xs
sm
md
lg

เปลเชือกถัก ย้อนยุคสองมือแม่ กลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง

เผยแพร่:

ถักเชือกเป็นงานฝีมือที่อยู่คู่กับผู้หญิงไทยมานาน ในอดีตเปลนอนสำหรับเด็ก ทำขึ้นมาจากฝีมือการถักเชือกของ คุณแม่ทั้งหลาย เตรียมถักเปลกันตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ไม่ต้องไปหาซื้อจากที่ไหน และด้วยยุคสมัย ที่เปลี่ยนคุณแม่ยุคใหม่ ต้องทำงานนอกบ้านไม่มีเวลา ทำให้เปลเชือกถักที่เคยใช้ในอดีตไม่มีให้เห็นกันในปัจจุบัน

และเมื่อมีการนำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง จนได้รับความสนใจซื้อหากันไปใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เพราะด้วยคุณสมบัติที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ช่วยให้เด็กได้นอนหลับอย่างสบายแล้ว ยังมีความสวยงามอีกด้วย จึงเกิดเป็นอีกหนึ่งอาชีพของกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น “เปลชุมแสง” ของ “สมศรี ไม้ทองดี” และ “สมหวัง ไม้ทองดี"

นางสมศรี เล่าว่า เริ่มทำเปลเชือกถักมาตั้งแต่ปี 2546 จุดเริ่มต้นมาจากเราทำเปลใช้เองภายในครอบครัวกันมานานแล้ว แต่เมื่อมีคนมาพบเปลของเรา ก็เกิดความชื่นชอบ เพราะเป็นเปลที่เขาเคยใช้ในอดีต และปัจจุบันหาซื้อได้ยากมาก จึงได้มาว่าจ้างให้ตนเองทำให้ และครอบครัวของเราก็ทำขายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เนื่องจากเป็นงานฝีมือ การทำแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานาน เมื่อมียอดการสั่งซื้อเข้ามามาก การทำงานกันภายในครอบครัว ไม่สามารถทำได้ทัน จึงได้ไปว่าจ้างให้กับกลุ่มแม่บ้านภายในชุมชนตำบลชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และ ก่อตั้งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นเปลชุมแสง สร้างอาชีพเสริมให้กับแม่บ้านภายในชุมชนหลายสิบครอบครัว โดยแต่ละครอบครัวมีรายได้ เดือนละ2,000 บาท ถึง 3,000 บาท แล้วแต่ยอดการสั่งซื้อ
สำหรับผลิตภัณฑ์เปลชุมแสง ไม่ได้มีเพียงแค่เปลนอนสำหรับเด็ก แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้เทคนิคการถักเชือก เช่น เปลญวน ชิงช้า ฉากกั้นห้อง ม้านั่ง หิ้งพระ โมเดลเปลย่อส่วนที่เหมือนของจริง เพื่อเป็นของที่ระลึก นำไปมอบให้กันในวันสำคัญ หรือ ซื้อไปตั้งโชว์รำลึกถึงอดีต

โดยสินค้าทุกชิ้นเน้นเรื่องของความคงทนและความสวยงาม จึงใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต และเกือบ 100% เป็นการทำมือในทุกขั้นตอนการผลิต มีเครื่องมือมาช่วยเพียงเล็กๆ น้อย ๆ และเลือกใช้วัสดุคุณภาพดี เช่น ไม้ที่ใช้มาประกอบ จะใช้ไม้สักกับงานทุกชิ้น และ เชือกที่นำมาใช้ถักเป็นเชือกเป็นเชือกคูล่อน ซึ่งทำจากเส้นใยฝ้ายผสมเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ต่างจากในอดีตที่จะใช้เส้นใยฝ้าย 100% เพราะไม่มีเส้นใยสังเคราะห์ ซึ่งการเลือกใช้เส้นใยผสมโพลีเอสเตอร์ มีข้อดี คือ ดูแลรักษาง่าย และเชือกมีความเหนียว ช่วยในเรื่องของความคงทนแข็งแรง ทำให้ใช้งานได้นานขึ้น
สำหรับราคาผลิตภัณฑ์ของเปลชุมแสง เริ่มต้นที่ 900 บาท สำหรับโมเดลงานชิ้นเล็กๆ ส่วนงานชิ้นใหญ่ เริ่มต้นที่ 1,500 บาท ไปจนถึง 14,000 บาท และเปลเด็ก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5,000 บาทไปจนถึง 7,000 บาท ราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็นงานฝีมือ ค่าแรงจะแพง เพราะต้องใช้เวลาในการทำ

ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวมีการปรับลงมาเล็กน้อย ในช่วงนี้ เพราะภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เริ่มทำตลาดยากขึ้น ลูกค้าลดน้อยลง ทำให้จำเป็นต้องปรับราคาลงมาเพื่อจูงใจลูกค้า โดยเริ่มปรับราคาลงมาตั้งแต่ปี 2551 เพราะยอดการสั่งซื้อที่หายไปกว่าครึ่ง ซึ่งจากเดิมในปี 2548 ถึงปี 2549 มียอดการสั่งซื้อเดือนละ 100,000 กว่าบาท ปัจจุบันมีการสั่งซื้อเข้ามาเฉลียเพียงเดือนละ 60,000 บาทถึง 70,000 บาท

ช่องทางการจัดจำหน่าย เริ่มจากการออกงานแสดงสินค้า เพราะเราเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานราชการ ให้ได้ร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้า ทำให้เป็นที่รู้จักของลูกค้ามีการสั่งสินค้าเข้ามา บางรายก็รับไปจำหน่าย และลูกค้าบางส่วนมาจากการบอกกันแบบปากต่อปาก ซึ่งหน้าร้านนั้นอาศัยบ้านเป็นที่โชว์สินค้า เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
“ส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจมาทำงานถักเปลขาย เพราะครอบครัวทำใช้กันเองมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย และได้รับการถ่ายทอดการทำเปลถักมาทุกรุ่น จนถึงรุ่นปัจจุบัน ก็ยังคงทำใช้กันอยู่ ลวดลายเปลถักของเรามีการปรับเปลี่ยนไปบ้างจากในอดีต เพื่อให้เกิดความสวยงาม แต่ก็ยังคงลวดลายไทย เพราะเราต้องการคงความเป็นสินค้าภูมิปัญญาไทย และปัจจุบันสินค้าของเราไม่ได้มีลูกค้าเฉพาะคนไทย ชาวต่างชาติก็ให้ความสนใจซื้อไปใช้เช่นกัน รูปแบบที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจ จะเป็นชิงช้า และเปลญวน ซึ่งนอกจากชาวต่างชาติ มีกลุ่มลูกค้ารีสอร์ต และโรงแรม ซื้อไปตกแต่ง และให้บริการลูกค้า โดยเฉพาะรีสอร์ตที่อยู่ติดชายทะเล”

ที่ผ่านมาจะเห็นว่า ผลิตภัณฑ์เชือกถัก ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เปลชุมแสง ได้รับความนิยมส่วนหนึ่งมาจากรูปแบบและคุณภาพที่ดี เพราะเกิดจากความใส่ใจในการทำงานทุกชิ้น และรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ไม่มีคู่แข่งในตลาด และประกอบกับรูปแบบไปตรงกับเทรนด์การแต่งบ้านในยุคปัจจุบัน

โทร. 08-1039-1022
กำลังโหลดความคิดเห็น...