xs
xsm
sm
md
lg

คู่สามีภรรยาติดเชื้อ "โคโรนา" หลังกลับญี่ปุ่น อาการดีขึ้น อย่าเพิ่งด่วนสรุปติดจากไหน ด้านโชเฟอร์อาการยังทรง ติดตาม 4 ราย สกัดวัณโรค-ไวรัส

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สธ.ย้ำอย่าเพิ่งด่วนสรุป คู่สามีภรรยาชาวไทยติดไวรัสโคโรนาจากที่ไหน ต้องรอข้อมูลมากกว่านี้ เผยรายภรรยาอยู่ รพ.ราชวิถีรับสูตรยาร่วมแต่โดสน้อยกว่า อาการดีขึ้น ส่วนสามีอยู่สถาบันบำราศฯ รักษาตามอาการ โดยรวมดีเช่นกัน ส่วนโชเฟอร์อาการรุนแรงมีวัณโรคร่วม ยังคุมได้ อาการยังทรง ดีขึ้นเล็กน้อย ใช้เครื่องช่วยหายใจลดลง ติดตามผู้ใกล้ชิด 4 รายแล้ว เหตุวัณโรคน่ากลัวกว่าไวรัสโคโรนา

วันนี้ (5 ก.พ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีคู่สามีภรรยาชาวไทยที่พบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หลังเดินทางกลับมาจากท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ว่า ชัดเจนว่ามีประวัติท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และกลับมาแล้วป่วย จึงเข้าไปรับการรักษาที่สถานพยาบาล ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ส่วนที่ว่ามีการติดจากที่ใดนั้น ตามหลักการอนามัยระหว่างประเทศ หากเราพบว่าคนของเราไปท่องเทีย่วประเทศไหนก็จะรายงานข้อเท็จจริงว่า ไปท่องเทีย่วประเทศนั้นแล้วมีอาการป่วย แต่เราไม่ได้บอกว่าประเทศไหนเป็นเหตุ ซึ่งยังต้องอาศัยข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งตรงนี้จะมีการแลกเปลี่ยน้อมูลภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปว่าติดจากที่ไหน จะไม่ค่อยเหมาะสม

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า คู่สามีภรรยาที่กลับจากญี่ปุ่นนั้น รายของภรรยามารับการรักษาที่ รพ.ราชวิถี ส่วนรายของสามีรักษาอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ในส่วนของภรรยาที่ รพ.ราชวิถีนั้น คนไข้มีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย ซึ่งการให้สูตรยาร่วมยาต้านไวรัสเอชไอวีและยาต้านไข้หวัดใหญ่นั้น มีการให้ 3 ราย คือ คนจีนที่มีอาการรุนแรง ที่ให้ผลดีขึ้น คนจีนอีกรายได้รับไปแล้วเกิดแพ้ยารักษาไข้หวัดใหญ่จึงหยุดไป และอีกรายคือหญิงชาวไทยคนนี้ ซึ่งผู้หญิงคนนี้มีอาการปอดอักเสบน้อยกว่า จึงมีการให้ยาโอเซลทามิเวียร์ที่ใช้รักษาไข้หวัดใหญ่โดสปกติ ต่างจากรายที่อาการรุนแรงที่ได้ดับเบิลโดส


นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด รองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ในรายของสามีนั้น ไม่ได้มีการรักษาด้วยยาเหมือนกรณีภรรยาที่ รพ.ราชวิถี โดยเรารักษาตามอาการ และไม่ได้ให้ยา เพราะรายนี้เคยได้รับโอเซลทามิเวียร์จาก รพ.อื่นมาแล้ว และครบโดสแล้วจึงไม่ได้ให้เพิ่ม ซึ่งอาการขณะนี้ก็มีไข้ขึ้นๆ ลงๆ ต่ำๆ ไม่เยอะ แต่อาการทางคลินิกดี ไม่มีปัญหาอะไร ก็กำลังติดตามผลแล็บอยู่

เมื่อถามถึงอาการของโชเฟอร์ชาวไทยที่รับผู้โดยสารชาวจีน แล้วมีการติดเชื้อโคโรนาและวัณโรค จนมีอาการรุนแรง  นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด รองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายไทยอายุ 70 ปี ขับรถบัสส่วนตัวรับส่งนักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะนี้อาการทรงๆ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่มีการใช้น้อยลง เพราะอาการดีขึ้น ไม่ได้แย่ลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ป่วยมีวัณโรคร่วมด้วย ทำให้การรักษาค่อนข้างซับซ้อน แต่ไม่ทราบอยู่ก่อนว่ามีโรคเดิม เมื่อมีโคโรนาเข้ามาจึงทำให้ดูแย่หน่อย แต่ยังอยู่ในสิ่งที่เราควบคุมได้ ขณะนี้ให้การรักษาตามอาการ ไม่ได้มีการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวี กับยาโอเซลทามิเวียร์  ตอนนี้มีการติดตามไปที่ครอบครัวของผู้ป่วยรายนี้แล้ว 4 ราย โดยติดตามทั้งโรควัณโรคและเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้ววัณโรคน่ากลัวกว่าอีก


พญ.อนุตรา รัตน์นราทร แพทย์อายุรกรรมโรคปอด สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้ที่มีอาการรุนแรงอาการยังทรง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและออกซิเจนช่วยประคับประคอง ตอนแรกรับได้มีการให้ยาฆ่าเชื้อรวม เพราะก็ยังไม่รู้ว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้วมีการติดเชื้อแบคทีเรียตัวอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และตอนนี้ก็ได้ให้ยารักษาวัณโรคแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...