xs
xsm
sm
md
lg

กทม. เตรียมฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ให้ประชาชนครบ 6.8 แสนโดส ภายในสิ้นเดือนนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดสรรวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า รวม 680,000 โดส เพื่อฉีดให้แก่ประชาชนผ่านโครงการไทยร่วมใจ ณ จุดฉีดวัคซีนนอกรพ. โดยความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและหอการค้าไทย ทั้ง 25 แห่ง ให้ครบจำนวนภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้

วันนี้ (29 ก.ค.) พล.ต.อ.อัศวินขวัญเมืองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่าปัจจุบันกรุงเทพมหานครยังคงให้บริการวัคซีนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องภาพรวมการให้บริการวัคซีนโควิด-19ซึ่งเป็นการฉีดโดยหลายหน่วยงานอาทิจุดฉีดสถานีกลางบางซื่อโดยกระทรวงสาธารณสุขจุดฉีดศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่นดินแดงโดยกระทรวงแรงงานและหน่วยงานอื่นๆซึ่งได้ร่วมกันจัดหน่วยฉีดให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯรวมจำนวนสะสม 5,668,720โดสแบ่งผู้ได้รับวัคซีนครบ 2เข็มแล้วจำนวน 1,025,493ราย (2,050,986โดส)และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1จำนวน 3,617,734ราย(ข้อมูลณวันที่ 28ก.ค.64)

ในส่วนของกรุงเทพมหานครได้รับการจัดสรรวัคซีน Astrazenecaรวมจำนวนทั้งสิ้น 680,000โดสได้ฉีดให้แก่ประชาชนผ่านโครงการไทยร่วมใจณจุดฉีดวัคซีนนอกรพ.โดยความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและหอการค้าไทยทั้ง 25แห่งในเดือนมิ.ย.64จำนวน 200,000โดสและในเดือนก.ค.64ได้ฉีดให้แก่ผู้สูงอายุที่อายุ 60ปีขึ้นไปหญิงตั้งครรภ์รวมทั้งผู้ที่ลงทะเบียนผ่านโครงการไทยร่วมใจและได้รับแจ้งให้เลื่อนคิวรวมจำนวน 480,000โดสซึ่งคาดว่าจะให้บริการวัคซีนได้ครบภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้

สำหรับการให้บริการวัคซีนณจุดบริการฉีดวัคซีนนอกรพ. “หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19กรุงเทพมหานคร -หอการค้าไทย”ในขณะนี้ได้ให้บริการวัคซีนแก่ประชาชน 3กลุ่มประกอบด้วย 1.กลุ่มผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไปที่ลงทะเบียนผ่านโครงการ “ไทยร่วมใจ”ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือเว็บไซต์ www.ไทยร่วมใจ.comหรือร้านค้าสะดวกซื้อได้แก่เซเว่นอีเลฟเว่นแฟมิลี่มาร์ทท็อปส์เดลี่และมินิบิ๊กซีทั้งนี้รวมถึงผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้วและผู้ที่ลงทะเบียนใหม่ 2.กลุ่มผู้ที่ตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12สัปดาห์ขึ้นไปสามารถWalk-inเข้ารับวัคซีนได้ที่ศูนย์ฉีดโดยแสดงหลักฐานใบฝากครรภ์หรือใบรับรองการตั้งครรภ์จากแพทย์พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงและ3.กลุ่มผู้ที่มีอายุ 18 – 59ปีที่มีคิวฉีดวัคซีนเดิมซึ่งได้ลงทะเบียนไว้เมื่อวันที่ 26 – 30มิ.ย.64โดยคิวเดิมวันที่ 30มิ.ย.สามารถมารับบริการได้ในวันที่ 30ก.ค.ในส่วนของผู้ที่มีคิวนัดกับโครงการไทยร่วมใจตั้งแต่วันที่ 1ก.ค.64เป็นต้นไปจะแจ้งคิวฉีดวัคซีนใหม่ให้ทราบทันทีเมื่อกรุงเทพมหานครได้รับการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติม

สถานการณ์การการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)ในพื้นที่กรุงเทพมหานครข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC)สำนักการแพทย์กทม. (วันที่ 28ก.ค.64เวลา 23.59น.)พื้นที่กรุงเทพมหานครมีจำนวนผู้ป่วยซึ่งยังคงรักษาตัวณโรงพยาบาลทุกสังกัดทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวน 26,969รายโดยเป็นผู้ป่วยโควิดซึ่งยังคงพักรักษาตัวณโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครรวมทั้งโรงพยาบาลสนามและHospitelในความดูแลของสำนักการแพทย์รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,587รายโดย 146รายมีอาการรุนแรงสำหรับจำนวนเตียงโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครรวมทั้งโรงพยาบาลสนามและHospitelในความดูแลของสำนักการแพทย์จำนวนทั้งสิ้น 3,632เตียงใช้ไปแล้ว 3,587เตียงคิดเป็นร้อยละ 98.76ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อเปิดให้บริการแล้วจำนวน 26ศูนย์จำนวนเตียงที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 3,499เตียงขณะนี้ใช้ไปแล้ว 2,439เตียงทั้งนี้ศูนย์เอราวัณสำนักการแพทย์ฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขตอยู่ระหว่างการนำส่งผู้ป่วยเพื่อเข้าสู่สถานพยาบาลและศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อทุกแห่งให้ครบเต็มจำนวน

อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการผู้ป่วยในศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อสำนักการแพทย์กทม.ได้ดำเนินการคัดแยกกลุ่มผู้ป่วยที่มีผลเป็นบวกจากชุดตรวจ ATKแยกกักตัวกับกลุ่มผู้ป่วยที่ทำการตรวจด้วย RT-PCRโดยจะทำการตรวจ RT-PCRซ้ำเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงหากผลบวกจากชุดตรวจ ATKเป็นผลบวกที่คลาดเคลื่อนเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

ทั้งนี้สำนักอนามัยกทม.ได้สรุปจำนวนผู้ที่อยู่ระหว่างการแยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation (ข้อมูลณวันที่ 29ก.ค.64)มีจำนวนทั้งสิ้น 2,364รายโดยเขตที่มีผู้ได้รับการแยกกักตัวที่บ้านสูงสุดตามลำดับคือเขตธนบุรี (208ราย)บางซื่อและบางกอกใหญ่ (เขตละ 130ราย)ทุ่งครุ (120ราย)และสายไหม (99ราย)


















กำลังโหลดความคิดเห็น...