xs
xsm
sm
md
lg

หูกับความบกพร่องในการได้ยิน (จบ)

เผยแพร่:   โดย: สุทัศน์ ยกส้าน

เซลล์ขนในหู
ในอดีตเมื่อ 150 ปีก่อน Charles Darwin ได้เคยสังเกตเห็นว่า แมวตาสีฟ้ามักหูหนวกจึงจับหนูไม่ค่อยจะเป็น และเวลาต่อสู้กับแมวหูดี แมวหูหนวกก็จะแพ้ เพราะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของคู่ต่อสู้เลย นอกจากนี้เวลาเจ้าของเรียกชื่อแมวหูหนวกก็ไม่ได้ยินเสียงเรียก

มาถึงสมัยนี้ แพทย์ได้พบว่าในคนก็มีอาการหนวกที่คล้ายกัน เรียก Waardenburg’s syndrome ตามชื่อของแพทย์ที่ชื่อ Petrus J. Waardenburg ซึ่งได้พบว่าคนตาสีฟ้าที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างอยู่ห่างกันมากอย่างผิดปกติและคิ้วติดกัน อาการหูหนวกเกิดจากการมียีน (gene) ผิดปกติ และในเวลาต่อมา Eric Lynch แห่งมหาวิทยาลัย Wastington ที่ Seattle ก็ได้พบว่า เมื่อ gene ที่ชื่อ diaphanous ทำงานบกพร่อง หูของคนคนนั้นจะหนวก เพราะยีนนี้ควบคุมโปรตีน actin ซึ่งถ้ายีนไม่ควบคุม actin จะทำผนังเซลล์ขนให้แข็ง (cytoskeleton) จนเซลล์ขนหมดสมรรถภาพในการทำงาน

ในความพยายามจะหายีนที่สามารถสั่งให้หูผลิตเซลล์ขนใหม่ Yehoash Raphael แห่งมหาวิทยาลัย Michigan สหรัฐอเมริกาได้รายงานในวารสาร Nature Medicine เมื่อปี 2540 ว่า เขาได้ใช้หนูตะเภา (หนูจริงๆ) เป็นหนูตะเภา (หนูทดลอง) โดยเอายาปฏิชีวนะมาฆ่าเซลล์ขนจนหูหนูหนวกสนิท อีก 4 วันต่อมา เขาได้เอา adenovirus ใส่ที่หูซ้ายของหนู และในอีก 8 สัปดาห์ต่อมา เขาได้พบว่า หูมียีนชื่อ Math I ที่สามารถสั่งให้เซลล์ขนงอกใหม่ได้ และหูหนูนี้ได้ยินเสียงที่ดังในช่วง 40 - 50 เดซิเบล

นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหนู แต่ในสัตว์อื่น Jeffrey Corwin แห่งมหาวิทยาลัย Virginia ที่ Charlottsville ได้พบว่าในหูปลาฉลามที่สูงวัย มีเซลล์ขนมากกว่าหูปลาที่มีอายุยังน้อยเป็นแสนเท่า นั่นแสดงว่า หูปลาฉลามผลิตเซลล์ขนได้ตลอดชีวิตของมัน การค้นพบนี้ทำให้ทุกคนมีความหวังว่า หูคนก็น่าจะสร้างเซลล์ขนต่อไปได้เรื่อย ถ้าพบวิธีสร้างเซลล์ขนที่เหมาะสม

ณ วันนี้ แพทย์ได้พบว่า ไก่ นก และสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังแทบทุกชนิด ยกเว้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เมื่อเซลล์ขนตายไปร่างกายสัตว์จะสามารถสร้างเซลล์ขนใหม่ได้อีก ความหวังในการรักษาอาการหนวกของคนจึงอยู่ที่นักวิทยาศาสตร์จะมีวิธีกระตุ้นยีนที่สร้างเซลล์ขนให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดชีวิตของคนคนนั้นหรือไม่ และถ้ายีนใดทำงานบกพร่อง นักวิทยาศาสตร์จะมีวิธีปรับแก้ยีนนั้นอย่างไร ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่า การปลูกเซลล์ขนในหูถ้าทำได้ก็จะวิเศษดีและอัศจรรย์ยิ่งกว่าการรู้จักวิธีปลูกผมบนศีรษะเสียอีก

ในขณะที่เรายังไม่มีวิธีรักษาอาการหูหนวกอย่างมีประสิทธิภาพ สังคมก็ต้องเข้าใจและเห็นใจคนหูหนวกว่าเป็นบุคคลที่น่าสงสาร และมีปัญหามากกว่าคนตาบอด เพราะถ้าเขาหูหนวกตั้งแต่เกิด เขาจะไม่ได้ยินเสียงพ่อแม่ และคนรักเลย และถ้าเขาไม่ได้เรียนภาษามือหรือรับการศึกษาใด ๆ เขาก็จะมีสติปัญญาต่ำ ดังนั้น บิดามารดาของลูกที่หูหนวกจึงควรเรียนและต้องเรียนภาษามือเพื่อสื่อสาร และสอนลูกให้เข้าใจและรู้สึกอบอุ่นใจ

ในช่วงวันที่ 5 - 11 พฤษภาคมของทุกปี นานาชาติได้กำหนดให้เป็นสัปดาห์ของคนหูหนวก เพราะสังคมกำลังให้ความสนใจ และความเอื้ออาทรต่อคนหูหนวกมากขึ้น โดยเฉพาะในอเมริกา ในปี 2531 มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัย University for the Deaf. Gallaudet ที่กรุง Washington D.C. ซึ่งมีนักศึกษาขณะนี้ถึง 2,000 คน โดยมีอธิการบดี กรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารโรงเรียนทุกคนเป็นคนหูหนวกหมด การเรียนที่นั่น เงียบ แต่ไม่มีใครเหงาครับ

สุทัศน์ ยกส้าน เมธีวิจัยอาวุโส สกว.
คนหูหนวกใช้สัญญาณมือในการสื่อสาร
ตัวอักษรต่างๆ ที่คนหูหนวกใช้ในยุคแรกๆ