xs
xsm
sm
md
lg

ตื่นตาตื่นใจ นิทรรศการ “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เหลือเวลาอีกไม่กี่วันกับการเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งนิทรรศการนี้จะจัดแสดงถึงวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ณ บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ อนุรักษ์ สืบสานและต่อยอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป


รัฐบาลจัดนิทรรศการฯ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกภาคภูมิใจ เห็นความล้ำค่า รวมถึงได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรือพระราชพิธี ก่อนที่จะร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้

ภายในนิทรรศการฯ นำสื่อสมัยใหม่มาถ่ายทอดเรื่องราวไว้อย่างน่าสนใจ อย่างห้อง“นิรมิตเรืองนทีเถลิงหล้า” นำเสนอผ่านการจัดแสดงแสง สี เสียง และสื่อผสม สะท้อนวิถีชีวิตความสุขของคนไทยใต้ร่มพระบารมีผ่านจอแอลอีดีในรูปแบบ 3 มิติ ประกอบการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากดารา นักแสดงที่มีชื่อเสียง และการแสดงขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค เรือพระราชพิธี จำลอง 52 ลำ พร้อมกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ ประพันธ์โดย นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย โดยจัดแสดงวันละ 3 รอบ รอบแรก เวลา 16.00 น. รอบที่ 2 เวลา 18.00 น. และรอบสุดท้ายเวลา 20.00 น. สำหรับหน่วยงาน องค์กร สถานศึกษา ต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ สามารถติดต่อสายด่วนวัฒนธรรม 1765 จะได้จัดรอบเข้าชมพิเศษ


ทันทีที่มีเสียงตามสายประกาศประชาสัมพันธ์ว่าการแสดงจะเริ่มขึ้นแล้ว ผู้ชมนิทรรศการส่วนอื่นๆ รีบมาจับจองที่นั่ง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก


มาฟังความรู้สึกของผู้เข้าชมนิทรรศการฯ เริ่มจากยายเจียร เผือนโภคา อายุ 82 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวว่า รู้สึกตื่นตาตื่นใจมากที่ได้มีโอกาสนั่งชมการแสดงสื่อผสมสมัยใหม่ที่เรียงร้อยเรื่องราวความสุขของคนไทยใต้ร่มพระบารมีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก นอกจากนี้ยังมีการแสดงต่างๆ อีกมากมาย ส่วนที่สะกดสายตา รู้สึกประทับใจ การแสดงขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จำลอง จำนวน 52 ลำ ในช่วงที่เรือค่อยๆ เคลื่อนออกมาอย่างช้าๆ บนแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมมีเสียงเห่เรือ เหมือนกับตัวเองนั่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วชมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคจริงๆ

“ตนและเพื่อนๆ เคยมาดูขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ในสมัยรัชกาลที่ ๙ ตนยังรู้สึกประทับใจและภูมิใจประเทศไทย ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็น ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑0 เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ตนพร้อมลูกหลานตั้งใจจะไปร่วมรับเสด็จด้วย” ยายเจียร กล่าว


ด้าน ธรารินทร์ วิทยพึ่งประจวบ ชาวจังหวัดนนทบุรี บอกว่า เธอมาชมนิทรรศการฯ เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกมากับเพื่อนๆ ครั้งนี้พาคุณแม่มาดูนิทรรศการ ขอชื่นชมรัฐบาลและผู้ที่จัดนิทรรศการฯ ว่า จัดนิทรรศการฯดีมากๆ ที่นำสื่อสมัยใหม่มาถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ ค่อนข้างละเอียด ซึ่งภายในงานยังมีไฮไลต์ “นิรมิตเรืองนทีเถลิงหล้า” เป็นการจัดการแสดงแสง สี เสียง ประมาณ 30 นาที จะมีการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยทั่วทุกภูมิภาค และขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จำลอง ผู้ชมจะได้เห็นเรือจำลอง 52 ลำ และก่อนเข้าชมการแสดงได้ไปศึกษาผ่านสื่อสมัยใหม่เพียงปลายนิ้วสัมผัสเรือบนจอจะขึ้นชื่อเรือแต่ละลำบนจอขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังเดินดูภาพนิทรรศการฯตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ยิ่งทำให้รู้สึกภูมิใจที่ประเทศไทยยังสืบสานประเพณีนี้ไว้ได้

“พอได้มาชมนิทรรศการ รู้สึกประทับใจ อยากให้ชาวไทย นักเรียน นักศึกษา ชาวต่างชาติ ที่ยังไม่ได้มาชม รีบหาโอกาสมาชม เพราะนิทรรศการนี้นับว่าเป็นคลังความรู้เรื่องขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคที่สมบูรณ์ เชื่อว่าไม่มีสอนในชั้นเรียนอย่างแน่นอน” ธรารินทร์ กล่าว


ขณะที่ ซูซานน่า ชาวบราซิล กล่าวว่า เธอกับพ่อเดินทางมากรุงเทพฯเป็นครั้งแรก และได้มีโอกาสเดินชมนิทรรศการ ขอชื่นชมว่าจัดได้ที่ดีมาก เพราะทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่เราไม่มีความรู้มาก่อน นอกจากนี้เรายังประทับใจมากกับการแสดง โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายจากภาคต่างๆของประเทศไทย ที่สวยงามมาก เป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางกลับบราซิลจะแนะนำให้คนอื่นๆ มาเที่ยวประเทศไทย


รู้อย่างนี้แล้ว รีบๆ มาชมนิทรรศการฯ กันนะคะ เพราะจัดแสดงถึงวันที่ 11 พฤศจิกายนเท่านั้น










กำลังโหลดความคิดเห็น...