xs
xsm
sm
md
lg

นานาทรรศนะในคราวต้องกล่าวคำอำลา "โทรเลข"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ถึงเวลาอวสานของโทรเลขไทยแล้ว หลายคนมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?
1 พฤษภาคม 2551 นี้แล้วที่คนไทยจะไม่ได้ใช้บริการ "โทรเลข" อีก หลังจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ประกาศยุติบทบาทของโทรเลขลงตลอดกาล ลองมาฟังกันว่ามีเสียงสะท้อนอะไรจากสังคมบ้างต่อตำนานที่ยืนหยัดมานานถึง 133 ปีชิ้นนี้
 เสรี อับดุลเลาะห์ พนักงานไปรษณีย์ระดับ 7
เสรี อับดุลเลาะห์ อายุ 52 ปี พนักงานไปรษณีย์ระดับ 7 กรมไปรษณีย์กลาง บางรัก

"การที่เคยคุ้นเคย เคยสัมผัสมาตลอด ก็รู้สึกเสียดายนะ ทำงานด้วยกันมานาน ถึงบอกว่าเป็นสิ่งที่ผูกพันมานาน มันก็ใจหายพอสมควรที่จะไม่มีมันอีก ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นไปตามยุคสมัย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นตัวแปรที่สำคัญ อยากให้มีพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าความก้าวหน้าด้านการสื่อสารของไทยเป็นอย่างไร จากนี้ไปคงคิดถึงมันเพราะเคยอยู่กับมันมาถึง 34 ปี"
สำรวย บุญมานะ อายุ 43 ปี เลขานุการบริษัทเบียร์ชื่อดัง ประชาชนที่มาร่วมงาน
สำรวย บุญมานะ อายุ 43 ปี เลขานุการบริษัทเบียร์ชื่อดัง

"ครั้งล่าสุดที่เคยใช้โทรเลขมันนานมากแล้ว ประมาณปี 28 ส่วนใหญ่จะใช้แจ้งข่าวญาติเสีย หรือตามคน ไปหาแล้วไม่อยู่ก็ส่งโทรเลขไปบอก โทรเลขจะนิยมส่งข้อความสั้นๆ จะได้ไม่เสียสตางค์เยอะ ส่วนมากใช้กับการแจ้งข่าวร้าย เพราะถ้าเป็นข่าวดีจะใช้การส่งจดหมายมากกว่าเพราะประหยัดกว่า"

"ใจหายเหมือนกันที่จะยกเลิก ถึงต้องรีบมาส่งครั้งสุดท้ายให้ตัวเอง ให้เพื่อน และมีที่เพื่อนๆ ฝากมาให้ส่งให้ จริงๆ อยากให้มีไว้ เป็นของโบราณที่เกิดมาตั้งแต่สมัย ร.5 อย่างน้อยก็เปิดให้มีเป็นช่วงใดช่วงหนึ่ง ไม่ต้องเปิดให้บริการตลอดก็ได้ เพราะหากเป็นพิพิธภัณฑ์ เด็กๆ ก็ได้แต่อ่านข้อมูลอย่างเดียว ไม่ได้รู้จักกันจริงๆ"
ศุภสิทธิ์ เลิศอริยานนท์ และประภัสสรณ์ ระตะนะอาพร สองนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่มาอำลาโทรเลขเช่นกัน
ศุภสิทธิ์ เลิศอริยานนท์ และประภัสสรณ์ ระตะนะอาพร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

"รู้จักโทรเลขแต่ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง ไม่เคยได้รับ แต่ก็อยากได้รับเหมือนกัน ได้ข่าวว่าจะยกเลิกจากโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตก็เลยมาส่งโทรเลขครั้งสุดท้ายเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ส่งให้ตัวเอง พ่อ แม่ และเพื่อนๆ รู้สึกเสียดายที่ไม่มีโทรเลขอีกแล้ว รู้สึกอยากอนุรักษ์ให้คนรุ่นหลังได้ดูด้วย"
ไววิทย์ ชัยภัค อายุ 60 ปี ครีเอทีฟบริษัทโฆษณา
ไววิทย์ ชัยภัค อายุ 60 ปี ครีเอทีฟบริษัทโฆษณา

"ในสัปดาห์อำลาโทรเลขนี้ ก็มาเก็บบรรยากาศ ส่งโทรเลขถึงตัวเอง ถ่ายภาพและซื้อของที่ระลึกไว้ เช่น พวกซองและเอกสารเกี่ยวกับการส่งโทรเลข ส่วนตัวเคยใช้โทรเลขสมัยที่เดินทางจากบ้านที่ จ.ปัตตานี มาเรียนอาชีวะและมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ จะใช้ส่งไปขอเงินทางบ้านเมื่อมีกิจกรรมพิเศษหรือต้องซื้อหนังสือ ก็จะส่งไปทุกเดือน ทางบ้านก็คงไม่ได้เกรงว่าจะเป็นข่าวร้ายอะไร น่าจะชินมากกว่าเพราะส่งไปขอทุกเดือน"

"ก่อนเข้ากรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ใช้มัน และพอทำงานแล้วก็ไม่ได้ใช้ขอเงินทางบ้านอีก 35 ปีแล้วที่ไม่ได้ใช้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในอดีตของตัวเองที่เราต้องใช้มัน ปัจจุบันไม่ได้ใช้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับมันมากเหมือนเก่า ก็เสียดายที่จะเลิกไปแต่เข้าใจเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา คนก็หันไปใช้เทคโนโลยีนั้นๆ ของเก่าก็ต้องเลิกไป ถึงวันแล้วที่ต้องเลิก ไม่มีเหตุผลที่บอกว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีอีก"
ด.ญ.สุธาวรรณ ติณชาติกาญจน์ และด.ช.สรศักดิ์ เค้าพรสวรรค์ 2 นักเรียนชั้นป. 4 จากค่ายไปรษณีย์ไทย
ด.ญ.สุธาวรรณ ติณชาติกาญจน์ และด.ช.สรศักดิ์ เค้าพรสวรรค์ 2 นักเรียนชั้นป. 4 จากค่ายไปรษณีย์ไทย

"รู้จักโทรเลข เพิ่งได้ยินจากเพื่อนของแม่ที่บอกว่าไปส่งโทรเลขครั้งสุดท้ายแล้ว ครั้งนี้พวกเราก็มาส่งโทรเลขถึงตัวเองและพ่อแม่กัน เป็นการส่งโทรเลขครั้งสุดท้ายของคนไทย เสียดายที่ไม่มีอีกแล้ว แต่ก็ดีใจที่ได้มาส่งโทรเลขครั้งสุดท้ายด้วย"

แม้ว่าอีกไม่กี่วัน โทรเลขจะเป็นเพียงตำนานไปแล้ว ทว่าคงจะยังไม่ลืมเลือนจากความทรงจำของคนไทยอย่างแน่นอน