ธรรมนูญสุขภาพฉบับใหม่ เพิ่มหมวด “สุขภาพจิต” เป็นครั้งแรก หวังเป็นกรอบแนวทางดำเนินการด้านสุขภาพจิต เน้นป้องกันมากกว่ารักษา ส่งเสริมความสามารถการแก้ปัญหาชีวิต สร้างความเข้าใจผู้ป่วยจิตเวชต่อสังคม เตรียมชง ครม. พิจารณาเห็นชอบ
นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. ... ตามที่คณะกรรมการทบทวนธรรมนูญฯ ที่มี นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา เป็นประธานได้เสนอ ซึ่งในร่างธรรมนูญฯ ฉบับนี้ได้เพิ่มมิติของ “สุขภาพจิต” เข้ามาเป็นหมวดใหม่ด้วย ซึ่งถือเป็นครั้งแรก เนื่องจากในธรรมนูญฯ ฉบับปี 2552 ไม่ได้มีการกำหนดเรื่องกรอบการดำเนินงานในด้านสุขภาพจิตมาก่อน เพื่อเป็นกรอบแนวคิดในการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตแก่ผู้ที่ดำเนินงานในด้านนี้ ทั้งชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ครอบครัว ชุมชน สังคม รวมไปถึงสื่อมวลชน
นพ.ประเวช กล่าวว่า กรอบเนื้อหาของหมวดสุขภาพจิตในธรรมนูญฯ ที่สำคัญนั้น เช่น ระบุถึงความเชื่อมโยงใกล้ชิดระหว่างสุขภาพจิตกับสุขภาพกาย สังคม และปัญญา เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้ การดำเนินงานในด้านนี้ต้องมุ่งเน้นการส่งเสริมความสามารถในการจัดการปัญหาในการดำเนินชีวิต และการทำงาน การจัดบริการจิตเวชต้องเชื่อมโยงกับบริการสาธารณสุขโดยรวม เน้นการส่งเสริมป้องกันมากกว่าการรักษา และการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคจิตเวชต่อสังคม เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตสามารถอยู่ร่วม และใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติในสังคมได้
“การดำเนินงานด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะการป้องกันโรคทางจิตเวช ความเครียด รวมไปถึงการฆ่าตัวตายนั้น นอกจากการเพิ่มบริการจิตเวชในสถานพยาบาลแล้ว มิติของสังคม และสื่อมวลชนมีความสำคัญในการร่วมป้องกัน และแก้ไขปัญหา โดยต้องช่วยเหลือเกื้อกูล และให้โอกาส ไม่แบ่งแยก และไม่กีดกัน ซึ่งหากร่างธรรมนูญฯ ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ก็จะเป็นกรอบการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตให้แก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน เช่น การรายงานข่าวเกี่ยวกับสุขภาพจิตของสื่อมวลชน แต่คงไม่สามารถใช้บังคับว่าต้องปฏิบัติตามได้” นพ.ประเวช กล่าว
ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่