออนุรักษ์งานศิลปะ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก
ประเภทงานหัตถกรรมเครื่องกระดาษ (ตัดกระดาษรังผึ้ง) จำนวน 1 ท่าน ได้แก่

1. นางปอลิณ หยุ่นตระกูล อายุ 54 ปี ช่างตัดกระดาษรังผึ้งผู้ที่อุทิศตนเพื่ออนุรักษ์งานศิลปะ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก

ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นผู้สืบทอดงานตัดกระดาษรังผึ้งจากครูเปี่ยม ส่งชื่น ผู้เป็นพ่อ ด้วยมีความคิดเห็นว่าการตัดกระดาษรังผึ้งเป็นงานฝีมือโบราณที่เริ่มมีน้อยลง นางปอลิณจึงคิดสานต่ออุดมการณ์ของพ่อ ผู้อุทิศตนให้กับงานกระดาษและทุ่มเทมาทั้งชีวิตโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่เพียงต้องการให้คนรุ่นใหม่รู้จักและได้เห็นงานฝีมือที่บรรพบุรุษทำสืบต่อกันมา การตัดกระดาษรังผึ้งนิยมนำมาประดับในงานรื่นเริง เช่น พิธีแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ พิธีบวชนาค แต่ปัจจุบันความนิยมกลับลดน้อยลงทำให้งานตัดกระดาษรังผึ้งหาดูได้ยาก จึงมีความคิดว่าหากไม่ลุกขึ้นมาเป็นผู้สืบทอด ใครเล่าจะเป็นผู้สานต่ออุดมการณ์และงานที่พ่อรัก
นายพีระศักดิ์ หนูเพชรอายุ30ปี ช่างงานจักสานใยตาล นักพัฒนาสินค้าตัวยง จ.สงขลา
ประเภทงานหัตถกรรมเครื่องจักสาน จำนวน 1 ท่าน ได้แก่

1. นายพีระศักดิ์ หนูเพชร อายุ 30 ปี ช่างงานจักสานใยตาล นักพัฒนาสินค้าตัวยง จ.สงขลา

ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นผู้สานต่องานจักสานใยตาลจากคุณแม่เสริญสิริ หนูเพชร โดยแรกเริ่มไม่สนใจงานจักสานเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนางานอย่างไม่หยุดนิ่งของแม่จึงเกิดการซึมซับอยากสานต่อเจตนารมณ์ที่แม่สร้างงานจักสานมาด้วยหนึ่งสมองสองมือให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย จึงช่วยออกแบบคิดค้นพัฒนารูปทรงทั้งสร้างเครื่องทุ่นแรงขึ้นมา โดยใช้เครื่องจักรอุตสาหกรรมแทนแรงงานคนซึ่งช่วยให้ผลิตงานได้จำนวนมากขึ้น ทำรายได้ให้สมาชิกในกลุ่มมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้กลุ่มมีความเข้มแข็งสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ด้วยตนเองตามพระราชปณิธานของในหลวง “อยู่อย่างพอเพียง”
นายสมชาย บุญประเสริฐอายุ 42ปี ช่างฝีมืองานปูนปั้นสด ผู้มีใจรักและความอดทนเป็นเลิศ จ.เพชรบุรี
ประเภทงานหัตถกรรมเครื่องปูนปั้น จำนวน 1 ท่าน ได้แก่

1. นายสมชาย บุญประเสริฐ อายุ 42 ปี ช่างฝีมืองานปูนปั้นสด ผู้มีใจรักและความอดทนเป็นเลิศ จ.เพชรบุรี

ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นลูกศิษย์เอกที่สั่งสมประสบการณ์จากคุณอาทองร่วง (อาเขย) ผู้เป็นช่างฝีมือดั้งเดิมที่หาใครมีฝีมือเปรียบได้ยาก นายสมชายเป็นช่างฝีมืองานปูนปั้นสดแห่งเพชรบุรี งานปูนปั้นสดเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะกระบวนการฝีมือเชิงช่างหลายแขนง ต้องเป็นผู้มีความอดทน และมีใจรักจึงจะสามารถทำงานได้สำเร็จ ปัจจุบันสามารถถ่ายทอดและสอนผู้อื่นที่มีความสนใจโดยไม่หวงวิชาเพราะอยากให้งานปูนปั้นเป็นที่รู้จักของคนในสังคมไทยให้มากขึ้น
นายกิตติศักดิ์ ฝั้นสายอายุ32ปี ช่างฝีมือผู้หลงใหลในงานศิลปะบวกกับความมุ่งมั่นในงานปั้นดิน จ.เชียงใหม่
ประเภทงานหัตถกรรมเครื่องดิน (ประติมากรรม, น้ำต้น) จำนวน 1 ท่าน ได้แก่

1. นายกิตติศักดิ์ ฝั้นสาย อายุ 32 ปี ช่างฝีมือผู้หลงใหลในงานศิลปะบวกกับความมุ่งมั่นในงานปั้นดิน จ.เชียงใหม่

ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นช่างฝีมืองานปั้นดินจากเชียงใหม่เดินรอยตามจากงานฝีมือคุณน้าสมทรัพย์ ด้วยความหลงใหลในงานศิลปะตั้งแต่ยังเด็กจึงเริ่มศึกษาและเรียนรู้อย่างจริงจัง หลังจากได้เรียนรู้ขั้นตอนในเบื้องต้นแล้วจึงนำมาพัฒนาต่อในเรื่องของรูปแบบเพราะมีความคิดที่ว่าศิลปะเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว สามารถต่อยอดเป็นงานที่มีรูปทรงที่น่าสนใจได้หลากหลาย ความรู้ที่ได้จากคุณน้าจึงนำมาสู่ประติมากรรมชิ้นเอกจนมีผู้ให้ความสนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ปัจจุบันจึงเริ่มถ่ายทอดเรื่องราวความรู้ที่สั่งสมประสบการณ์มาหลายปีสู่เยาวชนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในงานศิลปะไทยร่วมสมัยเฉกเช่นเดียวกับตน
นายพิเชฎฐ์ เกิดทรง อายุ42ปี ช่างแกะสลักเครื่องดนตรีไทยที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก แห่งเมืองคนดีศรีอยุธยา
ประเภทงานหัตถกรรมเครื่องไม้ จำนวน 1 ท่าน ได้แก่

1. นายพิเชฎฐ์ เกิดทรง อายุ 42 ปี ช่างแกะสลักเครื่องดนตรีไทยที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็กแห่งเมืองคนดีศรีอยุธยา

ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นช่างฝีมือต่อยอดจากครอบครัวคุณพ่อพิมพ์ และคุณแม่บุญศรี เกิดทรง จากที่ได้ร่ำเรียนการเขียนลายไทยและการแกะสลักเครื่องไม้จากคุณพ่อพิมพ์และงานลงรักปิดทองจากคุณแม่บุญศรีตั้งแต่อายุได้เพียง 12 ปี หลังจากลาออกจากโรงเรียนจึงหันมาช่วยคุมงานของครอบครัวอย่างเต็มตัว โดยเริ่มแรกได้ศึกษาการเขียนลายไทย ลายกนกจนชำนาญ และสามารถเริ่มแกะสลักเครื่องดนตรีได้ การถ่ายทอดภูมิปัญญาของนายพิเชฏฐ์คือเลือกดำเนินตามรอยเท้าคุณพ่อและคุณแม่ที่เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบอาชีพการงานให้ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่จึงตั้งใจสืบทอดภูมิปัญญาการแกะสลัก เครื่องดนตรีไทยแบบโบราณให้คงอยู่ต่อไปในสังคม
นายแดง แจ่มจันทร์ที่ผันตัวเองจากชาวนามาเป็นช่างเครื่องรักประดับมุกจ.นครปฐม
ประเภทงานหัตถกรรมเครื่องรัก จำนวน 1 ท่าน ได้แก่

1. นายแดง แจ่มจันทร์ ที่ผันตัวเองจากชาวนามาเป็นช่างเครื่องรักประดับมุก จ.นครปฐม

ทายาทที่ได้สืบทอดจากครูจักรกริศษ์ สุขสวัสดิ์ จากเดิมเป็นชาวนาผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามวิถีของครอบครัว ต่อมาได้รู้จักและคุ้นเคยกับครูจักรกริศษ์จึงหันเหชีวิตมาเอาดีทางด้านงานเครื่องรักประดับมุก ซึ่งเริ่มแรกเป็นเพียงลูกมือของครูจักรกริศษ์เพียงเท่านั้น แต่เมื่อฝึกฝนจนเชี่ยวชาญจึงสามารถถ่ายทอดสู่ผู้อื่นได้ด้วยตนเองงานลงรักประดับมุกเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะฝีมือสูง เป็นงานที่นับวันจะหาผู้สืบทอดได้ยาก จึงทำให้เกิดความรักความรู้สึกหวงแหนและอยากเผยแพร่สู่คนรุ่นหลัง โดยในปัจจุบันได้ติดตามครูจักรกริศษ์ไปถ่ายทอดงานเอกลักษณ์ในทุกๆ ที่ เพียงเท่านี้ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์เอกลักษณ์ศิลปหัตถกรรมของชาติให้คงอยู่ได้ในปัจจุบัน
นายซุลฟาการ์อะตะบูอายุ22ปีช่างทำกริชรามันที่เคร่งครัดด้วยจิตวิญญาณ จ.ยะลา
ประเภทงานหัตถกรรมเครื่องโลหะ จำนวน 2 ท่าน ได้แก่

1. นายซุลฟาการ์ อะตะบู อายุ 22 ปี ช่างทำกริชรามันที่เคร่งครัดด้วยจิตวิญญาณ จ.ยะลา

ทายาทรุ่นที่ 7 เป็นช่างฝีมือผู้สืบทอดการทำอาวุธโบราณ สืบทอดมาจากครูตีพะลี อะตะบู ผู้เป็นพ่อ เป็นช่างฝีมือผู้ผันตนมาเป็นผู้สืบสานงานทางอาวุธโบราณ โดยเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการทำกริชรามันที่ได้รับการถ่ายทอดจากผู้เป็นพ่อ โดยการเป็นช่างทำกริชโบราณที่ดีต้องมีสมาธิ จิตวิญญาณ และสามารถยึดข้อปฏิบัติที่ถูกทำสืบต่อกันมา 25 ข้ออย่างเคร่งครัดจึงจะสามารถสร้างกริชที่สมบูรณ์ได้อย่างแท้จริงไม่ใช่ใครก็ได้ที่สามารถทำกริชรามันโบราณนี้ได้ เพราะต้องอาศัยความเข้าใจและทักษะเชิงช่างที่ต้องฝึกฝนมาเป็นระยะเวลานาน
นางเพชรรัตน์ เจียวทอง อายุ44ปี ช่างเครื่องประดับเงินโบราณ จ.สุรินทร์
2. นางเพชรรัตน์ เจียวทอง อายุ 44 ปี ช่างเครื่องประดับเงินโบราณ จ.สุรินทร์

ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นช่างฝีมือผู้สืบสานต่อและแบ่งเบาภาระหน้าที่ของพ่อคือ นายป่วน เจียวทอง ในการสานต่อเครื่องเงินลายโบราณ งานที่รังสรรค์ด้วยความประณีตใส่ใจทุกรายละเอียด เพราะปัจจุบันช่างฝีมือมีน้อยลงแต่ชุมชนบ้านโชคยังคงมีช่างฝีมือผู้อนุรักษ์และทำงานกันอยู่ จึงไม่มีคู่แข่งทางการตลาดมากนักเพราะชื่อเสียงที่สั่งสมมานานทำให้ผู้ซื้อบอกกันปากต่อปากจึงมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้งานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าแขนงนี้คงอยู่ได้ในปัจจุบัน
นายธนพล รักษาวงศ์ อายุ28ปี ช่างฝีมือกลุ่ม “ดาหลาบาติก” จ.กระบี่
ประเภทงานหัตถกรรมเครื่องทอ จำนวน 5 ท่าน ได้แก่

1. นายธนพล รักษาวงศ์ อายุ 28 ปี ช่างฝีมือกลุ่ม “ดาหลาบาติก” จ.กระบี่

ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นช่างฝีมือผู้สืบสานหัตถศิลป์ไทยที่นับเป็นภูมิปัญญาประจำท้องถิ่นภาคใต้ที่บรรพบุรุษในครอบครัวถ่ายทอดสืบต่อกันมาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างนอกเหนือจากในท้องถิ่นของตนศิลปะบนผืนผ้าที่มีเอกลักษณ์ในการใช้น้ำเทียนสร้างสรรค์ให้เกิดลวดลาย จึงคิดพัฒนารูปแบบและสีสันให้มีความน่าสนใจมากกว่าในอดีตจนในปัจจุบันผลงานผ้าบาติกของครอบครัวกลับมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในชื่อว่ากลุ่ม “ดาหลาบาติก” เนื่องด้วยจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์และเทคนิคบางประการที่ไม่เหมือนบาติกเจ้าอื่นๆ จึงทำให้ผลงานมีเสน่ห์น่าสนใจและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
นายธนกฤต คล้ายหงษ์ ช่างฝีมือผ้าไหมมัดหมี่จ.ขอนแก่น
2. นายธนกฤต คล้ายหงษ์ ช่างฝีมือผ้าไหมมัดหมี่ จ.ขอนแก่น

ทายาทช่างฝีมือผู้ที่เรียนรู้กระบวนการทอผ้าไหมมัดหมี่จากครูช่างนายสงคราม งามยิ่ง ซึ่งเป็นทั้งพ่อตาและครูผู้สั่งสอนจนเกิดความเชี่ยวชาญ เมื่อได้มีความรู้และประสบการณ์จึงพัฒนาลวดลายใหม่ๆ โดยนำลายดั้งเดิมมาดัดแปลงให้มีความทันสมัยเหมาะสมกับยุคปัจจุบันจนได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยปัจจุบันบ้านครูสงคราม งามยิ่งเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้าที่ผู้ที่สนใจสามารถมาศึกษากระบวนการทอผ้าไหมมัดหมี่ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นผ้าหนึ่งผืน โดยมีวิทยากรชั้นครูนายสงคราม งามยิ่ง และธนกฤต คล้ายหงษ์ เป็นผู้ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่านี้แก่ผู้ที่สนใจ
นางสาวนิดดา ภูแล่นกี่อายุ43ปี ช่างฝีมือผ้าไหมแต้มหมี่ภูมิปัญญาดั่งเดิม จ.ขอนแก่น
3. นางสาวนิดดา ภูแล่นกี่ อายุ 43 ปี ช่างฝีมือผ้าไหมแต้มหมี่ ภูมิปัญญาดั้งเดิม จ.ขอนแก่น

ทายาทรุ่นแรกที่ริเริ่มงานผ้าไหมแต้มหมี่ที่คิดพัฒนากระบวนการจากการมัดหมี่เปลี่ยนมาใช้การแต้มหมี่ โดยผ้าไหมมัดหมี่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของท้องถิ่นอีสาน ได้เรียนรู้และสืบทอดภูมิปัญญาของครอบครัวที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาชุมชนและมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ชิ้นงานมีความน่าสนใจ ปัจจุบันได้นำองค์ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ไปเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่มีความสนใจเพื่อให้มีคนสืบทอดงานศิลปะแขนงนี้ต่อไปในอนาคต
นายกิตติศักดิ์ ฝั้นสายอายุ32ปี ช่างฝีมือผู้หลงใหลในงานศิลปะบวกกับความมุ่งมั่นในงานปั้นดิน จ.เชียงใหม่
4. นางสาวยลดา ภูริผล อายุ 27 ปี ช่างฝีมือผ้าทอลาวครั่ง จ.อุทัยธานี

ทายาทรุ่นที่ 6 เป็นช่างฝีมือผู้สานต่อผ้าทอลาวครั่ง จ.อุทัยธานี มุ่งเน้นพัฒนาลวดลายและสีสัน ผลงานทุกชิ้นมีความละเอียดประณีตมากกว่าสมัยที่บรรพบุรุษเคยทำ เพื่อคุณภาพของชิ้นงานที่มีความวิจิตรและได้มาตรฐานจึงทำให้ยลลดาพัฒนาการสร้างผลงานอย่างไม่หยุดนิ่ง แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์กระบวนการดั้งเดิมทุกขั้นตอนเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นและเรียนรู้วิธีโบราณที่กว่าจะมาเป็นผ้าหนึ่งผืนต้องใช้เวลานาน ทุ่มเทสร้างสรรค์ด้วยความอดทนจึงจะสามารถสร้างสรรค์ผ้าออกมาได้สำเร็จ
นายพิเชฎฐ์ เกิดทรง อายุ42ปี ช่างแกะสลักเครื่องดนตรีไทยที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก แห่งเมืองคนดีศรีอยุธยา
5. นายธีรวัฒน์ ทองประศาสน์ อายุ 39 ปี ช่างฝีมือผ้าไหมมัดหมี่ จ.ขอนแก่น

ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นช่างฝีมือผู้สืบทอดผ้าไหมมัดหมี่โบราณจากบรรพบุรุษ โดยมุ่งมั่นพัฒนาขั้นตอนการผลิตให้สัมพันธ์กับยุคปัจจุบัน (รวดเร็วและได้ผลผลิตจำนวนมากตามความต้องการตลาด) พัฒนาลวดลาย สีสันให้สวยงามกว่าที่เคยสร้างสรรค์ไว้โดยไม่ทิ้งภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษให้หายไป

ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการคัดสรรรอบแรกรวม 13 ท่าน ศ.ศ.ป.จะมอบโล่เชิดชูเกียรติคุณภายในงาน “นวัตศิลป์ไทย เทิดไท้มหาราชินี” ที่จะจัด ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศฯ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเดือนสิงหาคม 2559 ที่จะถึงนี้

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...