xs
xsm
sm
md
lg

จากหมูหยองถึงเปรี้ยว..ใครจะเป็นรายต่อไป !!/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ข่าวฆ่าหั่นศพจากฝีมือของฆาตกรชื่อเปรี้ยวช่วง 3 - 4 วันที่ผ่านมา ได้ถูกขยายไปสู่อีกหลายปรากฏการณ์ที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงทางสังคม

คำถามกังขามากมายชี้เป้าไปที่การนำเสนอข่าวของสื่อแทบจะตลอดเวลา เรียกว่า กลบข่าวอื่นๆ ไปหมด และคำถามส่วนใหญ่ก็เพ่งไปถึงความไม่เหมาะสมของการนำเสนอ !

ประเด็นเรื่องฆาตกรฆ่าหั่นศพไม่ใช่ข่าวชิ้นแรกในบ้านเรา เป็นข่าวมาแล้วหลายครั้ง และแต่ละครั้งก็สะเทือนขวัญไปทั่วสังคม เช่น กรณีที่หมอฆ่าหั่นศพภรรยาตัวเอง สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ว ตามมาด้วยแฟนหนุ่มฆ่าหั่นศพแฟนสาวของตัวเอง เพียงแต่ครั้งนี้ฆาตกรเป็นผู้หญิง และผู้เสียชีวิตก็เป็นผู้หญิง จึงสร้างความสั่นสะเทือนตกอกตกใจอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าผู้หญิงจะกระทำพฤติกรรมเยี่ยงนี้ได้

ไม่แปลกที่บรรดาสื่อมวลชนจะนำเสนอข่าวกันครึกโครม เพียงแต่การนำเสนอที่ขาดความพอดี ถึงขนาดตามติดชีวิตแบบเรียลิตี และพยายามขุดหาแง่มุมของการนำเสนอที่แตกต่าง โดยเน้นไปที่ชีวิตส่วนตัว แต่ไม่ได้นึกถึงความเหมาะสม หรือคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมโดยรวมเท่าที่ควร ประกอบกับโลกข่าวสารในยุคที่ไม่เหมือนเดิม ยุคที่โลกออนไลน์นำไปทั้งขยายความและพยายามทำตนเป็นผู้ส่งข่าวเอง บวกกับใส่สีตีข่าวจนทำให้กระแสสังคมเกิดความไม่พอใจ เพราะนอกจากจะเอียนต่อการนำเสนอข่าวแบบยัดเยียดแทบจะตลอดวันแล้ว ประเด็นต่างๆ ก็ไม่สามารถตอบสนองเรื่องผลกระทบทางสังคมได้

และหนึ่งในความจริงที่กลายเป็นผลร้ายต่อสังคมอย่างมาก ก็คือ ปัญหาความรุนแรงที่ถูกนำเสนอประหนึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ในตอนแรกผู้ต้องหาถูกปฏิบัติราวกับเซเลบ ภาพที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนถึงพฤติกรรมลั้ลลา ภาพตำรวจเซลฟีกับผู้ต้องหา ภาพพอกหน้าเพื่อความงาม ฯลฯ สร้างความขุ่นมัวให้กับผู้คนในสังคมยิ่งนัก

แต่ที่ยิ่งหนักไปกว่านั้น คือ เรากำลังอยู่ในยุคที่มองเรื่องเหล่านี้เป็นความคุ้นชินแล้วหรือ !

ถ้าจำกันได้เมื่อไม่นานนี้ เพิ่งเกิดเหตุการณ์กรณีของ “หมูหยอง” ที่ฆ่าคน แต่ออกมาสื่อสารต่อสังคมแบบไม่ยี่หระต่อการฆ่าผู้อื่น แล้วยังแสดงออกว่าไม่สะทกสะท้านต่อการกระทำของตัวเองด้วย

ภาพของหมูหยองยังไม่ทันเลือน ภาพเปรี้ยวก็เข้ามาแทนที่

แน่นอน ทั้ง 2 กรณีแตกต่างกัน ต่างกรรมต่างวาระ แต่เชื่อเหลือเกินว่าต้องไปดูด้วยว่ารากฐานของเขาเติบโตมาอย่างไร ถูกครอบครัวเลี้ยงดูแบบไหน และสภาพแวดล้อมรอบตัวหล่อหลอมมาอย่างไร รวมไปถึงพื้นฐานทางอารมณ์เป็นเช่นไร

เรื่องการเลี้ยงดูเป็นประเด็นสำคัญที่สุด เพราะถ้าครอบครัวใช้ความรุนแรง เด็กที่เกิดในครอบครัวประเภทนี้ก็จะซึมซับเอาพฤติกรรมเหล่านั้นไปด้วย แม้แต่การอยู่ในภาวะแวดล้อมที่มีความรุนแรง เด็กจะซึมซับเลียนแบบพฤติกรรมรุนแรงโดยไม่รู้ตัว เด็กจะกระทำความรุนแรงต่อเพื่อน และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะกระทำรุนแรงต่อครอบครัวตนเองและผู้อื่น

หรือแม้แต่ประเด็นที่พ่อแม่เลี้ยงดูแบบผิดๆ หรือเมื่อเห็นลูกทำผิดก็ไม่เคยว่ากล่าวตักเตือน ตรงกันข้ามกลับเห็นดีเห็นงามไปกับลูก ก็เป็นปัญหาด้วยเช่นกัน เพราะมีจำนวนไม่น้อยที่พ่อแม่ปลาบปลื้มที่ลูกส่งเงินให้ใช้เป็นประจำหรือส่งเงินให้สร้างบ้าน โดยไม่สนใจว่าลูกจะหาเงินมาด้วยวิธีไหน

เราต้องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนยุคนี้เติบโตขึ้นมาในภาวะกำลังขาดแบบอย่างที่ดีของสังคม เพราะเห็นแต่ภาพความรุนแรง ภาพความความขัดแย้ง การใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา ซึ่งรวมไปถึงทั้งในชีวิตจริงและบนจอทีวี

ประกอบกับการนำเสนอข่าวสารหรือรายการต่าง ๆ ของสื่อยุคนี้ จำนวนไม่น้อยก็ยังมีปัญหา

ทั้งประเด็นและการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือเผยแพร่ภาพความรุนแรง หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ บ่อย ๆ จนเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ขาดต้นทุนชีวิตที่ดี ไม่มีภูมิต้านทานชีวิตหรือขาดทักษะชีวิต ก็เกิดความเคยชินซ้ำซาก

ผลกระทบจึงตกถึงลูกหลานของเราเต็มๆ

ถึงเวลาที่คนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองรวมไปถึงผู้ใหญ่ในสังคมต้องให้ความสำคัญเรื่อง “การรู้เท่าทันสื่อ” อย่างจริงจังได้แล้ว

พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้ลูกเสพสื่อที่ไม่เหมาะสมซ้ำๆ ย้ำๆ บ่อยๆ และไม่ปล่อยให้เสพสื่อโดยลำพัง อาจจะถือโอกาสพูดคุยกับลูกถึงสถานการณ์ต่างๆ ไปด้วย เช่น ถ้ามีคำถามจากลูก พ่อแม่ต้องพยายามตอบ อย่าปัดหรือว่าตอบแบบขอไปที หรืออย่าคิดว่าลูกยังเด็ก ไม่รู้เรื่องหรอก แต่ขอให้คำนึงถึงวัยและเล่าเรื่องหรือตอบคำถามให้เหมาะกับวัย

และถ้าพบว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็อธิบายให้เขาเข้าใจว่า คนเราทะเลาะกันได้ ไม่ชอบหน้ากันได้ แต่ก็ไม่มีสิทธิจะไปทำร้ายร่างกายใคร เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ โดยอาจยกตัวอย่างให้เขาคิดตามต่อไปได้ด้วยว่า การทะเลาะกัน และใช้กำลัง มีแต่ความสูญเสีย ซึ่งอาจจะต่อยอดคำถามเพื่อกระตุ้นให้เขาคิดตามว่าหากลูกเกิดปัญหา ลูกจะทำอย่างไร พยายามคิดว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สำคัญให้กับลูกได้

ภายใต้สถานการณ์ที่เรายากจะเปลี่ยนปัจจัยภายนอก ก็มีแต่ต้องตั้งทำนบป้องกันคนที่เรารัก

เพราะเชื่อเถอะ เรายังต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้..อยู่ที่ว่าใครจะเป็นรายต่อไป !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...