xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน” ชง ศบค.เคาะ Travel Bubble 26 มิ.ย. คาดเป็น MOU เริ่มกลุ่มนักธุรกิจ-มีตั๋วทำงาน ขอ ปชช.อย่าทำไข่แตก มีโควิดรายใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อนุทินชง ศบค.เคาะ Travel Bubble 26 มิ.ย.นี้ คาดเป็นแบบ MOU นำร่องกลุ่มนักธุรกิจ-มีตั๋วทำงาน เข้ามาก่อนการท่องเที่ยว เตือน ปชช.ใช้ชีวิตวิถีใหม่ อย่าทำไข่แตก หลังติดเชื้อในประเทศเป็น 0 มา 23 วัน ยังไม่สรุปยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เผื่อเหตุไม่คาดฝัน ชี้ไม่กระทบคน เหตุไม่มีเคอร์ฟิวแล้ว

วันนี้ (17 มิ.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดประชุมมอบนโยบายการจัดการสถานการณ์โควิด-19 แก่ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย และชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย โดยนายอนุทินกล่าวช่วงหนึ่งว่า ไทยเข้าสู่การผ่อนคลายระยะที่ 4 ทำได้ขนาดนี้ เพราะบุคลากรสาธารณสุขทำงานอย่างเข้มข้น การ์ดอย่าตก เราไม่มีผู้ป่วยในประเทศเป็นเวลา 23 วัน รออีก 1 สัปดาห์ก็จะครบ 28 วันระยะปลอดภัย ขออย่างเดียวไข่อย่าแตก ดังนั้น บุคลากรสาธารณสุขต้องเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อพร้อมเผชิญเหตุหากเกิดมีผู้ป่วยเข้ามาก็ต้องรุกเข้าไปแก้ปัญหาอธิบายประชาชนให้ทราบและเข้าใจ

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมว่า ตนได้เน้นย้ำและติดตามเรื่องการใช้งบประมาณ ทั้งงบปกติและงบโควิด-19 เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน เพราะมารับฟังจาก รมว.สธ.โดยตรง ย้ำว่าการใช้งบต้องเป็นประโยชน์ทุกบาททุกสตางค์เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการประชาชน ส่วนเรื่องงบบางอย่างที่ถูกตัด ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) จัดลำดับความสำคัญของโครงการ เพื่อให้ถูกตัดงบออกไปน้อยที่สุด ส่วนตัวเลขที่ถูกตัดยังไม่ทราบ แต่ดูโครงการก็มีเยอะ พยายามคุยกับสำนักงบประมาณ บางอย่างเอากลับเข้ามาได้ แต่บางอย่างก็ต้องไปแปรญัตติ

นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับการจับคู่การเดินทางระหว่างประเทศ (Travel Bubble) ตอนนี้มอบกรมควบคุมโรค (คร.) และ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด สธ.ดูแลเรื่องนี้ ขณะนี้ต้องจัดคิวพบเอกอัครราชทูตหลายประเทศที่ประสานเข้ามา มีหลายประเทศร่างกรอบการควบคุมป้องกันโรค การคัดกรองคนเดินทางเข้าไทย และคัดกรองการเข้าประเทศของเขา จึงต้องมาดูว่าสอดคล้องกับมาตรการในประเทศไทยหรือไม่ โดยอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยในการควบคุมโรคและเศรษฐกิจ เรื่องนี้ผู้เกี่ยวข้องจะมีการหารือและเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาในวันที่ 26 มิ.ย.นี้

“การจับคู่คงเป็นลักษณะการทำเอ็มโอยู หากประเทศที่จับคู่เกิดการระบาดขึ้นมาอีก และควบคุมไม่ได้ ก็สามารถยกเลิกได้ ทุกอย่างจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นไป ไม่อยากให้กังวล เราต้องกล้าที่จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ให้มีการเดินทางไปมาหาสู่ ประกอบธุรกิจ อาจจะเริ่มจากผู้ประกอบธุรกิจ เทคนิเชียน บรรดาครู คนทำงานที่มีใบอนุญาตทำงาน เป็นต้น อาจจะยังไม่ถึงขั้นนักท่องเที่ยว เพราะเชื่อว่าต่อให้เปิดประเทศตอนนี้ ทั้งเราและเขาคงยังไม่มีใครจะมาท่องเที่ยว แต่มั่นใจว่าถ้าเราการ์ดไม่ตก ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวและการทำธุรกิจ” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงแนวโน้มการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใช้เพียง พ.ร.บ.โรคติดต่อ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันถึงจุดนี้ว่าจะใช้แนวทางไหน ตอนนี้พูดถึงแล้ว พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังมีอยู่ แต่คงใช้ในเรื่องการเผื่อเอาไว้ หากมีความจำเป็นต้องบูรณาการทุกภาคส่วน เกิดมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นมา แต่คิดว่าวันนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตคน เพราะเคอร์ฟิวก็ไม่มีแล้ว คนที่ทำงานหนักก็ยังเป็นบุคลากรทางการแพทย์เช่นเดิม เพราะกิจกรรมกิจการต่างๆ กลับมาเปิดปกติ จำหน่ายสุราได้บ้าง จึงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเต็มที่เหมือนกัน หากพี่น้องประชาชนเห็นใจบุคลากรทางการแพทย์ ตนขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนเมตตา ใช้ชีวิตวิถีใหม่มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นอีก เพราะวันนี้เรายังไม่รู้ว่า ยังมีคนติดเชื้อไม่มีอาการหลงเหลืออยู่หรือไม่

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การหารือใน ศบค.ชุดเล็ก เบื้องต้นกรอบที่ 2 ประเทศจะต้องมีตรงกัน คือ 1. จำนวนอัตราการป่วยโควิด-19 จะต้องลดลง ดูให้แน่ชัดว่าการป่วยที่เกิดขึ้นในประเทศนั้นๆ มาจากการแพร่ระบาดในประเทศ หรือผู้ป่วยนำเข้าจากต่างประเทศ และ 2. ศักยภาพและความสามารถด้านการรักษาพยาบาล เป็นต้น






กำลังโหลดความคิดเห็น