xs
xsm
sm
md
lg

“แมวโคราช” วัตถุโบราณมีชีวิตที่ต่างชาติต้องการ ตอบโจทย์อนุรักษ์คู่กับการค้า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงก็คงจะหนีไม่พ้นสุนัข และแมว แต่ไม่ว่าเราจะมองไปทางไหน บ้านไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่นำเข้าจากต่างประเทศ จะหาที่เป็นสายพ้นธุ์ไทยแท้ๆ และได้ดิบได้ดีมาอยู่ตามบ้านเหล่าเศรษฐีทั้งหลายยาก แต่สำหรับแมวมาเลศ หรือแมวโคราช แล้วละก็ เขาไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงธรรมดาทั่วไป แต่เขาเป็นสัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ไทยที่คนไทยภาคภูมิใจ เพราะเขาเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ และเขาก็ได้ไปสร้างชื่อไว้ในการประกวดระดับสากลมาแล้ว

แมวโคราช หรือแมวมาเลศ ต้นกำเนิดพบที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หรือที่รู้จักกันในนามว่าโคราช มีหลักฐานบันทึกเกี่ยวกับแมวโคราชในสมุดข่อยที่เขียนขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1350-1767 หรือประมาณ พ.ศ. 1893-2310 ในบันทึกได้กล่าวถึงแมวที่ให้โชคลาภที่ดี 17 ตัวของประเทศไทย รวมถึงแมวโคราชด้วย ปัจจุบันสมุดข่อยนี้ถูกเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร

แมวเพศผู้มีสีเหมือนดอกเลา จึงเรียกแมวสีดอกเลา โดยจะต้องมีขนเรียบ ที่โคนขนจะมีสีขุ่นๆ เทา ในขณะที่ส่วนปลายมีสีเงิน เป็นประกายคล้ายหยดน้ำค้างบนใบบัว หรือเหมือนคนผมหงอก ชื่อแมวโคราช เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยใช้แหล่งกำเนิดของแมวเป็นชื่อเรียกพันธุ์แมว มีเรื่องเล่ามากมายหรือเป็นตำนานเล่าขานเกี่ยวกับแมวโคราช รวมถึงตำนานพื้นบ้านที่กล่าวถึงการที่แมวโคราชมีหางหงิกงอมากเท่าไหร่จะมีโชคลาภมากเท่านั้น (แม้ว่าลักษณะหางหงิกงอไม่ใช่มาตรฐานพันธุ์ตามหลักของ CFA ก็ตาม) แต่คนไทยบางกลุ่มจะเรียกแมวโคราชว่า แมวสีสวาด
แมวผ่านการประกวด และได้รับรางวัลชนะเลิศ
แมวโคราชได้ถูกนำไปเลี้ยงในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกโดย Cedar Glen Cattery ในรัฐออริกอน โดยได้รับมาจากพี่น้องชื่อ นารา (Nara) และดาร์รา (Darra) ในวันที่ 12 มิถุนายน ปี พ.ศ. 2502 ประมาณเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2509 นักผสมพันธุ์แมวโคราชและแมวไทย (วิเชียรมาศ) ชาวรัฐแมริแลนด์ ได้นำแมวโคราชประกวดในงานประจำปี และได้รับรางวัลชนะเลิศและเป็นที่รู้จัก ปัจจุบันได้มีการผลักดันให้แมวโคราชขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ประจำชาติไทยในปี พ.ศ. 2552
ลูกค้าชาวต่างชาติ
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการแนะนำประวัติแมวโคราช แต่สำหรับการเลี้ยงในเชิงพาณิชย์แล้วละก็ไม่ได้รับความนิยม หรือหวือหวาเหมือนกับการเลี้ยงแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ เพราะคนไทยไม่นิยมเลี้ยงแมวไทย ดังนั้น ปัจจุบันจึงมีผู้เลี้ยงแมวไทยเพื่อจำหน่ายเพียงไม่กี่ราย ถ้าเอ่ยชื่อ และคนรู้จัก จะมีที่ศูนย์อนุรักษ์แมวไทยที่อัมพวา ซึ่งศูนย์แห่งนี้มีแมวไทยอนุรักษ์ 4 สายพันธุ์ที่หาชมได้ยาก ได้แก่ สีสวาด วิเชียรมาศ โกนจา และศุภลักษณ์

และสำหรับคนที่ชื่นชอบแมวโคราชแล้วละก็ วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเขาคนนี้ “อิสริย รัตนะวีระวงศ์” เพราะแมวโคราชของที่นี่ เขาการันตีด้วยถ้วยรางวัลชนะเลิศ ระดับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาแล้ว หลายรางวัล

อิสริยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการมาเลี้ยงแมวสายพันธุ์โคราชว่า มาจากตัวเองชื่นชอบแมวไทย และศึกษาเรื่องราวของแมวไทยโบราณดั้งเดิม พบว่าแมวไทยสายพันธุ์ดั้งเดิมเริ่มจะสูญหายไป จึงได้คิดว่าน่าจะได้มีส่วนอนุรักษ์ และได้เริ่มเลี้ยงแมวไทยทั้ง 4 สายพันธุ์ แต่สุดท้ายก็ค้นพบว่า จริงๆ เราชอบเลี้ยงแมวโคราชมากที่สุด จึงได้ตัดสินใจเหลือแมวไว้สายพันธุ์เดียวที่เลี้ยง คือ แมวโคราช
ลูกแมวที่เกิดจากพ่อ แม่พันธุ์ชนะการประกวด
สำหรับการเลี้ยงแมวของผมจะไม่เหมือนคนอื่นๆ ผมชอบที่จะเลี้ยงแมวที่ต้องเป็นสายพันธุ์แท้ ตรงตามรูปลักษณ์ที่ถูกบันทึกไว้ ดังนั้นผมจึงต้องไปเสาะแสวงหาสายพันธุ์แท้ที่ตรงตามตำรา และการเลี้ยงของผมไม่เหมือนคนอื่น จะดูแลเอาใจใส่อาหารการกินอย่างดี การพาไปหาหมอฉีดวัคซีน ทั้งนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้แมวของผมชนะเลิศการประกวดในหลายต่อหลายครั้ง"

อิสริยเล่าถึงการเลี้ยงแมวโคราชในเชิงพาณิชย์ว่า นับจากเริ่มต้นเลี้ยงแมวโคราชมาจนถึงทุกวันนี้ ผ่านไปกว่า 10 ปีผมไม่ได้มีกำไรจากการเลี้ยงแมวโคราช สาเหตุอย่างที่กล่าวมาข้างต้น เพราะมีต้นทุนการเลี้ยงที่สูงกว่าคนอื่นๆ เพราะผมต้องการแมวที่มีคุณภาพ และในส่วนแมวโคราชไม่ได้คาดหวังเชิงพาณิชย์ แต่จุดประสงค์ต้องการอนุรักษ์มากกว่า ประกอบกับแมวโคราชเป็นแมวที่คนไทยไม่นิยมเลี้ยง
อิสริย รัตนะวีระวงศ์  เจ้าของ
ดังนั้น กลุ่มลูกค้าหลักจึงเป็นชาวต่างชาติ และราคาผมจะสูงกว่าคนอื่นๆ อยู่มาก อย่างคนอื่นขายกัน 5,000 บาท ถึง 6,000 บาท ผมจะขายในราคาตัวละ 20,000 บาท หรือถ้าเป็นราคาส่งออกจะคิดเป็นยูโร ปัจจุบันอยู่ที่ตัวละ 2,000-2,500 ยูโร โดยลูกค้าต้องเป็นผู้ออกค่าขนส่งเองทั้งหมด ส่วนหนึ่งที่ราคาค่อนข้างสูง เพราะการส่งออกแมวออกต่างประเทศแต่ละครั้งมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก และต้องใช้เวลา อย่างส่งออกแมวตัวหนึ่งจะต้องนำไปเจาะเลือด เสียค่าใช้จ่ายตัวหนึ่งประมาณ 15,000 บาท และต้องรอผลเลือดนานถึง 7 เดือน ถึง 10 เดือนจึงจะส่งแมวออกไปได้

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญ กลุ่มประเทศแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา ในเอเชียจะเป็นประเทศญี่ปุ่น สาเหตุที่ต่างชาติชื่นนชอบแมวโคราชเพราะเป็นแมวสายพันธุ์ที่มีไอคิวสูง ปราดเปรียว เลี้ยงง่าย ขนสั้น เรียนรู้ได้เร็ว ฯลฯ ซึ่งแมวต่างประเทศที่เขาเห็นส่วนใหญ่จะขนยาว หน้ากลม ตัวกลม ในขณะที่แมวโคราชมีความสง่างาม ลำตัวได้สัดส่วน รูปร่างปราดเปรียว หน้ายาว ไม่อ้วนมาก และแมวโคราช ฝรั่งจัดว่าเป็นวัตถุโบราณที่มีชีวิตที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้

โทร. 08-9164-1444 , www.facebook.com/koratcatthailand

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SME ผู้จัดการออนไลน์” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...