xs
xsm
sm
md
lg

“กาละแมร์” เตรียมร่วมทันตแพทยสภา แถลงหลังถูกอ้างชื่อรีวิว “ยาสีฟัน” อ้างช่วยขาว ขจัดคราบหินปูน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ทันตแพทยสภาเตรียมสอบโฆษณา “ยาสีฟัน” เกินจริง อ้างช่วยฟันขาวเร็ว คราบเหลือง ฟันผุ หินปูนหายไป มีหมอฟันร่วมด้วยหรือไม่ พร้อมแถลงข่าวร่วม “กาละแมร์” หลังถูกอ้างชื่อรีวิว เตือน ปชช. อย่าหลงเชื่อ

วันนี้ (9 พ.ค.) ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา กล่าวถึงกรณีมีเว็บไซต์เผยแพร่โฆษณายาสีฟัน โดยอ้างถึงชื่อพิธีกรสาวชื่อดังเป็นผู้รีวิวว่าเห็นผลใน 1 สัปดาห์ ทำให้ฟันขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คราบเหลืองหายไป หลังจากการใช้ 1 เดือน ฟันผุและหินปูนหาย และฟันขาวขึ้น 4 - 5 ระดับ ว่า การโฆษณาดังกล่าวเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง หลอกลวงผู้บริโภค เพราะไม่เป็นความจริงที่ยาสีฟันจะมีสรรพคุณได้ขนาดนั้น เพราะยาสีฟันเป็นเพียงตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแปรงฟัน อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าว ต้องตรวจสอบว่าพิธีกรชื่อดังเป็นผู้รีวิวจริงหรือไม่ หากจริงก็ถือว่าผิด แต่หากไม่จริงก็ต้องไปตรวจสอบว่าใครเป็นผู้แอบอ้าง และดำเนินคดีต่อไป

“ในส่วนทันตแพทยสภานั้น จะมีการตรวจสอบว่า ผู้ทำเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นใคร เป็นทันตแพทย์หรือไม่ หรือเป็นผู้รีวิวเอง เพราะหากใช่ จะผิดจรรยาบรรณ และมีโทษตามขั้นตอน ซึ่งก็ต้องพิจารณาว่ามีโทษในขั้นไหน ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต 2 ปี และเพิกถอนใบอนุญาต ก็ต้องตรวจสอบก่อนว่า ใครเป็นผู้รีวิว” ทพ.ไพศาล กล่าว และว่า ขอเตือนประชาชนว่า การโฆษณาดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่มียาสีฟันใดที่ทำให้ฟันผุและหินปูนหายไปภายใน 1 เดือน โดยไม่ได้รับการบูรณะหรือการทำความสะอาดจากทันตแพทย์ ดังนั้น ทุกคนควรดูแลช่องปากของตนเองให้สุขภาพแข็งแรง และพบทันตแพทย์อย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีต่อครั้ง

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ เลขาธิการทันตแพทยสภา กล่าวว่า ขณะนี้ทันตแพทยสภา ได้ประสานไปยังผู้จัดการของ คุณพัชรศรี เบญจมาศ หรือ คุณกาละแมร์ แล้ว ทราบว่า เป็นการถูกแอบอ้าง ไม่ได้มีการรีวิวตามที่อ้างดังกล่าวแม้แต่น้อย ซึ่งก็จะมีการดำเนินคดี และทางทันตแพทยสภา จะตรวจสอบต่อไปว่า มีทันตแพทย์ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งล่าสุด ทันตแพทยสภา จะร่วมกับทางคุณกาละแมร์ เตรียมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนไปหลงเชื่อเรื่องดังกล่าว คาดว่า จะร่วมแถลงข่าวได้ในเร็วๆ นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการโฆษณาดังกล่าวออกมา ปรากฏว่า เคยมีการโฆษณาลักษณะนี้มาก่อนแล้วในช่วงเดือนมีนาคม 2561 และทางรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง ได้เคยลงภาพในอินสตาแกรมว่าถูกนำโลโก้รายการ, ภาพพิธีกร และ กาละแมร์ - พัชรศรี ไปแอบอ้างขายยาสีฟัน ซึ่งไม่เป็นความจริง และ กาละแมร์ - พัชรศรี บอกว่าให้ฝ่ายกฎหมายช่อง 3 ดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัยและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันมีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะบนสื่อออนไลน์ ซึ่งโฆษณาสรรพคุณว่าเมื่อใช้แล้วสามารถขจัดคราบหินปูน คราบพลัค คราบจุลินทรีย์ ทำให้หินปูนหลุดออกได้ และทำให้ฟันขาวขึ้นภายใน 1 สัปดาห์นั้น ขอเตือนว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากน้ำยาบ้วนปากไม่สามารถกำจัดหินปูนให้หลุดออกมาได้

พญ.อัมพร กล่าวต่อว่า การใช้น้ำยาบ้วนปาก ไม่แนะนำให้ใช้เป็นกิจวัตรประจำวัน ให้ใช้เสริมการแปรงฟันในกรณีที่ทันตแพทย์แนะนำ มีข้อบ่งชี้ เช่น สุขภาพช่องปากไม่ดี ปากเป็นแผล เป็นโรคเหงือก มีการผ่าตัดเหงือก หรือคนที่มีแนวโน้มฟันผุง่าย ถ้าสุขภาพช่องปากเป็นปกติไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาบ้วนปาก เพราะการใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เชื้อราในช่องปากเพิ่มขึ้นและเสียสมดุลในช่องปาก เนื่องจากในน้ำยาบ้วนปากมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค จึงขอย้ำประชาชนอย่าหลงเชื่อ เนื่องจากไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์หรือทางการแพทย์มายืนยัน หากมีปัญหาควรปรึกษาแพทย์ดีที่สุด

ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้อำนวยการกองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพของน้ำยาบ้วนปากจะช่วยลดกลิ่นปากได้ชั่วคราว สามารถควบคุมกลิ่นปากได้ประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นประสิทธิภาพจะลดลง ควรใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นครั้งคราวในกรณีที่ต้องการความมั่นใจ หากใช้เพื่อระงับกลิ่นปาก ควรแก้ที่สาเหตุของกลิ่นปากโดยตรง เช่น มีฟันผุ เป็นโรคเหงือกอักเสบ เป็นโรคระบบทางเดินอาหาร ทอนซิลอักเสบ หรือไซนัส ให้รับการรักษาอย่างตรงจุดและดูแลอนามัยในช่องปาก โดยแปรงฟันให้สะอาดทุกวัน เพิ่มการทำความสะอาดลิ้น เนื่องจากฝ้าขาวบนลิ้นเป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นปาก ขณะเดียวกัน ควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน และในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากทุกประเภท ทั้งประเภทที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และปราศตากแอลกอฮอล์ เนื่องจากยังไม่มีการควบคุมการกลืนที่ดี อาจมีการกลืนน้ำยาบ้วนปาก สำหรับน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ผสม ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี


กำลังโหลดความคิดเห็น...